“อักษรานุสรณ์” บันทึกหลังความตาย หมายเลข 6

อักษรานุสรณ์

บันทึกหลังความตาย หมายเลข 6

นายยางสน..คนบางขวาง

9 สิงหาคม 2547

เหินห่างว่างเว้นจากความเดิมตอนที่แล้วเสีย 7 เดือน ( อักษรานุสรณ์ บันทึกหลังความตาย หมายเลข 5 ,วันที่ 10 มกราคม 2547) เหตุด้วยเบื่อหน่ายบ่ายเบี่ยงเลี่ยงธุระเรื่อยมา ซึ่งก็ใช่ว่าจะสามารถนำมาแก้ตัวกลัวผิดใดๆได้
ปรากฎการณ์ดนตรีไทยยังดำเนินต่อไปตามครรลอง ตรองดูแล้วจากชั่วโมง เป็นวัน จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี ไม่มีทางหวนคืน
.ยินเสียง ดีเจ แปร่งสำเนียง (เข้าใจว่าคงเป็นภาษาไทย) พ่นคำผ่านลำโพงพะยี่ห้อญี่ปุ่นทุนแรงงานไทยสะกิดใจจับความไว้ทำนองว่า
เจ้าข้าเอ๋ย ชีวิตคนเรานั้นมันยืนยาวราวๆ 2 หมื่นวันเท่านั้น .

..ตายโหง !!!!

(คำสุดท้ายมาจากปากข้าพเจ้าเอง หาใช่จากดีเจไม่)

จริงอยู่ที่อดีตไม่อาจเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ คงมีไว้เป็นบทเรียนให้จดจำ

..หากแต่อนาคตคือผลของการกระทำในวันนี้ .

อย่ารอถึงพรุ่งนี้เลย เพราะพรุ่งนี้ไม่เคยมาถึง

17.พันโท หม่อมหลวง ขาบ กุญชร (10 ตุลาตม พ.ศ.2448-19 กันยายน พ.ศ.2529)

ที่ระลึกงานพระราชทานเพลิงศพ พลโทหม่อมหลวงขาบ กุญชร ณ เมรุหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส วันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม พ.ศ.2530

ปกอ่อนสีเงิน ประทับสัญลักษณ์ และลายมือชื่อ สีเงินวาว,พิมพ์ที่ ฮ่องกงพริ้นติ้ง โทรศัพท์ 2152501,89 หน้า

พันโทหม่อมหลวง ขาบ กุญชร เกิดเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2448 ในวังของกรมพระพิทักษ์เทเวศร์ หรือที่รู้จักในนาม วังบ้านหม้อ แหล่งรวมสรรพวิชาการดนตรีโขนละครมาแต่ครั้งต้นกรุงรัตนโกสินทร์ โดยเป็นบุตรคนที่ 21 ของ พันเอกเจ้าพระยาเทเวศร์วงศ์วิวัฒน์ (ม.ร.ว.หลาน กุญชร) และ หม่อมจันทร์ ได้รับพระราชทานนาม ขาบมงคล จากพระสัมพันธวงศ์เธอพระองค์เจ้าพรรณราย เล่าเรียนเขียนอ่านเบื้องต้นที่วัดหัวลำโพง ก่อนที่จะเข้าไปเป็นนักเรียนนายร้อยทหารบกในปี พ.ศ.2456 เรียนอยู่ไม่นานก็ได้ทุนจากกระทรวงกลาโหมให้ไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ กระทั่งสำเร็จการศึกษาจึงกลับมาเข้าเข้ารับราชการประจำอยู่ที่กองพันที่ 2 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 1รักษาพระองค์

ด้วยเป็นผู้ที่มีความรู้คู่ความสามารถ จึงทำให้ ม.ล.ขาบ ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่สำคัญไม่ว่าจะเป็น เสนาธิการทหาร ทูตฝ่ายทหารประจำสหรัฐอเมริกา ปลัดกระทรวงกลาโหม อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ (แทนหลวงสารานุประพันธ์ ที่ย้ายไปกระทรวงวัฒนธรรม) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือแม้แต่ เป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

หลังจากที่ ม.ล.ขาบ ออกจากราชการ จึงได้โหมงานที่ตนรักอย่างขมักเขม้นโดยไปเป็นที่ปรึกษาฝ่ายนาฏดุริยางของบริษัท ไทยโทรทัศน์ จำกัด จัดการแสดง เขียนบท กำกับ ร้องเพลงประกอบ ให้กับคณะ พลายมงคล ที่ตนตั้งขึ้นแต่ครั้งเป็นอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ออกอากาศเป็นประจำทุกเดือน ทางไทยทีวีช่อง 4 บางขุนพรหม อย่างต่อเนื่องเลื่องลือ โดยมีบริษัทเบียร์ไทยชื่อ บุญรอดบริวเวอรี่ เป็นผู้สนับสนุน แม้ภายหลังจะล้มป่วย ต้องมีผู้ชวยกำกับรายการ แต่ท่านก็ยังริเริ่มรายการใหม่ใช้ชื่อว่า ละคอนรำดนตรีไทย นำเสนอให้ชมกันประจำทุกเดือนทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 5 ขอนแก่น ช่อง 8 ลำปาง ช่อง 10 หาดใหญ่

