“อักษรานุสรณ์” บันทึกหลังความตาย หมายเลข 7

อักษรานุสรณ์

บันทึกหลังความตาย หมายเลข 7

นายยางสน..คนบางขวาง
5 ธันวาคม 2547

สมบัติผลัดกันชม คมคำนี้ ใครกันหนอเป็นผู้ที่กล่าวไว้

บ่ายแก่ๆวันหนึ่งในสวนสงบย่านคลองรังสิต กุญแจดอกกระจิริด สะกิดเคลื่อนเลื่อนสลักผลักบานกระจกตู้หนังสือใบเขื่อง ซึ่งล้วนแต่มีเรื่องราวยาวนานของชีวิตคนระคนคละ ซ้อนทับอับแอบเงียบเหงา

ขอขอบพระคุณ คุณอา ผู้น่ารัก ที่ได้มอบ อักษรานุสรณ์ อีกมากมาย ให้ได้ดูแลและเผยแพร่เล่าสู่กันฟัง

อย่างน้อยก็คงเป็นช่วงเวลาหนึ่ง ก่อนที่จะถึงมือของใครคนต่อไป

19.บุญยัง เกตุคง (กุมภาพันธ์ ..2467- 22 สิงหาคม ..2540)

บุญยัง ทุ้มยอด ที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิงศพ ครูบุญยัง เกตุคง ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ลิเก) เมรุวัดโพธิ์ .เมือง .นครราชสีมา .2541

รูปเล่มกะทัดรัดขนาดพกพา ภาพครูบุญยัง นั่งคาบยามวนดวลทุ้ม มติชน ศิปวัฒนธรรม จัดรูปเล่ม, พิมพ์ที่ บริษัทพิฆเนศ พริ้นติ้ง เซ็นเตอร์ จำกัด 41/1 ถนนเทศบาลนิมิตใต้ ประชานิเวศน์ 1 แขวงลาดยาวเขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900, โทรศัพท์ 9543971-8,ไพโรจน์ สายทุ้ม ผู้พิมพ์โฆษณา,จำนวน 304 หน้า

ฉากชีวิตของครูบุญยัง เกตุคง เริ่มขึ้นตรงสวนมะพร้าวของชาวถิ่นอัมพวา บิดาชื่อพยอม มารดาชื่อเขียน เจียรจดบันทึกไว้ว่าเกิดในวันเสาร์เดือน 3 ตามตำราบอกว่าเป็นปีชวด พ.ศ.2467

นอกจากจะทำสวนเป็นปกตินิสัยของชาวบ้านละแวกนั้น ยังกอบกิจคิดค้าจำหน่ายเครื่องอุปโภคบริโภคเล็กๆน้อยๆยามว่างเว้นงานปี่พาทย์ ลิเก ที่เร่เล่นอันเป็นวิชาสืบทอดมาในสายตระกูล

ครั้นอายุครบ 7 ปี นายพยอมผู้บิดาจึงพาพี่น้อง ยงค์ ยัง ไปฝากฝังเป็นศิษย์ปี่พาทย์ครูหรั่ง พุ่มทองสุก ที่บ้านปากคลองภาษีเจริญ เรียนอยู่ได้ 3-4 ปี มีฝีมือพอตัว บิดาจึงนำตัวไปเป็นศิษย์ครูเพชร จรรย์นาฏย์ มือระนาดวังบูรพา ศึกษาจนแคล่วคล่องทุกช่องฉาก จากนั้นครูเพชรจึงนำไปฝากมอบตัวเป็นศิษย์หลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) อยู่กินนอนกันเสียที่บ้านบาตร ร่วมรุ่นปี่พาทย์มากศิษย์พี่น้อง ทั้งได้เรียนรู้สู่วิชากับ ครูทองต่อ (โองการ) กลีบชื่น เพิ่มเติมอีกใช่น้อย

