“อักษรานุสรณ์” บันทึกหลังความตาย หมายเลข 4

เพลงดนตรี ฉบับเดือน มกราคม 2547 ,หน้า 77-81

อักษรานุสรณ์

บันทึกหลังความตาย หมายเลข 4

นายยางสน..คนบางขวาง

8 ธันวาคม 2546

ร่ายรำทำภาษาผ่านมานับได้ตรัยภาคแล้ว ไม่แคล้วมีหนึ่งมิตรชิดใกล้ได้สะกิดถามไถ่ว่า ใจคอจะเขียนถึงแต่นักดนตรีไทยหรืออย่างไร จึงได้เล่าแจ้งแถลงไขไปว่า คงต้องสาธยายจากข้อมูลใกล้ตัวก่อน จะมานอนรอขอหนังสือจากคนไกลก็ใช่ที่ ถ้ามีโอกาสเมื่อไหร่ คงจักต้องได้อ่านเรื่องของนักดนตรีไทยสากลเคล้าคละปะปนกันจนได้แล

ว่าพลางจึงขอจรดจดบันทึกไว้กันลืม ว่าในวันที่ 29 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เหล่าบรรดาขาร๊อคหลากรุ่นล้วนมุ่งหน้าสู่วัดมหาธาตุประกาศความยิ่งใหญ่อาลัยรักแด่ผู้วายชนม์นามเขตต์อรัญ เลิศพิพัฒน์ นักแต่งเพลงรุ่นเก๋ามือทองสมองเพชรของแกรมมี่ ที่ถึงแก่กรรมด้วยอาการของหัวใจวายเฉียบพลัน เมื่อวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา ทิ้งเรื่องราวกว่า 30 ปีที่โลดแล่นอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของศิลปินมากมาย รวมถึงการบุกเบิกแพร่ขยายอณาจักรแกรมมี่จนเป็นที่มั่นคงในทุกวันนี้ให้เป็นที่เล่าขานจดจำ

ข้ามลัดตัดเมือง ไปว่าด้วยเรื่องแวดวงปี่พาทย์บ้าง ณ วัดเทพลีลา ถนนรามคำแหง ในวันที่ 28 ธันวาคม ลูกศิษย์ลูกหาอีกญาติโกโหติกามิใช่น้อยทยอยเข้าร่วมงานพระราชทานเพลิงศพ ครูสุบิน จันทร์แก้ว คนฆ้องก้องนามชาวสิงห์บุรี ผู้ที่ดั้นดนจากจรบ้านเกิดมาเรียนรู้เติบใหญ่ในเชิงปี่พาทย์ ณ สำนักดนตรีบ้านบาตรของท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ซึ่งเรื่องราวโดยละเอียดได้เคยเขียนลงในวารสารเพลงดนตรีไปแล้วในวาระหนึ่ง ( คุณครู ฉบับเดือนกรกฎาคม 2546,หน้า 8-11) จึงขอบันทึกระลึกไว้ซึ่งจิตคารวะอาลัยเป็นที่ยิ่ง

11.จอมพลเรือ สมเด็จเจ้าฟ้า บริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต (29 มิ.ย.2424-18 ม.ค.2487)

พระประวัติและจริยาวัตร ของ จอมพลเรือ สมเด็จเจ้าฟ้า บริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต และเอกสารที่ได้ทรงปฏิบัติราชการ,กองทัพเรือ พิมพ์สนองพระเดชพระคุณแสดงกตเวทีเป็นที่ระลึก ในการพระราชทานเพลิงศพพระองค์ท่าน ณ พระเมรุท้องสนามหลวง วันที่ 10 เมษายน พ.ศ.2493

พิมพ์ที่โรงพิมพ์กรมอุทกศาสตร์ ธนบุรี 1 เมษายน 2493,พลเรือตรี หลวงชลธารพฤฒิไกร ผู้พิมพ์โฆษณา,113 หน้า

