เพลงดนตรี “บุญยงค์โด่งดัง ยุญยังโด่งดี และขุนฉาบแห่งทุ่งบางขุนเทียน”

เพลงดนตรี ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ 2545 ,หน้า 40-43

บุญยงค์โด่งดัง บุญยังโด่งดี

และ ขุนฉาบ แห่งทุ่งบางขุนเทียน

นายยางสน..คนบางขวาง

2 มกราคม 2545

สองทุ่มกว่าแล้ว ยังนั่งแกร่วอยู่บนพาหนะประจำตำแหน่ง ตัวเลขสีแดงเบื้องหน้ายังคงเดินต่อไปเรื่อยๆ จาก 35 ..37 ..39 ตอนนี้..โอว์ คุณพระ(ประดิษฐ์ไพเราะ)ช่วย..215 เข้าให้แล้ว ที่น่าหวั่นก็เพราะหน่วยนับของเลขพวกนี้ก็คือ บาท หนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ที่สามารถบรรดาลสรรพสิ่งต่างๆ ให้เป็น ให้อยู่ ให้ได้สุข ให้ได้เสพ ของชนชาวสยามประเทศรวมถึงพี่น้องชายขอบ เขมร ลาว พม่าหม่อง ทั้งผอง ในย่านอุษาคเนย์ .. จุดหมายที่จะไปคือวัดแก้วไพฑูรย์ ถนนเอกชัย ย่านบางขุนเทียน ..ที่นั่นมีอะไร

ทราบข่าวจากคุณเสถียร ดวงจันทร์ทิพย์ นักเขียนปากกาคม ตู้เพลงเรื่องเคลื่อนที่ ว่าจะรวมหมู่มวลมิตรชาวปี่พาทย์ก่อการอันเป็นกตัญญุตาคุณ เพื่อระลึกถึง สองพี่น้องศิลปินแห่งชาติ ครูบุญยงค์ และครูบุญยัง เกตุคง โดยจะมีพิธีไหว้ครู และบรรเลงปี่พาทย์ผลงานเพลงของครูที่วัดแก้วไพฑูรย์ ในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2544 ..ไม่ได้การ.ต้องตามไปดูซะหน่อย..

สองทุมครึ่ง ถึงที่หมาย เบา..สบายกระเป๋าสตางค์ไปอีกวัน..

เสียงปี่พาทย์ในเพลงสี่บท ลอยมาแต่ไกล เป็นวง กทม. ที่คุณอี๊ด ดนัย มุ่งเยียวยา กำลังมุ่งทะเลาะอยู่กับผืนระนาด..

คนไม่มากแฮะ..คงจะเป็นเรื่องของการประชาสัมพันธ์ไม่ทั่วถึง ..หรือว่าตลาดวายแล้ว

ก้นยังไม่ทันได้สัมผัสเก้าอี้เหล็กที่สัมผัสที่หกบอกว่าคงเย็นเฉียบ เนื่องตั้งอยู่กลางแจ้ง และอากาศก็หนาวเย็นเป็นใจอยู่..โอเลี้ยงแก่ๆแก้วหนึ่งก็มาถึงมือ พร้อมการต้อนรับขับสู้อย่างประชิดตัว จากบุรุษวัยกลางคน ร่างท้วม ขาว ตาหยี หน้าเปื้อนยิ้มตลอดเวลา ซึ่งก็เป็นคนคุ้นหน้าพบเห็นกันตามงานปี่พาทย์เสมอๆ

อ้าวนั่นไง เสถียร เข้าไปทักทายกันก่อนดีกว่า

เพิ่งเล่นวงแรก เมื่อกี้ต้องหยุดไปพักใหญ่เพราะศาลาข้างๆ มีสวดศพ กลัวรบกวนเค้า เสถียร รำพึงให้ฟัง ก็ไม่เป็นไรหรอก อย่างไรเสีย ดนตรีไทยกับผีสาง เทวดา ก็เป็นที่พึ่งพิงกันมาอยู่มิได้ห่างมิใช่หรือ

ไต่ถามสารทุกข์สุขดิบพอสมควร ก็ทราบว่า ช่วงเช้า ครูพินิจ ฉายสุวรรณ มาเป็นพิธีกรไหว้ครู ปี่พาทย์ที่ทำหน้าพาทย์ก็ศิษย์ครู บุญยงค์ บุญยัง นำโดย ผู้พันเหนาะ ครูเสนาะ หลวงสุนทร บ่ายแก่ๆก็มีการบรรเลงโหมโรงเย็น 3 ชั้น อันเป็นทางพิเศษที่ครูบุญยงค์ทำไว้ ส่วนช่วงค่ำก็จะเป็นศิษย์วงต่างๆนำมาบรรเลงกัน..