ครูบุญยัง ยังได้ฝากตัวเป็นศิษย์ครูแมว พาทยโกศล ครูยรรยงค์ โปร่งน้ำใจ ได้เรียนเครื่องสายกับครูหลวงไพเราะเสียงซอ(อุ่น ดูริยชีวิน) ครูฉลวย จิยะจันทร์ หมั่นเพียรเรียนรู้กับครูเอื้อน กรณ์เกษม ในกระบวนเพลงหน้าพาทย์ได้โดยมิขาดตกบกพร่อง

ด้วยความคับแค้นน้อยใจในชะตาชีวิตนักดนตรีที่ต้องประโคมปี่พาทย์แต่ย่ำค่ำยันย่ำรุ่ง ได้ค่าเหนื่อยเพียง 2 สลึง ซึ่งน้อยกว่าร้องรำทำลิเกถึงสามเท่า ครูบุญยังจึงเข้าไปเป็นศิษย์ลิเกครูวาด เม็ดขนุน ย่านตรอกมะยม ถนนจักรพงษ์ ก่อนที่จะกลับไปรับบทเสนาที่อัมพวาเป็นเวลาถึง 8 เดือน

เมื่อกลับมาบางกอก ครูจึงเข้าไปเป็นศิษย์ ครูสนิท จรกา ย้ายมาอยู่คณะศิษย์วัดพระพิเรนทร์ เล่นร้องร่ายรำประจำวิกเมรุปูนจนยุติด้วยกาละ จึงไปอยู่กับคณะนายเฉื่อย หัวล้าน ไม่นานนักก็ลาออกไปเป็นลูกศิษย์ครูเต็ก เสือสง่า (บุตรบุญธรรม ดอกดิน เสือสง่า) ที่โคราช จนสามารถช่ำชอง จึงกลับมาลองวิชาเป็นลิเกรับเชิญเล่นคณะทั่วไปที่บางกอก พร้อมทั้งได้ตั้งคณะลิเก เกตุคงดำรงค์ศิลป์ ร่วมกับครูบุญยงค์ พี่ชาย อีกนายบุญสม (พร ภิรมย์) มีผลงานการแสดงเป็นที่แพร่หลายทางสื่อวิทยุโทรทัศน์ในขณะนั้น ก่อนที่จะกลับโคราชเพื่อเรียนเพิ่มเติมกับครูเต็ก และได้เป็นผู้ดูแลสืบทอดคณะต่อมาเป็นเวลาร่วม 18 ปี

เมื่อครูเต็กถึงแก่กรรม ครูบุญยังเริ่มเบื่อหน่าย จึงได้แยกย้ายไปค้าถ่าน อาหารสำเร็จรูป ตั้งคอกม้าแข่ง ซึ่งล้วนไม่ประสบความสำเร็จ จึงระเห็จเข้ากรุงเทพ ขับรถรับจ้าง ทางพี่ชายซึ่งเป็นนักดนตรีมีฝีมือถือไม้ระนาดวาดเสียงอยู่ที่สำนักสวัสดิการกรุงเทพมหานคร จึงได้ชักชวนให้เข้ารับราชการทำงานเสียด้วยกัน

ครูบุญยัง ได้มีโอกาสเรียนรำหน้าพาทย์กับครูสมยศ(โป๊ะ) เปี่ยมลาภ ศิษย์คนสุดท้ายของคุณหญิงนัฏกานุรักษ์ ได้เป็นประธานประกอบพิธีไหว้ครูดนตรีนาฏศิลป์หลากถิ่นที่เชื้อเชิญ เป็นวิทยากรอบรมที่คุรุสภา นอกจากนั้นยังเป็นอาจารย์ที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ทั้งเป็นแรงกำลังหลักผลักดันกิจการของโรงเรียนดนตรีศศิลิยะ ก่อตั้งคณะดนตรี ฟองน้ำ อีกทั้งรับบทศิษย์จางวางดำ นำบทเด่นในละครโทรทัศน์เรื่อง ระนาดเอก แพร่ภาพทั่วประเทศเป็นที่โด่งดัง

เย็นย่ำตะวันรอนของวันที่ 22 สิงหาคม ลมหายใจสุดท้ายของครูจางหายสงบลง คงชื่อ บุญยัง ทุ้มยอด ให้เป็นตำนานตลอดไป