จอมพลเรือ จอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต หรือ ทูลกระหม่อมบริพัตรฯ ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี ประสูติเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ.2424

ทูลกระหม่อมบริพัตรฯ ทรงสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยเมืองปอร์ตสดัม ทั้งทำคะแนนสอบได้ยอดเยี่ยมเมื่อสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยโกรส ลิสเตอร์เฟลด์ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน ครั้นเมื่อเสด็จฯกลับประเทศไทย ได้ทรงดำรงตำแหน่งสำคัญต่างๆ เช่น เสนาธิการทหารบก ผู้บัญชาการกรมทหารเรือ องค์มนตรีในรัชกาลที่ 6 อภิรัฐมนตรีสภาในรัชกาลที่ 7 เสนาบดีกระทรวงกลาโหม ผู้แทนเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ผู้สำเร็จราชการรักษาพระนคร

ในด้านดนตรี ทูลกระหม่อมบริพัตรฯ ทรงโปรดการศึกษาวิชาดนตรี ทั้งด้านการประสานเสียงและประพันธ์เพลง ทรงมีพระอัจฉริยภาพด้านดนตรีแทบทุกชนิด แต่จะเป็นศิษย์เล่าเรียนจากผู้ใดไม่ปรากฏ ทรงใช้วังบางขุนพรหมเป็นโรงเรียนสอนดนตรีไทยโดยเริ่มจากพระธิดาทั้ง 5 ด้วยพระองค์เอง และทรงเป็นผู้ประทานกำเนิดวงมโหรีปี่พาทย์ชาติสยามนาม วงบางขุนพรหม เพาะบ่มนักดนตรีจนมีฝีมือเป็นที่ประจักษ์ครั่นคร้าม

พระองค์ทรงนิพนธ์เพลงไทย อีกเพลงสากลไว้จำนวนมาก หลากหลายบทเพลงยังเป็นอมตะคู่พระนครเล่นร้องกันจวบปัจจุบัน นอกจากนั้นยังได้ชื่อว่าเป็นผู้ให้กำเนิดวงโยธวาทิตที่บรรเลงในกองดุริยางค์กองทัพบก เรือ และตำรวจอีกด้วย

ทูลกระหม่อมบริพัตรฯ ทรงรับราชการนานถึง 3 แผ่นดิน นับแต่รัชกาลที่ 5 ล่วงมาถึงรัชกาลที่ 7 จวบจนเมื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองในวันที่ 24 มิถุนายน 2475 มูลกระหม่อมบริพัตรฯและสมาชิกในราชสกุลบริพัตรต้องเดินทางออกจากประเทศไทยไปประทับ ณ ตำบลจีปะกันดี ถนนเนลันด์ เมืองบันดุง ประเทศอินโดนีเซีย และสิ้นพระชนม์ด้วยโรคพระวักกะ เมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ.2487

ภายในเล่มประกอบด้วย คำนำ(พลเรือโทสินธุ์ กมลนาวิน ผู้บัญชาการทหารเรือ, 1 เม.ย.93),คำไว้อาลัยและถวายพระเกียรติคุณ แด่จอมพลเรือ สมเด็จเจ้าฟ้า บริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต อ่านถวายในงานบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน ซึ่งกองทัพเรือเป็นเจ้าภาพ ณ วัดเบญจมบพิตร 17 พ.ย.91,พระประวัติ ,ข้อสังเกตุจากพระจริยาวัตร,เอกสารโต้ตอบขณะทรงปฏิบัติราชการ,เรื่องการสังคีตที่พระองค์ทรงสนพระทัย(เทวาประสิทธิ์ พาทยโกศล บ้านพิณพาทย์ 272 หลังวัดกัลยาณมิตร ธนบุรี 1 เม.ย.93),เพลงที่จอมพลเรือ สมเด็จเจ้าฟ้า บริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ทรงพระนิพนธ์ไว้ (เรียบเรียง/ประวัติ/แยกเป็นแผนก) ดังนี้

