เพลงดนตรี “พระพิราพ พระพิรุณ พระพิโรธ ที่วัดพระพิเรนทร์”

พระพิราพ พระพิรุณ พระพิโรธ

ที่วัดพระพิเรนทร์

นายยางสน..คนบางขวาง

21 กันยายน 2547

หลังจากต้องตื่นเต้นเป็นกังวลกับการช่วยชีวิต เพราะก้างติดคอหนุ่มเหน้าชาวเชื้อโพธิ์หัก ที่จักต้องมาดำเนินรายการงานดนตรีปี่พาทย์ประชันในวันที่ 16 กันยายน จนกระทั่งแคล้วคลาดปราศจากอันตราย รถญี่ปุ่นฝุ่นจับก็ขับเลี้ยวซ้ายหายเข้าซอกตรอกวัด เห็นถนัดชัดเจนเด่นง้ำคำโตโชว์ชื่อ วัดพระพิเรนทร์

ล้อหมุนผ่านป้าย สมาคมสงเคราะห์สหายศิลปิน เข้าเทียบท่าจอดสนิทติดกับรถกระบะของใครบางคน ที่วางระนาดคาดผ้าบังผืนเก็บเสียงพร้อมบรรเลงอยู่หลังรถ

บริเวณงาน บนสองข้างถนนคนเดินยาวไม่เกินร้อยเมตรในเขตวัด จัดระเบียบเรียบร้อยร้านค้าน้อยใหญ่ไล่เรียงส่งเสียงขรม ทั้งน้ำอัดลม ขนมถังแตก ก๋วยจั๊บ ข้าวมันไก่ ใข่ปิ้ง มันทอด ไก่ย่าง วางอวดโชว์เก๋าว่าล้วนเจ้าเก่าเล่ายี่ห้อ จะขอกินร้านที่ใหม่ๆเพื่อสุขอนามัยบ้างก็เห็นจะไม่มี .

ส่วนที่น่าจะมีเอี่ยวเกี่ยวกับงาน ก็คือพวกเครื่องรางของขลังล้วนเกจิดังปลุกเสก แต่ที่เด็กรุมคงไม่พ้นมุมระบายสีปูนปลาสเตอร์ ที่นำเสนอทั้ง ทูมไรเดอร์ เซลามูน โดราเอมอน วางสลอนเคียงข้างพ่อแก่แลสับสนกลัวคนจะเช่าไประบายสีเป็นที่สนุกสนาน

ผ่านเลยไปอีกเล็กน้อยตรงมีคนคอยเข้าคิว ซึ่งล้วนหลิ่วตาเล็งเกร็งนิ้วเหนี่ยวไกปืนอัดลมหมายล้มตุ๊กกะตาล่ารางวัล อีกชิงช้าสวรรค์ชั้นดุสิตไทยประดิษฐ์ร้อยเปอร์เซนต์ ตั้งเป็นสัญลักษณ์ที่จักขาดเสียมิได้

พระพิราพ

2 ทุ่มกว่า ภายในศาลาวัด รั้วเหล็กวางคั่นจัดระเบียบทางเดินสู่ปรัมพิธี ที่มีครูบุญเลิศ นาจพินิจ สงบจิตอยู่ในชุดขาว ที่เหนือเกล้าสวมเศียรพระครูฤษี อีกข้างๆจัดวางเศียรพระพิราพ ที่คนดนตรีนาฏศิลป์เคารพกราบไหว้

ฝูงชนเรียงแถวเป็นแนวยาว สิริราว 1500 คน ที่ครูต้องพ่นมงคลคาถาเจิมหน้าในวาระมงคล

เบื้องหลังครูบุญเลิศ ภาพภูเขาเศียรครูน้อยใหญ่หลายสกุลช่าง วางเรียงเคียงสลับซ้อนระดับวับวาวราวสุวรรณบรรพต

กระทั่งเสียงไชโยโห่ร้อง พ้องเสียงปี่พาทย์ระนาดฆ้องสร้องเสียง เศษข้าวตอก ดอกไม้ ปลิวคว้างกลางอากาศ มือน้อยใหญ่ที่เคยใช้รำ กำไม้บรรเลงดนตรี เหยียดสูงมุ่งหมายที่จะคว้าไขว่ได้เป็นเจ้าของ