ภายในเล่มเต็มไปด้วยรูปสวยงามมากมาย ลายมือคาถาไหว้ครู ของครูบุญยัง อีกทั้งของท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ปิดท้ายด้วยแผนที่ชุมชนลิเกโคราช

เรียงถ้อยร้อยคำลำนำอาลัยมีมากมาย ได้แก่ ครูบุญยัง เกตุคง (เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์),แด่ครูบุญยัง(ขรรค์ชัย บุญปาน),สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ,คำประกาศเกียรติคุณ ศิลปินแห่งชาติ,ประวัติชีวิตและผลงาน,เทพบุตรระนาดทุ้ม(สุจิตต์ วงษ์เทศ),คำไว้อาลัย(พระครูโพธิเขมากร),คำไว้อาลัยนายบุญยัง เกตุคง(พยุงศักดิ์ จันทร์สุรินทร์),คำไว้อาลัยและระลึกพระคุณของท่านครูบุญยัง เกตุคง(ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน),อาลัย คุณอา ที่เป็นที่รัก(จรรยา (เกตุคง)พงศ์ประเสริฐ),วันที่มีคุณตา (สันสนะ เกตุคง),อาลัยคุณปู่ (ด.ญ.รวีวิภา กิ่งพุดซา),กราบบูชาพระคุณครูด้วยดวงใจ(พ.ต.ท.สุรชัย ลุ่มจันทร์),วันที่อยู่กับปู่(นิยม เปล่งสันเทียะ),คนดีชื่อดังยังไม่หาย(คณะลิเกศิษย์ครูบุญยัง เกตุคง),คำอาลัย(ชัยวัฒน์ รอสูงเนิน),อาลัยแด่คุณครู บุญยัง (ลิเกไทยรัฐโคราช ระเด่น ใจดี),อาลัยครู บุญยัง เกตุคง (ณรงค์พระ มะลิพวง),กราบคารวะดวงวิญญาณครูบุญยัง เกตุคง(ชาวคณะลิเก วรต้อ สิมานคร), อาลัยคุณครู กราบคารวะเทิดทูนดวงวิญญาณคุณพี่บุญยัง เกตุคง(ฉลอง ฝ้ายโคกสูง),สิ้นร่มโพธิ์(ร.ต.ประวิทย์ อดุลสุตกิตติ์),คิดถึงครู (จิรพรรณ อังศวานนท์),บุญยัง เกตุคง ลิเกตัวจริง(นิวัต กองเพียร),ระลึกถึงครูบุญยัง เกตุคง (น.พ.พูนพิศ อมาตยกุล),ครูบุญยัง เกตุคง ศิลปินชั้นครู(ณรงค์ชัย ปิฎกรัชต์),ครูบุญยัง เกตุคง ศิลปินแห่งชาติและศิลปินในดวงใจ(อัมพร จักกะพาก),ครูยัง ทุ้มยอด (จักรพันธุ์ โปษยกฤต),ลลนานัดพบครูบุญยัง เกตุคง(แทนเงา),ครูบุญยัง เกตุคง ศิลปินแห่งชาติ (อรณา),ตำราไหว้ครูดนตรีและนาฏศิลป์ ฉบับครูบุญยัง เกตุคง(อานันท์ นาคคง),ชมดงลิเก เสน่ห์มหรสพโคราช (อานันท์ นาคคง),กราบขอบพระคุณ

20.เมธา หมู่เย็น (4 มกราคม พ.ศ.2488-31พฤษภาคม พ.ศ.2542)

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบราราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พิมพ์เป็นอนุสรร์ในการเสด็จพระราชดำเนิน พระราชทานเพลิงศพ ณ ฌาปนสถานวัดมกุฏกษัตริยาราม วันอังคารที่ 10 สิงหาคม พ.ศ.2542