ครูบุญยงค์ (พ.ศ.2463-พ.ศ.2539) และครูบุญยัง (พ.ศ.2467- พ.ศ.2540) เป็นบุตรชายของครูเที่ยงหรือพยอมและนางเขียน มีเชื้อสายทางตา ยายมาจากสมุทรสงคราม เกิดในครอบครัวนักดนตรี ปี่พาทย์ โขนละคร หัดดนตรีกับบิดาเป็นปฐม ต่อจากนั้นได้เรียนกับ ครูหรั่ง พุ่มทองสุก ครูเพชร จรรนาฏย์ คุณครูหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) เป็นอาทิ ชีวิตของครูเหมือนละครน้ำเน่าดีๆนั่นเอง มีครบทุกรส แต่คนที่ไม่ใช่นักเลงปี่พาทย์ ซึ่งก็คือคนส่วนมากนั่นแหละ จะรู้จักครูทั้งสองในบทบาทของนักดนตรีมือเก๋าและมันสมอง ของวง ฟองน้ำ หรือกังสดาลมากกว่า

ต่อจากวง กทม.ซึ่งประโคมเป็นวงแรก ก็ต่อด้วย วง ศิษย์ พ.นักระนาด วงดวงจันทร์ทิพย์ วงศิษย์วัดสระบัว วงสามัคคีดนตรีไทย และวงรวมดาวกระจายอีกหลายวง เพลงของครูบุญยงค์ที่นำมาเล่นก็มี ตามกวาง พิรุณสร่างฟ้า เขมรราชบุรี และอีกหลายๆเพลง แต่ที่ขาดไม่ได้คือ ชเวดากอง

สลับกับปี่พาทย์ก็เป็นการแจกมุกสดของสองผู้ดำเนินรายการ ครูเล็ก ชนะ ชำนิราชกิจ พระเอกลิเก ดาวค้างฟ้า คู่กับพระเอกดาวรุ่งจากรายการวิทยุ และหนังสืองานศพนักดนตรี อ.หน่อง อานันท์ นาคคง โดยมีเสียงหัวเราะ และปรบมือเชียร์แบบไม่ค่อยมีเหตุผลซักเท่าไหร่เป็นระยะๆจากชายร่างท้วมผู้นั้น ..

ที่ได้ทราบอีกอย่างก็คือ จะมีงานเช่นนี้อีกทุกปี โดยจะจัดขึ้นที่วัดแก้วไพฑูรย์นี่แหละ แต่จะจัดในวันที่ 9 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันที่ครูบุญยงค์ ถึงแก่กรรม

ปี่พาทย์ยังสลับสับเปลี่ยนกันขึ้นบรรเลง นายเบิ่ง ทวีศักดิ์ อัครวงศ์ นักระนาดวงดวงจันทร์ทิพย์ ยังคงใช้เพลง ทวอย เพลงถนัดของตัวเอง ฝีมือการแต่งของครูบุญยงค์ เปล่งอานุภาพของเสียงระนาดสะกดใจผู้ชมให้ละความสนใจจากรสชาดก๋วยเตี๋ยวเนื้อชามเด็ด และแม่สาวขายกาแฟคนนั้นชั่วขณะใหญ่ทีเดียว

.ถ้าวงการสตริงมีสุดยอดเอนเตอร์เทนเนอร์ อย่าง ป้าเบิร์ด ในวงการปี่พาทย์ ตำแหน่งนี้คงต้องเป็นของ ป้อม กองปราบ ประสิทธิ์ สิทธิชัย เป็นแน่

เคยเห็นมั๊ย.. คนระนาดอัลเทอร์เนทีฟ ไฮเปอร์สุดๆ

ขณะที่คุณป้อมกำลังวาดลวดลายในเพลงโอ้ลาว เสียงฉาบในวงก็ดังขึ้นผิดสังเกตุ สร้างความตื่นตระหนก พรั่นพรึงให้นักดนตรีปี่พาทย์ในวง..

อ้าวชายร่างท้วม นั่นเอง เมื่อกี้ยังเพิ่งยกก๋วยเตี๋ยวมาบริการอยู่เลย..

จากเสียงฉาบที่ไม่ค่อยเป็นจังหวะ คร่อมไปคร่อมมา เกะกะ ก็ค่อยๆ กลายเป็นเสียงที่มั่นคงขึ้นสร้างอรรถรสในการฟังได้อย่างน่าประหลาด

เปล่า เขาไม่ได้เมาหรอก เพียงแต่ถ้าจะเรียกตามประสาชาวบ้านก็คือ สติ ไม่ดี ปัญญาอ่อน หรือ บ้า นั่นแหละ ก็แล้วแต่จะยัดเยียดคำจำกัดความให้

แต่เราและเพื่อนสมัครที่จะเรียกว่า ขุนฉาบ มากกว่า

..แต่..เอ..ท่าทาง ชายร่างท้วมนี่จะมีวิชาดี รู้เพลง รู้จังหวะ และที่สำคัญรู้จักสนุกกับดนตรี กับชีวิต