แผนกเพลงฝรั่ง (สะกดตามต้นฉบับ) ได้แก่ วอลทซ์ปลื้มจิตต์,วอลทซ์ประชุมพล,สุดเสนาะ,มณฑาทอง,วอลทซ์เมฆขลา,มหาฤกษ์,สรรเสริญเสือป่า,วอลทซ์โนรี,สาครลั่น,โน้ตสากลเพลงพระยาโศรก,โศรกนางครวญ 3 ชั้น

แผนกเพลงไทยแท้ ได้แก่ แขกมอญบางขุนพรหม,สุดสงวน 2 ชั้น,เขมรพวง 3 ชั้น,เขมรชมจันทร์,สารถี 3 ชั้น (เดี่ยวแตรคอร์เน็ต),สะบัดสะบิ้ง,ทยอยนอก,ทยอยเขมร,ทยอยใน,พวงร้อย เถา,แขกเห่,ถอนสมอ,แขกมัสซีรี,ครอบจักรวาฬ เถา,บุหลันชกมวย 3 ชั้น,เขมรใหญ่ เถา,พม่า เถา,แขกสี่เกลอ เถา,แขกสาย เถา,บาทสกุณี,ขับไม้,เขมรโพธิสัตว์ เถา

แผนกเพลงไทยเดิม ซึ่งเป็นทางและทำนองสำหรับใช้บรรเลงพิณพาทย์โดยตรง ได้แก่ แขกสาย เถา,อาถรรพ์ เถา,แขกสาหร่าย 3 ชั้น,สมิงทองมอญ เถา,อาเฮีย,สารถี 3 ชั้น(เดี่ยวซอสามสาย)

แผนกเพลงไทยที่ทรงนิพนธ์เมื่อประทับอยู่ที่เมืองบันดุง ประเทศชวา ได้แก่ ต้นแขกไทร 2 ชั้น(โหมโรงประเสบัน),ครวญหา เถา,กำสรวญสุรางค์,อัปสรณ์สำอางค์,สุรางค์จำเรียง,จีนลั่นถัน,จีนเข้าห้อง,น้ำลอดใต้ทราย เถา,ขยะแขยง 3 ชั้น,จีนเก็บบุปผา เถา,ดอกไม้ร่วง,เทวาประสิทธิ์ เถา,วิลันดาโอด,จิ้งจกทอง เถา,ตนาว เถา(สุดถวิลย์),พวงร้อย เถา,ถอนสมอ เถาลพระจันทร์ครึ่งซีก เถา,

แผนกทางขับร้องเพลงไทยเดิมที่ทรงนิพนธ์ไว้ ได้แก่ แขกมอญบางขุนพรหม เถา,เขมรพวง 3 ชั้น,เขมรใหญ่ เถา,แขกเห่ เถา,แขกสาย เถา,แป๊ะ,3ชั้นพวงร้อย เถา,น้ำลอดใต้ทราย เถา,นารายณ์แปลงรูป,เขมรปากท่อ 3 ชั้น,เทวาประสิทธิ์ เถา,จีนเข้าห้อง

แผนกเพลง 2 ชั้น ได้แก่ มอญรำดาบ,ช้างประสานงา,แมลงวันทองแขกมอญ,ต่อยรูป

12.จ.ส.อ.ยรรยง โปร่งน้ำใจ (มีนาคม พ.ศ.2447- 23 สิงหาคม พ.ศ.2523)

หนังสืออนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพ จ.ส.อ.ยรรยง โปร่งน้ำใจ (ยรรยง จมูกแดง) ณ เมรุวัดประยูรวงศาวาสวรวิหาร ,วันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ.2523

