เพลงดนตรี “เพลงหวาม”

เพลงดนตรี ฉบับเดือน พฤศจิกายน 2545,หน้า 35-37

เพลงหวาม

นายยางสน..คนบางขวาง

ตุลาคม 2545

เธอเดินมาในซอยคนเดียว ซอยมันเปลี่ยวสลัวแสงไฟ ตามเธอเดินตามเธอไป ทำไมหัวใจเต้นรัว..

เสียงสากกร้านลอดออกมาจากสเตอริโอตกรุ่นเก่าคร่ำคร่า หลังจากการยัดแถบแม่เหล็กผลงานเพลงของคู่ดูโอหนุ่มเหน้านามซีเปีย ที่ทะลุกลางปล้องแจ้งเกิดในวงการเพลงอินดี้ได้อย่างเปรี้ยงปร้าง ในชื่อชุดที่สร้างความร้าวราญในหมู่ชายสวย เกลียดตุ๊ด

จะเขียน(บ่น)เรื่องอะไรดี..หันไปมองกองแฮนบิลด์ที่สุมอยู่ระเกะระกะ แรกเริ่มก็มิได้ตั้งใจจะสะสมอะไร ครั้นนานเข้าก็ยิ่งมาก ยิ่งเป็นภาระ พารก ทันใดก็พลันปะทะเข้ากับสายตาชวนฝันของสาวงามร่างน้อยห้อยโหนอยู่บนหลังม้าสีหมอก ด้วยอาภรณ์เบาบางที่พาดพันร่างกายส่วนบนในลักษณะที่ต้องลุ้นกันว่า ถ้าม้ามันวิ่งต่อได้จริงๆจะเกิดอะไรขึ้น..ใช่แล้ว..เขียนเรื่องนี้ดีกว่า..(คือ..ถ้าคิดว่าเป็นเรื่องผ้าหลุดก็ขอประทานอภัยล่วงหน้าขอรับ)

..หลังจากที่ได้ชมภาพยนต์ที่หยิบเอาวรรณกรรมอมตะเรื่อง ขุนช้างขุนแผน ซึ่งเดิมทีถูกหยามเหยียดจากปราชญ์บุราณสมัยว่าเป็นกลอนตลาดไร้รสนิยม หากเมื่อกาลผ่านเลย กลายกลับเป็นอัตลักษณ์เฉพาะตัวในการรจนาของมหากวีสุนทรภู่ ได้ถูกนักเลงภาษารุ่นหลานเหลนก๊อปปี้สไตล์กันทั่วบ้านทั่วเมือง ส่งผลให้กลายเป็นบุคคลดังระดับโลกไปโดยปริยาย

..สิ่งหนึ่งที่ยังตกตะกอนนอนก้นอยู่ในหัว นอกจากสัจธรรมที่นางพิม นางผู้เป็นที่รัก(อีกคนหนึ่ง)ของขุนแผนจอมขมังเวทย์ ซึ่งได้ประกาศด้วยเรือนกายในภาพยนต์ว่า สรีระมิอาจเป็นสัดส่วนที่แปรผันตรงตามวัย(อายุ) เสมอไป ก็คือ การมองภาพที่ถูกตีความออกมาในแง่มุมที่ไม่ตรงกับใจช่างเป็นการทำร้ายและหน่วงเหนี่ยวสิทธิขั้นพื้นฐานของจินตนาการเสียเหลือเกิน

..เธอสวมชุดวาบหวิวจริงๆเห็นแล้วมันโหยหา ตามเธอไปไม่คลาดสายตาอยากจะร่วมรักกับเธอ..