พลันเสียงกรีดร้องสะพึงกลัวระรัวเร้ารู้สึก ก็ดังมาจากเบื้องหลังที่สำเหนียกได้ว่าไม่ห่างเท่าไหร่ ชายหนุ่มรุ่มร่าม สามสี่คน ที่บนหน้าอกของใครคนนั้น มีภาพครูยักษ์สักสถิตย์ติดร่าง ที่กางแขนขาสั่นส่ายร่ายรำ

พระพิรุณ

4 ทุ่มกว่าๆ โต๊ะเหล็กเล็กผุ ยืนพิงกำแพงวัด คั่นขวางงานบุญที่ด้านหนึ่งหลวงพ่อหลวงพี่ตั้งเต๊นท์โต๊ะตั่งนั่งเทศน์บอกบุญผ่านไมโครโฟนตะโกนก้องขับแข่งเสียงร้องรับเครื่องสาย ที่กระจายฟุ้งพุ่งกระแทกแก้วหูอื้ออึง ซึ่งก็นับเป็นประวัติศาสตร์ ที่มีการประชันเครื่องสายขึ้น ณ สถานที่แห่งนี้ โดยมี วงสิงห์บุรี มาต่อตีสีซอ กับวงช่อชงโค (ที่มีอันต้องยุติจบลงก่อนกำหนด)

จานพลาสติกว่างเปล่า ก๋วยจั๊บลับหายไปอย่างรวดเร็ว ทั้งที่หมายตาข้าวมันไก่ไว้ก่อนหน้า เหตุว่าหน้าตาจิ้มลิ้มชวนชิมกว่าร้านไหนๆของน้องคนนั้น

พลันชายกำยำวัยกลางคน ก็ลุกลนเข้ามาร่วมวงสนทนายาวนานกว่าชั่วโมง

..พี่ป้อมครับ ผมฟังพี่ไม่ค่อยรู้เรื่องหรอกจะบอกให้ เพราะพี่พูดไหวเหลือเกิน และไอ้ที่อยากเดินไปถอดปลั๊กลำโพงก็เกรงใจสุขภาพตัวเอง ทั้งๆที่เพลงชีวิตของพี่นั้น น่าฟังกว่าเพลงประชันที่กำลังห้ำหั่นชิงเปรียบกันเป็นไหนๆ..

แสงสว่างปลาบแปลบวาบวับสลับเสียงครืนครามก้องฟ้า สายฝนโปรยรัวเม็ดเล็ดลอดรูหลังคาเต๊นท์ผ้าใบไหลกระทบโต๊ะเหล็กกลางวงสนทนาแข่งเสียงลำโพงแปดแสนวัตต์ ยิ่งทำให้เสียงพี่ยิ่งบางเบาเข้าใจยาก หากแต่บางครั้งเราอาจจะไม่ต้องได้ยินด้วยหูเสมอไป

พระพิโรธ

ตี 5 กว่า วงปี่พาทย์ประชันชุดแรกรุ่นยังเติร์กที่ได้โหมโรงโหมแรงแข่งขันกันมาตั้งแต่เที่ยงคืน ทั้ง วิจิตรศิลป์ (จันทบุรี) ศิษย์เรืองนนท์ (กทม.) ศิษย์ชัยยุทธ (กทม.) ก็ได้ยุติลง คงเป็นรอบของวง(นักระนาด) ผู้ใหญ่ ได้แก่เขียวขาว (กทม.) พยุงศิลป์ (อยุธยา) และ ป้อม กองปราบ (สมุทรสาคร)

พิธีกร 2 วัย หนึ่งนั้นคือ ครูเล็ก ชนะ ชำนิราชกิจ ขาประจำทำหน้าที่แข็งขัน ทั้งที่ท่านแน่นหน้าอกน่าตกใจ กระทั่งเห็นครูเดินเนิบนาบอิดโรยขอโทษขอโพยออกมานอกศาลา

ก่อนจากครูฝากฝังไมค์ให้กับ ครูหน่อง น่ารักแต่สะเทือนใจลึกๆ

ร้านรวงเริ่มปิดตัวลง ผู้ชมคงเหลือแต่แฟนปี่พาทย์พันธ์แท้ รวมกับอีกที่แน่นิ่งด้วยฤทธิ์พระสุธารสที่ประเคนประโคมกันตั้งแต่ย่ำค่ำค้ำกายไม่ไหว

ท่ามกลางเสียงปี่พาทย์กราดเกรี้ยวเผ็ดร้อนแผดก้องดังยิ่งกว่าค่อนคืนที่ผ่านมา ด้วยชาวประชาสามัญชนทั่วไปก็คงจะหลับไหลกันถ้วนทั่ว