หน้าปกภาพครูยรรยงค์ ตีโทน,ไม่ระบุที่พิมพ์,จำนวน 54 หน้า

คลอง คือนามเดิมของครูยรรยงค์ โปร่งน้ำใจ ท่านเกิดในครอบครัวศิลปิน ถิ่นวังเดิม พระนครศรีอยุธยา เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ.2447 บิดาชื่อ อุ้ย เป็นคนปี่มีฝีมือ มารดาชื่อ น้อม เป็นคนละครกรุงเก่า พอย่างเข้าอายุนับได้ 6 ปี มีโอกาสได้ติดตามบิดามารดาไปเปิดการแสดงโขนละคร หากแต่ตอนที่ครูยรรยงค์จำเพาะเจาะจงสนใจจดจำนำไปเลียนเล่น ก็เห็นจะเป็นการแสดงตลกเสียมากกว่าวิชาดนตรีปี่พาทย์

กระทั่ง แม่ชีเป็ง ยายของเด็กชายคลอง ซึ่งเป็นอุบาสิกา ที่เล่ากันว่าอยู่วัดเดียวกับ แม่ชีไผ่ ภรรยาของครูช้อย สุนทรวาทิน ศิลปินใหญ่แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้อาศัยไหว้วานให้นำไปฝากเรียนดนตรีกับ นายแช่ม (พระยาเสนาะดุริยางค์) บุตรของแม่ชีไผ่ นายอุ้ยผู้บิดาจึงได้พาเด็กชายคลองล่องเรือลงมาตามลำน้ำจ้าพระยา

หากแต่การไม่เป็นดังที่คาดหวัง เหตุด้วยระหว่างทางได้แวะค้างอ้างแรมที่ บ้านของนายชื่น (น้องชายนายแช่ม) ที่บ้านหลังวัดกัลยาณมิตร จึงสบโอกาสฝากตัวเป็นศิษย์หลวงกัลยาณมิตาวาส ทำให้ได้เรียนปี่พาทย์กับจางวางทั่ว พาทยโกศล เริ่มต้นเป็นคนฆ้อง แต่กลับมาคล่องแคล่วเรื่องเครื่องหนัง ภายหลังได้ไปเป็นศิษย์พระพิณบรรเลงราชย์ (แย้ม ประสานศัพท์) ปราชญ์เชิงกลองในสมัย ร.6 ซึ่งได้ตกปากรับคำพร่ำสอนถ่ายทอดวิชาให้จนเจนจบครบกระบวน

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้า เสียงกลองของครูยรรยงค์ก็ได้เข้าไปสู่บ้านเรือนผู้มีบรรดาศักดิ์นักเล่นแผ่นเสียง ด้วยครูได้ฝากสำเนียงกลองไว้เป็นจำนวนมากให้กับบริษัทปาโลโฟน ซึ่งทำการบันทึกเสียงที่ห้างสุธาดิลก และก็เป็นเหตุทำให้ตกหลุมรักนักร้องเสียงหวาน ชื่อนางสาวสะอาด ก๊อกกังวาล ผู้ที่กลายเป็นคู่ชีวิตเมื่อกาลต่อมา

ครูยรรยงค์ได้เข้ารับราชการก่อน พ.ศ.2475 โดยมาสังกัดกองดุริยางค์ทหารบก ซึ่งก็ได้ตั้งคณะตลกแสดงจำอวดสลับพร้อมกับตั้งชื่อว่า คณะดอกจันทร์ ต.ว. สร้างเสียงหัวร่องอหาย ก่อนจะขนขวายไปร่ำเรียนวิชาเสภาตลกเพิ่มเติมกับ หลวงกล่อมโกศล (นายจร) และด้วยเสื้อผ้าอาภรณ์ที่ห่มกายในยามแสดง เป็นสีแดงเพลิง อีกใช้สีแต่งเติมจมูกให้เข้ากัน จึงเหมาะแล้วด้วยฉายาที่ตั้งขึ้นว่า ยรรยง จมูกแดง และ จางวางเพลิง ซึ่งก็เป็นการเย้าหยอกศอกสะกิด สองครูจางวาง ผู้กว้างขวางโด่งดังแต่ครั้งนั้น