จัดทำโดย กลุ่มงานรักษ์สิปป์สังคีตศิลป์,พื้นปกสีเลือดนก พิมพ์ทอง รางระนาดเอก อยู่ใต้ชื่อ เมธา หมู่เย็น,พิมพ์ที่โรงพิมพ์ ดาว ซอยอินทามระ 17 ถนนสุทธิสาร กรุงเทพฯ, โทรศัพท์ 6162238-9 โทรสาร 2781253 ,จำนวน 147 หน้า

4 มกราคม พ.ศ.2488 ที่ตำบลบางเตย อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี เด็กชายตัวน้อยได้ถือกำเนิดขึ้นด้วยความรักของนายมานพ และนางวงษ์ ผู้เป็นบิดาและมารดา ซึ่งคงไม่มีใครคาดคิดว่า เด็กชายสม คนนี้ จะมีรสมือระนาดหวานสนิทติดหู สร้างความบันเทิงเริงรื่นให้ผู้คนเป็นหมื่นแสนในภายภาคหน้า

เด็กชายสม นายสม หรือครูเมธา จบการศึกษาประถมปีที่ 4 ที่โรงเรียนประชาบาลวัดบางเตยนอก ในวัยเยาว์ชอบเอาไม้ไผ่ กะลามะพร้าว มาเคาะเล่น เช่นปี่พาทย์ระนาดฆ้องที่ครูจับจ้องมองเขม้นมิรู้เบื่อยามเมื่อใดที่มีการบรรเลงที่วัด

ครูเก็บ รอบคอบ จึงเอ่ยปากจะหัดให้เมื่ออายุได้เพียง 4-5 ปีโดยเริ่มจาก ฉิ่ง ฉาบ กรับ โหม่งเป็นปฐม ก่อนที่จะต่อฆ้องหน่องหนอดได้ตลอดเพลงชุดโหมโรงเมื่ออายุได้ 6 ปี

ครั้นเมื่ออายุได้ 8 ปี มีหน่วยก้านข้อลำทำทีว่าจะไปได้ จึงได้ไล่ระนาดเอก ตั้งแต่ตี 4- 7 โมงเช้าเป็นประจำ ทำงานบวช งานศพ ลิเก โขนละคร แคล่วคล่อง เป็นที่ต้องใจแก่ครูสาลี่ มาลัยมาลย์ ศิษย์ ครูจางวางทั่ว จึงชวนตัวไปบางกอก บอกให้พักอยู่กับครูที่บ้านพระโขนง ใกล้วัดมหาบุศย์ ต่อเดี่ยวระนาดเพลง แขกมอญ พญาโศก ต่อยรูป กราวใน ทะแย ซึ่งล้วนแต่เป็นทางวังบางขุนพรหม

10 ปีให้หลัง ครูได้สมัครเข้าทำงานยังวงดนตรีไทย สถานีโทรทัศน์ ช่อง 4 บางขุนพรหม

บ่มฝีมือถือไม้ระนาดแพร่ภาพกระจายเสียงอยู่ 6 เดือน จึ่งเคลื่อนย้ายไปสมัครเป็นคนระนาดของกรมประชาสัมพันธ์ แทน ครูไก่ สืบสุด ดุริยประณีต แต่ครั้งพลโทหม่อมหลวงขาบ กุญชร เป็นผู้ควบคุมดูแล ซึ่งครูเมธาก็ได้ศึกษาเพลงการเพิ่มเติมกับ ครูคงศักดิ์ คำศิริ ครูสมาน ทองสุโชติ ครูฉลวย จิยะจันทร์ ครูระตี วิเศษสุรการ ครูจำเนียร ศรีไทยพันธุ์ และที่นั่นเองที่ทำให้ครูได้เข้าไปทำหน้าที่คนระนาดเอกในวงดนตรีสังคีตสัมพันธ์อันเลื่องชื่อ