.เลิกซะทีซิโว้ย อะไรกันนักหนา .หนวกหูชิบ

เสียงใครบางคนก่นข้ามกำแพงแยงหูน่าเห็นใจ

พระพิเรนทร์

ไหว้ครูวัดพระพิเรนทร์ สมาคมสงเคราะห์สหายศิลปิน 16 กันยายน พ.ศ.2547

กติกา เถาอิสระ 2 เพลง ไม่เกิน 30 นาที

เดี่ยวรอบวงยกเว้นกราวใน ทยอยเดี่ยว

ค่าตอบแทนคณะละ 4500 บาทเหรียญพ่อแก่ ปี พ.ศ.2515

วงบรรเลงถวายมือ

ช่อชงโค กทม. (ควบคุมโดย วันชัย เอื้อจิตรเมศ)

สิงห์บุรี สิงห์บุรี (ควบคุมโดย ศิวศิษย์ นิลสุวรรณ)

วิจิตรศิลป์ จันทบุรี (ควบคุมโดยสุรินทร์ (เม้ย) บัวทั่ง )

ศิษย์เรืองนนท์ กทม. (ควบคุมโดย บุญสร้างเรืองนนท์)

ศิษย์ชัยยุทธ โตสง่า กทม. (ควบคุมโดย สมนึกแสงอรุณ,วินัย บุญแช่มชู)

เขียวขาว กทม. (ควบคุมโดย ชัยชนะ เต๊ะอ้วน)

พยุงศิลป์ อยุธยา (ควบคุมโดย ปัญญา ธีระพันธุ์)

ป้อม กองปราบ สมุทรสาคร (ควบคุมโดย ประสิทธิ สิทธิชัย)

วงสิงห์บุรี (ไอยเรศ,แขกมอญ เถา,ทยอยใน เถา,เดี่ยวพญาโศก)

ซอด้วง อ.ศิวศิษย์ นิลสุวรรณ

ซออู้ อดิศร เวชกร

ขลุ่ย วิทยา โหจันทร์

จะเข้ โสนภา ศิริปัญญา

โทน รำมะนา สมิทธ์ หอมรส

ขับร้อง อุเทน เปียหลอ

ฉิ่ง สมศักดิ์ สังข์สอน

วงช่อชงโค (โหมโรงเชิดนอก,สุรินทราหู 3 ชั้น,ประสานเสนาะ 3 ชั้น,เดี่ยวพญาโศก)

ซอด้วง นิธิฤทธิ์ กั้นเขตต์

ซออู้ ปริญญา อมรมุนีพงศ์

ขลุ่ย กิตติพงศ์ ศรีส้มป่อย

จะเข้ เกียรติขจร ฟักจีน

โทน รำมะนา มาโนชญ์ คุณากร

กลองแขก เฉลิมพล วรีวัตน์,เลอศักดิ์ จันทร์นาค

เครื่องประกอบจังหวะ รัตนา สุกางโฮง

ขับร้อง กฤษฎา แขกเทศ,เสาวคนธ์ จิตรคดี

วงศิษย์ ชัยยุทธ โตสง่า (แขกมอญ ทางใหม่ ออกภาษา,โอ้ลาว เถา,เดี่ยว สารถี)

ควบคุม ชัยยุทธ สมนึก

ขับร้อง พรภิรมย์ พรหมชนะ

ปี่ใน วัชรพงศ์ กาญจนวรุฒน์

ระนาดเอก อานนท์ (จิ๊บ) กาญจนโพธิ์

ระนาดทุ้ม ราชศักดิ์ เรืองใจ

ฆ้องวงใหญ่ พรชัย สุขอุดม

ฆ้องวงเล็ก วรวุฒิ สุขอุดม

กลองแขก ยุทธภูมิ จิ๋วเจียม

จิรศักดิ์ วงเวียน

ฉิ่ง วราวุฒิ สุขอุดม

ตะโพนมอญ ชัยเชษฐ์ ด้วงใหญ่

วงป้อมกองปราบ (เทพรัญจวน เถา ออกท้าย โหมโรงกลับหัว,แขกลพบุรี ทางวังบางคอแหลม เถา,เดี่ยวต่อยรูป)

ควบคุม ประสิทธิ์ สิทธิชัย

ขับร้อง พรภิรมย์ พรหมชนะ (แขกลพบุรี)