ในปี พ.ศ.2507 ครูยรรยงค์ไดฝากฝีมือครั้งสำคัญไว้ในการบันทึกเสียงที่วังสวนผักกาด ประกาศเสียงกลองไทย ในชื่อชุด Drum of Thailnd ร่วมกับนักดนตรีรุ่นใหญ่ เช่น คุณหญิงไพฑูรย์ กิตติวรรณ ครูบุญยงค์ เกตุคง เป็นต้น สามารถสืบค้นได้ตามห้องสมุดดนตรีสำคัญของโลก

ภายในเล่มมีภาพถ่ายครูยรรยงค์ เมื่อคราวบันทึกแผ่นเสียง ณ วังสวนผักกาด อีกภาพคู่กับ นางสะอาด โปร่งน้ำใจ คู่ชีวิต และหมู่มิตรจำอวดคณะดอกจันทร์ จากนั้นก็เป็นบทความรำลึกอาลัย

เริ่มด้วย

ระลึกถึงจ่าสิบเอกยรรยงค์ โปร่งน้ำใจ (หม่อมราชวงศ์พันธุ์ทิพย์ บริพัตร), ระลึกถึงยงค์ (พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าศิริรัตนบุษบง), ระลึกถึงยงค์ (พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าสุทธวงษ์วิจิตร),ไว้อาลัยนายยรรยงค์ โปร่งน้ำใจ (พระเจ้าวรวศ์เธอพระองค์เจ้าจุไรรัตนศิริมาน),เสียดายยงค์ (ม.จ.ดวงจิตร จิตรพงศ์), สำเนาจดหมายถึงงาม (หม่อมหลวงแฉล้ม กุญชร),แด่ยรรยงค์จมูกแดงง (ขวัญ สุวรรณะ),แด่น้ายงค์ ( ก๊กเฮง เฉลิมศักดิ์ พุกกะนะสุต),อาลัยพี่ด้วยใจรัก (ทองแถม เขียวแสงใส),สุดอาลัย ( โข่งหน้าขาว สมมาศ หุ่นนิลานนท์),ด้วยความระลึกถึงจากนักแสดงรุ่นลูก ขายหัวเราะต๊อกบูม ( เขียนเป็นกลอน ยอดธง บุญธูป,แดน ดอนทราย,ดาวทอง),พ่อของลูก/พ่อจ๋า (จากลูกทั้ง 4),ประวัติ (น.พ.พูนพิศ อมาตยกุล บ้านเลขที่ 1182 ถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กทม.3 ,17 ก.ย.2523)

ประวัติและบทเพลงไทย จากวงพิณพาทย์วังบางขุนพรหม และสำนักดนตรี พาทยโกศล (รวบรวมโดย คุณหญิงไพฑูรย์ กิตติวรรณ, น.พ.พูนพิศ อมาตยกุล,อุษา แสงไพโรจ์/ พ.ศ.2523 รวบรวมได้ทันงานนี้เพียง 12 เพลง),คำนำ (น.พ.พูนพิศ อมาตยกุล 26 ก.ย.2523) เขมรปากท่อ เถา,เขมรพวง เถา,เขมรเอวบาง เถา,เขมรโพธิสัตว์ เถา,แขกมัสรี เถา,แขกลพบุรี ทางสักวา 3 ชั้น,แขกสี่เกลอ เถา,แขกเห่ เถา,จิ้งจกทอง เถา,น้ำลอดใต้ทราย เถา,พวงร้อย เถา

13.มิ ทรัพย์เย็น (20 มีนาคม พ.ศ.2444-3 ตุลาคม พ.ศ.2515)