ทางด้านงานวิทยุ ม.ล.ขาบ ได้จัดรายการ ดนตรีไทยไร้รสหรือ ถือเป็นปกติเรื่องคุ้นเคยเมื่อได้ยินกลอนนำรายการท่านประพันธ์ขึ้นเอง ว่า

ดนตรีไทยนั้นไม่ใช่ไร้รสชาติ โสตประสาทยินแล้วแว่วสุขสม

ดุจดั่งได้ทิพย์ธารามาประพรม คลายอารมณ์ที่ขุ่นข้องหมองหม่นเอย

ซึ่งเป็นเป็นที่หมายรู้ของผู้ฟังมาแต่ครั้ง วันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ.2506

ม.ล.ขาบ มีความสามารถเล่นดนตรีได้แทบทุกชนิดทั้งไทยและสากล เป็นคนแต่งเพลง ข้องจิต ที่ฮิตเป็นอมตะ (คำร้อง โดย ชอุ่ม ปัญจพรรค์ ) ทั้งยังเคยแสดงนำในภาพยนตร์เรื่อง เลือดทหารไทย ซึ่งได้ฝากเสียงร้องในเพลง กุหลาบในมือเธอ อันโด่งดังกระทั่งปัจจุบัน

เมื่อครั้งที่ ม.ล.ขาบ เป็นอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ท่านได้สนองพระเสาวนีย์ในสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี จัดให้มีวงดนตรี สังคีตสัมพันธ์ โดยมีนักดนตรีสำคัญร่วมงานหลายท่าน เช่น ครูเอื้อ สุนทรสนาน ครูเวศ สุนทรจามร ครูพุ่ม บาปุยวาทย์ ครูคงศักดิ์ คำศิริ เป็นอาทิ

พ.ท.ม.ล.ขาบ กุญชร ถึงแก่อนิจกรรมด้วยโรคชราในวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2529

ภายในเล่มประกอบด้วยบทความรำลึกอาลัยต่าง ได้แก่ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ(บุตร ธิดา), หมายต่างๆจากสำนักพระราชวัง , พ่อของลูก ภาพถ่ายในวาระต่างๆ กับญาติมิตร งานราชการงานดนตรี งานการแสดง งานทีวี กีฬา เป็นอาทิ

ต่อด้วย คำนำ,เสี้ยวหนึ่งของชีวิต (เขียนโดยพ่อ เรียบเรียงโดย ลูกๆ),ชีวประวัติที่สำคัญของพลโทหม่อมหลวงขาบ กุญชร ในสายตาของข้าพเจ้า (ดร.สละ ทศนานนท์),ม.ล.ขาบ กับกรมประชาสัมพันธ์ (ดนัย ศรียาภัย),พระเอกผู้มีหัวใจทองคำ (ชอุ่ม ปัญจพรรค์),พ่อ กับ ดนตรีผสม สังคีตสัมพันธ์ (วงดนตรี ก.ป.ส.),ขาบมงคล (ลาวัลย์ โชตามระ จากหนังสือ ละครกับฉาก พิมพ์เมื่อ พ.ศ.2508),สื่อมวลชนกล่าวถึงพ่อเมื่อวันที่พ่อจากไป (บางกอกโพสต์,แนวหน้า,สยามรัฐ,นิตยสาร นะครับ ),ขบวนการเสรีไทยและกิจการสงคราม(คุณหญิงดิฐการภักดี จากหนังสือ หกรอบแห่งชีวิต),ต้นตอของละคร (เขียนโดย พ่อ ),ละคอนดึกดำบรรพ์และปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์ (ธนิตย์ อยู่โพธิ์)

ท้ายเล่มเป็น รายพระนามและรายนาม เจ้าของพวงมาลา พวงหรีด และผู้ร่วมทำบุญในการบำเพ็ญกุศลศพ พลโทหม่อมหลวงขาบ กุญชร ณ ศาลาภานุรังษี วัดเทพศิรินทราวาส ในครั้งนั้น

18.โชติ ดุริยประณีต (6 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2452-10 มิถุนายน พ.ศ.2516)

อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ นายโชติ ดุริยประณีต ต.ม. ,จ.ช. ณ เมรุวัดสังเวชวิศยาราม วันพุธที่ 6 มีนาคม พ.ศ.2517

ปกอ่อนสีน้ำตาลเข้ม พิมพ์ลายมือบทร้อยกรอง,พิมพ์ที่โรงพิมพ์พิฆเนศ 99-97 แพร่งสรรพศาสตร์ ถนนตะนาว กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์ 222850,229369 นายขรรค์ชัย บุญปาน ผู้พิมพ์โฆษณา 2517,46 หน้า

ภาพถ่ายชุดข้าราชการ,ครบรอบวันเกิด 60 ปี,ตั้งศพบำเพ็ญกุศล

ครูโชติ เกิดเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2452 ที่บ้านข้างวัดสังเวชวิศยาราม พระนคร กรุงเทพ นับเป็นบุตรคนที่ 2 ของสกุลดุริยประณีต อันเกิดจากครูสุก และ นางแถม