อนิจจานางพิมของผม..ในภาพยนต์เธอไม่ต่างอะไรไปจากสาวไฟแรงสูง ร้อนรุ่มหลงระเริงในเพลิงราคะ ไม่มีอะไรให้น่าทะนุถนอม และหลงเพ้อละเมอหา . เป็นอีกบทเรียนหนึ่งว่าถ้าตกหลุมรักวรรณกรรมเรื่องใดมากๆก็โปรดทำใจไว้ก่อนได้เลยเมื่อมันแปรสภาพเป็นภาพยนต์

นี่กระมังที่ทำให้ตัวหนังสือหรืองานวรรณกรรมยังคงรุ่มรวยสิหเน่หาอยู่มิรู้คลาย เพราะมโนภาพที่ปรากฏใจของผู้อ่านแต่ละคนย่อมแตกต่างกันออกไปด้วยเหตุต่างๆรวมถึงทุนที่ผู้อ่านแต่ละคนมี

ลืมทรวดทรงองค์เอวของเธอผู้นั้นซะ..แล้วตามหานางพิมในแบบของคุณดีกว่า..

..จึงหยิบยกงานรจนาของสุนทรภู่ในเรื่องเดียวกันนี่แหละมาให้เสพกัน.

เจ้างามปลอดยอดรักของพลายแก้ว ได้มาแล้วแม่อย่าขับให้กลับหนี

พี่สู้ตายไม่เสียดายแก่ชีวี แก้วพี่อย่าได้พรั่นรำพันความ

พี่ผิดพี่ก็มาลุแก่โทษ จงคลายโกรธแม่อย่าถือว่าหยาบหยาม

พี่ชมโฉมโลมลูบด้วยใจงาม ทรามสวาทดิ้นไปไม่ใยดี

รอยเล็บแม่จึงเจ็บด้วยหยิกต้อง ขัดข้องเพราะเจ้าปัดสลัดพี่

ค้อนควักผลักพลิกแล้วหยิกตี ถ้อยทีถูกข่วนแต่ล้วนเล็บ

ขอยืนยันว่าต้องเสพ อ่านอย่างเดียวอย่างเก่งก็แค่รู้เรื่อง มิอาจรู้สึกถึงรอยเล็บด้วยหยิกต้อง จินตนาการจะทำให้เข้าถึงรสของวรรณกรรม ยิ่งถ้ามีท่วงทำนองดนตรีเคล้าประโคมประคองฝัน แดนสวรรค์ก็อยู่ไม่ไกล

บทอัศจรรย์ข้างต้นคุณครูหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ได้นำมาบรรจุเป็นบทร้องในผลงานชิ้นเอกของท่านที่ชื่อว่าเพลง เขมรพวง ราวปี พ.ศ.2460 ถ้ามีโอกาสลองหาเพลงนี้ฟังกัน เอาที่นักร้องดีๆ บันทึกเสียงดีๆ ปล่อยใจแล้วจินตนาการตามไป ทีละถ้อย ทีละคำ ฟังให้ได้ยินถึงเสียงลมหายใจที่ทอดถอนรำพันความ

เดิมทีบทเสภาทั้งหลายเหล่านี้จะมีผู้เล่าเรื่องซึ่งจะทำการ ขับ กล่าวคือเป็นการร้องด้วยลีลาและทำนองที่เป็นรูปแบบเฉพาะตัว โดยถือชิ้นไม้เนื้อแข็งซึ่งก็ได้เรียกกันต่อมาว่า กรับเสภา ไว้ในมือข้างละ 1 คู่ เพื่อขยับทำจังหวะเสมือนซาวด์เอฟเฟคประกอบการเล่าเรื่อง

จำเนียรกาลผ่านเลยจึงมีการทำดนตรีปี่พาทย์รับการขับ ว่ากันว่าเพื่อเป็นการให้ทั้งผู้ขับและผู้ฟังได้พักปาก พักหูกันบ้าง ทำนองขับจึงต้องปรับเปลี่ยนเพื่อให้สอดคล้องกับทำนองดนตรี จึงเกิดบทเพลงที่เรียกขานกันว่า เพลงเสภา เป็นที่นิยมกันแพร่หลาย

..หักห้ามใจหักห้ามใจหักห้ามใจ..ทนไม่ไหวทนไม่ไหวทนไม่ไหว..อย่างนี้ต้องโดนอ่มอื๋น..อย่างเธอต้องโดนอ่มอื๋น..เห็นแล้วอยากอ่มอื๋น..สมควรจะโดนอ่มอื๋น