นิสากร จิตถนอม (เทพรัญจวน)

ปี่ใน ทวีศักดิ์ พวงพิกุล

ระนาดเอก ประสิทธิ์ สิทธิชัย

ระนาดทุ้ม ประดิษฐ์ แสงไกร

ฆ้องวงใหญ่ เรืองศักดิ์ เพ็งรัตน์

ฆ้องวงเล็ก กิตติศักดิ์ ปานงาม

กลองแขก ยุทธภูมิ จิ๋วเจียม

จิรศักดิ์ วงเวียน

ฉิ่ง เทวีวรรณ ธีรัยวิริยะ

วงศิษย์เรืองนนท์ อิตาลี (สี่บท เถา,บังใบ เถ, เดี่ยวพญาโศก)

ควบคุม บุญสร้าง เรืองนนท์

ขับร้อง สกุณี เพชรนอก (สี่บท)

ประจักษ์ อยู่เจริญ (บังใบ)

ปี่ใน สัญลักษณ์ จันทวงษ์

ระนาดเอก ธัญญู ศรีเพชร

ระนาดทุ้ม ณัฐวัติ เรืองนนท์ ลูกชายพี่ปู

ฆ้องวงใหญ่ เจิดผล แก้วสมนึก

ฆ้องวงเล็ก พันตรี สิทธิชัย

กลองแขก วีรชัย จันทร์ฉาย

วรพจน์ แพร่ปรีชา

กลองสองหน้า ธาราสิทธิ์ สุกัณหะเกตุ

ฉิ่ง บุญสร้างเรืองนนท์

กรับ ปรีชา สุขใย

วงวิจิตรศิลป์ จ.จันทบุรี (แขกมอญ เถา ทางครูเฉลิม บัวทั่ง,ทยอยเขมร เถา ทางครูเฉลิม,เดี่ยวสารถี)

ควบคุม สุรินทร์ (เม้ย) บัวทั่ง

หัวหน้าวง ระเบียบ สุขอาภรณ์

ขับร้อง เอกสิทธิ์ สวัสดิ์สว่าง (แขกมอญ)

พัลลภ แสงโชติ (ทยอยเขมร)

ปี่ใน กาญจนศิษย์ ผูกเพทาย

ระนาดเอก จารุวัฒน์ สุขอาภรณ์

ระนาดทุ้ม ชลิต สมบูรณ์

ฆ้องวงใหญ่ อลงกรณ์ สมบูรณ์

ฆ้องวงเล็ก ภานุมาศ สังข์ทอง

กลองแขก พิเชษฐ์ ศรีเจริญ

ขจรศักดิ์ หมื่นเดช

กลองสองหน้า ดุสิต เหมือนแย้ม

ฉิ่ง ระเบียบ สุขอาภรณ์

กรับ มยุรี หนูเสริม

ฉาบเล็ก นริศ พิณพาทย์

วงพยุงศิลป์ อ.บางซ้าย จ.พระนครศรีอยุธยา (บุหลัน เถา อินโทร รักกันไว้เถิด/จบท้าย วนิพกพเนจร,ทยอยเขมร เถา ,เดี่ยวสารถี)

ควบคุมวง ปัญญา ธีรพันธ์

ขับร้อง ประพันธนิล กลิ่นมาลา

ปี่ใน ปัญญา ดิษฐี

ระนาดเอก เกษม งามลักษณ์

ระนาดทุ้ม อนุกูล ฤทธิเดช

ฆ้องวงใหญ่ ประสิทธิ ดิษฐี

ฆ้องวงเล็ก จักรพงษ์ ธีรพันธ์

กลองแขก จตุพร ขาวสะอาด

ปริญญา รอดดำรงค์

โทน สมพงษ์ ธีรพันธ์

วงเขียวขาว (อินโทร เชิญเสด็จ พญาเดิน,นกกระจอกทอง เถา/ทัศนีวรรณ คำศิริ ร้อง,ทยอยใน เถา ประสิทธิ์ วงษ์นิจ ร้อง,เดี่ยวนกขมิ้น)

ควบคุมวง ชัยชนะ เต๊ะอ้วน

ระนาดเอก สกล บุณะศิริ เล็ก คลองเตย

ขอบคุณ พี่หน่อง สำหรับรายชื่อนักดนตรีครับ

Posted: ตุลาคม 22nd, 2009
Categories: เพลงดนตรี
Tags:
Comments: No Comments