แรกเริ่มร่ำเรียนเขียนอ่านกับท่านเจ้าอาวาสวัดสามพระยา ก่อนจะย้ายมาวัดสังเวชฯ จากนั้นตัดสินใจเลิกเรียนหนังสือ หันมาถือไม้ระนาดไม้ฆ้องร้องเสภาสักวาพากย์โขน เจริญรอยตามบิดาที่จับมือสาธุการให้เป็นปฐม อีกได้ถูกบ่มเพาะฝีมือเชิงปี่จาก เจ้าคุณครู พระยาเสนาะดุริยางค์ (แช่ม สุนทรวาทิน) เรียนเครื่องหนังกับ พระพาทย์บรรเลงรมย์ (พิม วาทิน) เรียนร้องกับ ขุนระทึก แม่ส้มแป้น ครูกิ่ง พลอยเพชร ไปปากเกร็ดสำเร็จวิชา รำเจ้า รำผี เพลงมอญ ตะโพนมอญ เปิงมาง ทางมอญแท้ๆจากครูจำปา

ครูโชติ ดุริยประณีต ได้ถวายตัวเป็นมหาดเล็กฝ่ายมหรสพในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (พ.ศ.2469-2478) ก่อนโอนย้ายกลายมาสังกัดแผนกดุริยางค์ไทยและนาฏศิลป์ไทย กองการสังคีต กรมศิลปากร (พ.ศ.2500-2510) โดยได้รับตำแหน่งหัวหน้าแผนกดุริยางค์ไทย นับได้เป็นคนที่ 4 ต่อจาก หลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ครูมนตรี ตราโมท และครูโองการ กลีบชื่น

ครูโชติ ดุริยประณีต ถึงแก่กรรมในวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2515 ด้วยอาการสงบ สิริรวมอายุ 64 ปี

ภายในหนังสืออนุสรณ์ประกอบไปด้วย ประวัติ นายโชติ ดุริยประณีต,คำไว้อาลัย (สมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดสังเวชวิศยาราม), ขอให้มีวงดนตรีไทยในสรวงสวรรค์ (เฉลิมพล),ไว้อาลัยคุณโชติ ดุริยประณีต(คึกฤทธิ์ ปราโมช),นึกถึงโชติ (มนตรี ตราโมท),คิดถึงโชติ (ธนิตย์ อยู่โพธิ์ 22 ก.พ.17),พระคุณของพ่อ (จากลูก),

ผสม-ผสาน (งานเขียนของโชติ ดุริยประณีต) เขียนกลอน เพื่อลูก (พ.ศ.2490),ผลงานเพลงและประวัติที่ได้เขียนอธิบายไว้ในสูจิบัตรดนตรีสำหรับประชาชน ณ สังคีตศาลา เช่น โหมโรงศรีสังคีต 3 ชั้น,สุริโยทัยเถา,กราวรำมอญ เถา,บางลำพูเนรมิตร อีกบทความต่างๆ เช่น

เตือนใจศิลปิน ข้อเขียนเกี่ยวกับการประชันวง (สูจิบัตรดนตรีสำหรับประชาชน ณ สังคีตศาลา วันอาทิตย์ที่ 6 มีนาคม 2509)

อวยพรปีใหม่ , ปี่พาทย์นางหงส์ (สูจิบัตรดนตรีสำหรับประชาชน ณ สังคีตศาลา วันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม 2512)

วัฒนธรรมและประเพณี เพลงรัวมอญ การบรรเลงปี่พาทย์มอญเครื่องใหญ่ ของคณะดุริยประณีตรุ่นเล็ก(สูจิบัตรดนตรีสำหรับประชาชน ณ สังคีตศาลา วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2513)

อธิบายลักษณะการประสมวงดนตรีประเภทต่างๆ ปี่พาทย์ไทย ปี่พาทย์มอญ ปี่พาทย์ชวา เครื่องสาย เครื่องสายปี่ชวา มโหรี มโหรีผสมหัสดนตรี วงกลองยาว วงกลองแขก ขับไม้ ขลุ่ยวง แคนวง อังกะลุง วงขิมเถา (ขิมสามขนาด) วงดนตรีประกอบระบำชุดโบราณคดี

เช่นเคยที่บทรำพันนี้มาจากมันสมองอันน้อยนิดของชีวิตที่มีแต่ความรีบเร่ง คงไม่อาจอวดเบ่งเองอ้างในทางวิชาการใดๆ จะเป็นกรุณาอย่างหาที่สุดมิได้ ถ้า อักษรานุสรณ์ นี้จะเป็นการจุดประกายให้ผู้รู้ช่วยชี้แนะแก้ไข อีกอภิปรายในหลายแง่มุมที่คลาดเคลื่อนเลือนหาย ขออย่าได้ถือสาหาความใดๆเลย เจ้าประคู้ณ .!

Posted: ตุลาคม 22nd, 2009
Categories: อักษรานุสรณ์ บันทึกหลังความตาย
Tags:
Comments: No Comments