นอกจากการบรรเลงระนาดแล้ว ครูยังได้รับหน้าที่เป็นหัวหน้าวงดนตรีไทย ควบคุมบันทึกเทปออกอากาศช่อง 11 เป็นประจำทุกเดือน บรรเลงดนตรีสำหรับประชาชน ณ หอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ (หลังเก่า ถนนราชดำเนิน) รับผิดชอบงานสอนดนตรีไทย ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ตั้งแต่ พ.ศ.2514) ได้มีโอกาสถวายการสอนแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นอกจากนี้ก็ที่ วิทยาลัยครูสวนสุนันทา มหาวิทยาลัยมหิดล โรงเรียนนายเรืออากาศ บ้านดุริยประณีต บ้านซอยราชครู เป็นอาทิ

ปลายปี พ.ศ.2539 ครูสุขภาพไม่ดี ด้วยมีภาระหน้าที่มากมายเพื่อการพยุงฐานะและความเป็นอยู่ของครอบครัว ครูหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน และต้องเข้าออกโรงพยาบาลอยู่เช่นนั้นอีกหลายครั้ง

กระทั่งในวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2542 ครูได้อาบน้ำเข้านอน และไม่ตื่นอีกเลย

ภายในเล่มมีภาพครูหลากหลายอริยาบท ทั้งในด้านงานดนตรี และชีวิตส่วนตัว ตามด้วยบทอาลัยใน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี,รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ(ภรรยาและบุตร),ชีวประวัติครูเมธา หมู่เย็น,ครูสมกับงานละคร(บทร้อยกรอง พี่ติ๋ว ม.ล.จุลลา งอนรถ ประพันธ์ในนามคณะละครอาสาสมัคร ในพระบรมราชินูปถัมภ์),ครูเมธา หมู่เย็น กับชมรมดนตรีไทย ส.จ.ม.(ปภาวี (ประกายแก้ว) บูลกุล/18 กรกฎาคม 2542),จากกรมประชาสัมพันธ์ แสนเสียดาย อาจารย์เมธา ผู้น่ารัก (ปราโมทย์ สัชฌุกร ผู้อำนวยการส่วนบริหารการดนตรี สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยกรมประชาสัมพันธ์ 29 กรกฎาคม 2542)

ส่วนหลังเป็นประวัติสังเขปของนักระนาดเอกผู้มีชื่อเสียงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ (รวบรวมแก้ไขเพิ่มเติม โดย ศ.น.พ.พูนพิศ อมาตยกุลและคณะ ในวโรกาสเสด็จพระราชดำเนินพระราชทานเพลิงศพ ครูเมธา หมู่เย็น ประกอบด้วยนักระนาดเอกนามอุโฆษมากมาย ได้แก่ เฉลิม บัวทั่ง,หลวงชาญเชิงระนาด(เงิน ผลารักษ์),ชื้น ดุริยประณีต,ทรัพย์ เซ็นพานิช,บุญยงค์ เกตุคง,หลวงประดิษฐไพเราะ(ศร ศิลปบรรเลง),ประสงค์ พิณพาทย์,เผือด นักระนาด,พริ้ง ดนตรีรส,พุ่ม บาปุยวาทย์,เพชร จรรย์นาฏย์,พระเพลงไพเราะ(โสม สุวาทิต),รวม พรหมบุรี,ศุข ดุริยประณีต,สกล แก้วเพ็ญกาศ,สมนึก ศรประพันธ์,สิน สินธุนาคร,สุพจน์ โตสง่า,สืบสุด ดุริยประณีต,พระยาเสนาะดุริยางค์(แช่ม สุนทรวาทิน),พระเสนาะดุริยางค์(ขุนเณร),เรืออากาศเอกโองการ กลีบชื่น

บรรทัดสุดท้าย บทสุดท้าย หรือใดๆก็ตาม ที่เป็น สุดท้าย มักจะมีความหมายพิเศษเสมอ

แม้ว่าจะไม่ต่างเลยซึ่งสิ่งที่ได้ดำเนินและเป็นมา…

คงเพียงเพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่า สุดท้าย จะมาถึงเมื่อใด…….

.สวัสดีครับ…..

Posted: ตุลาคม 22nd, 2009
Categories: อักษรานุสรณ์ บันทึกหลังความตาย
Tags:
Comments: No Comments