กระนั้นหากได้มีโอกาสได้ฟังเพลงเสภา ขออย่าด่วนเบื่อหน่ายและมองข้ามการเอื้อนเสียงยืดยาวของการร้องเพลงไทยเป็นอันขาด การเอื้อนนอกจากจะเป็นการที่ทำให้ทำนองทางร้องมีความวิจิตร มีความยาวครบถ้วนตามหลักการทางทฤษฎีแล้ว ยังมีความหมายในเชิงสุนทรีย์เปิดโอกาสให้เวลาผู้เสพได้ค่อยๆละเลียดสร้างมโนภาพสุดขอบฟ้าตามที่ตนต้องการอีกด้วย

..เดินตามเธอจนทนไม่ไหวแล้ว เลือดในกายมันรุ่มร้อน ฉุดเธอเข้าข้างทาง แล้วกระชากเสื้อผ้าเธอทิ้งไป ..

เสพกันอีกบท อีกเพลงดีกว่า เป็นเพลงสุดสงวน ของเก่าไม่ทราบนามผู้แต่ง (คำนี้มักพบอยู่เสมอตามหนังสืออธิบายประวัติเพลงไทยโดยทั่วไป ซึ่งก็ทำให้เกิดความคับข้องใจอยู่เสมอ) ส่วนบทอีโรติคก็มาจากเรื่องขุนช้างขุนแผนแต่ครานี้เป็นคิวของนางแก้วกิริยาบ้าง

อย่าลืม..อ่านช้าๆ ..ค่อยๆละเลียด .ละเมียดละไม

น้องเอ๋ยเพราะน้อยหรือถ้อยคำ ช่างหวานฉ่ำจริงแล้วเจ้าแก้วเอ๋ย

แม่เนื้อหอมพร้อมชื่นดังอบเชย เงยหน้ามาจะว่าไม่อำพราง

ได้เชยชิดเข้าสนิทอย่างนี้แล้ว ขอเชิญแก้วกิริยาเมตตาบ้าง

พี่จะมอบรักไว้ที่ในนาง อย่าระคางข้องแค้นระคายเคือง

ถ้าพี่ลวงน้องให้พี่หมองสัตย์ จงวิบัติเกิดเข็ญให้เป็นเนื่อง

สารพัดวิชาสง่าเปลือง แม่เนื้อเหลืองดังทองมาทาบทับ

ว่าพลางทางเปลื้องเครื่องคาด แขวนพาดฉากลงประจงจับ

อุ้มนางวางตักสะพักรับ กอดประทับประทวยลงดังท่อนทอง

โอวว์ ทีนี้เห็นภาพรึยังท่าน

..ใจหายคิดถึงศีลธรรม สังคมทรามนั้นเพราะใคร เธอแต่งตัวยั่วใจชาย สมควรจะโดน อย่างนี้สมควรจะโดน แต่งตัวโป๊ระวังโดนอ่มอื๋น..

อือ..แถมอีกเพลง เป็นเพลงสุรินทราหู 3 ชั้น บทของเก่า อาศัยเค้าโครงจากเสภาเรื่องเดียวกัน ถือกันว่าเป็นเพลงที่สุดยอดเพลงหนึ่งในการที่จะพิสูจน์ความสามารถของนักร้องว่าแน่แค่ไหน จะได้ แนบ รึเปล่าก็จะได้รู้กัน

น้องเป็นหญิงยากจริงจะให้เห็น พ่อก็เป็นชายเลิศประเสริฐศรี

ถ้าตัวของน้องนี้เป็นผู้ชาย ตัวของพ่อพลายแก้วพ่อเป็นสตรี

ค่ำๆวันนี้ จะไปแนบให้หนำใจ

. อย่าให้กูเป็นผู้ชายนะ คืนนี้เสร็จกูแน่.. .

. เฮ้ย..!

Posted: ตุลาคม 22nd, 2009
Categories: เพลงดนตรี
Tags:
Comments: No Comments