ตีสี่แล้ว..ชเวดากอง เพลงหมู่เพลงสุดท้ายจบลง

ถึงคราว คุณน้อย ชัยชนะ เต๊ะอ้วน เดี่ยวระนาดเพลงพญาโศก เถา โดยเริ่มบรรเลงจากชั้นเดียวไปหาสี่ชั้น แล้วย้อนกลับมาลงชั้นเดียวอีกโดยไม่มีการถอนแนวบรรเลงเลย นับว่าคนระนาดจะต้องมีความไหวอึดอย่างมากทีเดียว ต่อด้วย คุณปู ดอกกระโดน บุญสร้าง เรื่องนนท์ เดี่ยวระนาดทุ้มเพลงเดียวกัน

นึกว่ารายการจะยุติเพียงแค่นี้ ช้าก่อน..

ป้อม กองปราบ คว้าไม้ระนาด พร้อมเรียกคนฉิ่งขึ้นไปช่วยตี ไม่ใช่ใครที่ไหน ขุนฉาบ ผู้อารี นั่นเอง

ท่ามกลางการลุ้นระทึกของผู้ชมกลุ่มเล็กๆกลุ่มสุดท้าย ว่า ป้อมจะเดียวเพลงอะไร ขุนฉาบจะช่วยหรือจะฉุดระนาดให้รุ่ง..หรือล่มอย่างไร ป้อม กองปราบ ก็เลี้ยวระนาดลงจบซะดื้อๆ..

ยังไม่ทันรู้ว่าเป็นเพลงอะไร ..แต่ก็งามในความรู้สึก ที่รับรู้ได้ว่าเป็นเสียงที่เกิดจากไหวพริบ ปฏิภานของนักระนาดผู้หลุดพ้นจากกรอบวิชาการใดๆที่ ผู้แสดงตนว่าเป็น ผู้รู้ ได้สร้างขึ้นและกักขังจินตนาการเอาไว้

ด้วยเจตนาบริสุทธ์ในการบูชาคุณครูผู้เป็นที่เคารพทำให้เสียงระนาดสุดท้ายของค่ำคืนที่หนาวเย็นจบลงอย่างมีเสน่ห์ และบ่งบอกถึงบุคลิกบางอย่างของสองพี่น้องเจ้าของงานได้เป็นอย่างดี

ตีห้า ขุนฉาบ ยังคงยิ้มระรื่น พลางเก็บถ้วยชาม โต๊ะ เก้าอี้ ทำหน้าที่เสมือนเจ้าภาพ อย่างขะมักเขม้น เต็มกำลัง

เสียงปี่พาทย์เงียบลง พร้อมๆกับเสียงการล่ำลา ได้เริ่มขึ้น ผู้คนเริ่มหอบสังขารที่โรยแรงเคลื่อนออกจากลานคอนเสิร์ทกลางแจ้งแห่งนี้

ทันใดนั้น ก็มีมือแข็งแรงเข้ามาบีบบริเวณต้นคอ หากแต่ยังคงความด้วยความทะนุถนอมไว้ในมือที่หยาบกร้านนั้น

ขุนฉาบ นั่นเอง

มือหนักๆ แน่นๆ อย่างนี้ เป็นไปได้ไหมว่าอาจจะเป็นมือที่เคยกระทบ ฟาด ตะโพน กลองแขก หรือเครื่องหนังต่างๆมาแล้วอย่างโชกโชน ..

ขอตังค์ยี่สิบดิ แหะๆ จะนั่งรถเมล์กลับบ้าน..รถเมล์ห้าบาท แหะๆ บ้านอยู่แถวนี้

ชายร่างท้วมค่อยๆพ่นคำออกมาเบาๆ หน้ายังยิ้มอยู่เช่นเคย ส่วนมือก็ค่อยๆบีบนวดอย่างเอาใจ .

..ตีห้าครึ่ง บนพาหนะประจำตำแหน่ง นั่งมองตัวเลขสีแดงเบื้องหน้า วิ่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ร่าเริง

ยี่สิบบาท ที่หยิบยื่นให้ และมิตรภาพที่ได้รับจาก ขุนฉาบ สะกิดใจให้รู้ว่า

.ตัวเลขหาใช่มาตรวัดในคุณค่าเสมอไป..

….ความเก่งก็อาจจะไม่ใช่ปลายทางของความอุตสาหะ..

คนบ้าก็ใช่ว่าเป็นคนดีไม่ได้ และ..ในทางตรงข้ามก็ย่อมจะเป็นไปได้ด้วยเช่นกัน

เมื่อปี่พาทย์ประโคม คงได้พบกันอีก.. ขุนฉาบ แห่งทุ่งบางขุนเทียน

Posted: ตุลาคม 22nd, 2009
Categories: เพลงดนตรี
Tags:
Comments: No Comments