ตำนานเครื่องมโหรีปี่พาทย์ พระนิพนธ์ใน สมเด็จเจ้าฟ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงเดชานุภาพ กรมศิลปากร พิมพ์เป็นอนุสรณ์ใรงานพระราชทานเพลิงศพ นายมิ ทรัพย์เย็น ณ เมรุวัดระฆังโฆสิตาราม วันที่ 10 มกราคม พ.ศ.2516

หน้าปกสีน้ำตาลอ่อน ภาพครูมิ จางๆอยู่เบื้องหลัง,พิมพ์ที่ โรงพิมพ์การศาสนา นายพยุง ทิพย์เนตร เป็นผู้พิมพ์โฆษณา,จำนวนประมาณ 68 หน้า (มิได้ระบุและเรียงลำดับชัดเจน)

รองปกด้านในระบุว่า ตำนานเครื่องมโหรีปี่พาทย์ พระนิพนธ์ใน สมเด็จเจ้าฟ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงเดชานุภาพ พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2471 ในงานฌาปนกิจศพ นายซุ้ย มันประเสริฐ/พิมพ์ครั้งที่ 13 จำนวน 1000 เล่ม พ.ศ.2516 ในงานพระราชทานเพลิงศพ นายมิ ทรัพย์เย็น,

หากจะยกให้ครูยรรยงค์ เป็นผู้ทรงความเป็นเลิศด้านฝีมืออีกภูมิรู้ในกระบวนกลอง ครูมิ ทรัพย์เย็น ก็เสมือนจะไม่เป็นสองอยู่ด้วยเช่นกัน

ครูมิ ทรัพย์เย็น เป็นคนบางกอกน้อย จังหวัดธนบุรี ด้วยเป็นที่กำเนิด ในวัยเยาว์เนาอาศัยในบ้านพระยารัถยา ย่านพรานนก ซึ่งครูพุ่ม บาปุยะวาท ไปสอนปี่พาทย์อยู่ที่นั่น อีกบ้านครูพุ่มท่านก็อยู่ถัดออกไปใกล้วัดระฆัง ทำให้ครูมิมีโอกาสได้ใกล้ชิดเรียนดนตรีจนเป็น ที่เชี่ยวชาญ

เมื่อสิ้นบุญพระยารัถยา ครูมิจึงย้ายที่พำนักอาศัย ไปปักหลักอยู่ที่วงปี่พาทย์เจ้าพระยาธรรมาธิกรณาธิบดี เสนาบดีกระทรวงวัง ในรัชกาลที่ 6 เชิงสะพานกษัตริย์ศึก ได้ฝึกฝนดนตรีกับ พระยาเสนาะดุริยางค์ โดยเฉพาะหนทางเครื่องหนัง กระทั่งมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จัก ครั้นสิ้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า เหล่านักดนตรีก็กระจัดกระจายสลายวง คงมีแต่น้อยที่มีโอกาสได้เข้าไปสังกัดกรมปี่พาทย์โขนหลวงอันมีเจ้าคุณนัฎกานุรักษ์เป็นเจ้ากรม เฉกเช่นครูมิ ทรัพย์เย็น

เมื่อเปลี่ยนแปลงการปกครอง ครูมิต้องย้ายไปอยู่กรมศิลปากร ทำปี่พาทย์โขนละครกระทั่งเกษียณอายุราชการ แล้วจึงกลับมาอยู่บ้านตั้งวงปี่พาทย์รับงานที่วัดระฆัง

ครูมิ ทรัพย์เย็น เป็นคนสงบเสงี่ยมเรียบร้อย น้อยคนนักจักทราบว่าท่านมีความสามารถในเชิงช่าง นอกเหนือจากทางดนตรีที่สร้างชื่อ ท่านสร้างเครื่องมือไฟฟ้านวดหนังกลองแทนการใช้สองมือ อีกคิดโรงโขนที่ถอดรื้อได้ภายในหนึ่งวันให้เช่าแสดง ทั้งลงแรงเปิดร้านรับซ่อมนาฬิกาเล็กๆอยู่ที่ห้องแถวละแวกบ้านขมิ้นอีกด้วย

ภายในเล่มมีภาพถ่ายสำคัญ เช่น ภาพถ่ายเครื่องสายปี่ชวา ครูอาวุโส เช่น หลวงไพเราะเสียงซอ (อุ่น ดุรยะชีวิน),ครูเทียบ คงลายทอง,ครูมนตรี ตราโมท เป็นอาทิ บรรเลงในรายการคันธรรพศาลา สถานีโทรทัศน์ช่อง 4 บางขุนพรหม (พ.ศ.2509) จากนั้นจึงเป็นบทอาลัยเริ่มด้วย

คำนำ (กรมศิลปากร),ประวัติคัดย่อ,ภาพถ่ายนั่งตีตะโพน รูปเดียวกับภาพปก,ภาพถ่ายวัยหนุ่มเมื่อครั้งรับราชการกรมศิลปากร,รายนามเจ้าภาพสวดพระอภิธรรม,พุทธศาสนาสุภาษิต(พระครูโฆสิตสมณคุณ ,4 ม.ค. 2516 ,วัดระฆังโฆสิตาราม), (พระเทพญาณเวที ,4 ม.ค. 2516 ,วัดระฆังโฆสิตาราม),พ่อจ๋า, กราบเท้า ปู่ ตาด้วยอาลัย (หลานๆ), .(พิชิต ชัยเสรี),เสียดายครูมิ (บทร้อยกรอง/ประเวช กุมุท),ครูมิ (เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์,สุจิตต์ วงษ์เทศ),สำเนาสมุดประวัติประจำตัวข้าราชการ ของนายมิ ทรัพย์เย็น สังกัดกระทรวงธรรมการ กรมศิลปากร กอง ดุริยางค์ศิลป์

ส่วนหลังเป็นตำนานเครื่องมโหรีปี่พาทย์ พระนิพนธ์ใน สมเด็จเจ้าฟ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงเดชานุภาพ ประกอบด้วย

ต้นตำราเครื่องสังคีต,เรื่องตำนานมโหรี,เรื่องตำนานมโหรีเครื่องสาย,เรื่องตำนานเครื่องปี่พาทย์,เรื่องตำนานกลองแขก,เรื่องตำนานปี่ซอและแคน,เครื่องมโหรีปี่พาทย์ของไทย (จำแนกเครื่องตามลักษณะการบรรเลงและการประสมวง)ทั้งภาพถ่ายเครื่องสายปี่พาทย์ ประกาศว่าพระยาวิศุกรรมศิลปประสิทธิ์ เป็นผู้สร้างอีกเครื่องดนตรีอื่นๆอีกมากมายหลายที่มา

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด จำใจต้องยุติแต่เพียงเท่านี้ หากท่านผู้อ่านมีสิ่งไดจะสั่งสอนแนะนำ ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนอข้อมูลใหม่ หรือตรวจสอบแก้ไขข้อผิดพลาดคลาดเคลื่อนตักเตือนกัน สิบนิ้วน้อยๆก็ขอน้อมวันทาคารวะไว้ในกรุณากุศลนี้ โดยสามารถส่งมาที่จดหมายไฟฟ้านามว่า yangsonn@hotmail หรือผ่านทางท่านบรรณาธิการคงได้อ่านเช่นกัน

สวัสดีครับ
Posted: ตุลาคม 22nd, 2009
Categories: อักษรานุสรณ์ บันทึกหลังความตาย
Tags:
Comments: 3 Comments
Comments
Comment from xxa - 22/10/2009 at 20:47

ขอทดสอบ

Comment from xxa - 22/10/2009 at 20:48

มันจะห่างกันแค่ไหนนะ

Comment from งานพาร์ทไทม์ - 13/04/2014 at 04:34

I needed to thank you for this great read!! I certainly enjoyed every little bit of it.
I have got you saved as a favorite to check out new things you
post…