เพลงดนตรี “ฟังปี่พาทย์ ฟาดฟาสฟู๊ด”

ฟังปี่พาทย์ ฟาดฟาสต์ฟู๊ด

นายยางสน..คนบางขวาง

25 สิงหาคม 2547

ในห้วงช่วงเวลาการขานรับกับมหกรรมกีฬาของมวลเหล่ามนุษยชาติ ที่ประกาศเกียรติเกริกไกรอยู่ ณ มหานครเอเธนส์แดนดินถิ่นกำเนิดแห่งมหกรรมที่ชาวโลกพ้องเพรียกขานเป็นตำนานว่า โอลิมปิก ประเทศสยามนามประเทืองว่าเมืองทองที่พี่น้องผองเราเนาอาศัยอยู่ ดูจะได้รับอานิสงฆ์ส่งความสุขสนุกสนานกันถ้วนทั่วตามสมควร เหตุเพราะมีวีรสตรี(ยก)เหล็ก ชาติเชื้อไทยได้บรรลุประสงค์อันเกิดจากวิริยะอุสาหะจนชนะฝรั่งมังฆ้องสมควรต้องกระแทกมือแซ่ซ้องสรรเสริญ

ชายไทยเดินดินกินฟาสต์ฟู๊ดเช่นข้าพเจ้าคงได้แต่เฝ้าภาวนาว่าเกิดมาชาติหน้าฉันใด ขอให้ได้เป็นแชมป์ยกน้ำหนักกับเขาบ้าง ซึ่งใช่ว่าจะอยากเหนื่อยเมื่อยตุ้มกระไรหรอก แต่เรื่องเงินทองนั้นหยอกซะเมื่อไหร่ ..ฉับพลันทันใดก็ได้สติทะลึ่งกระโจนโยนตัวออกจากผ้าห่มหนานุ่ม ปิดปุ่มฝันลมๆแล้งๆลงชั่วขณะ ฉะนั้นก็คงจะสายอยู่ไม่น้อยสำหรับงานดนตรีที่น่าสนใจเช่นงานนี้

การสาธิตปี่พาทย์ประชันวง เชิดชูคุณูปการพระยาเสนาะดุริยางค์ (แช่ม) ต่อวงการดนตรีไทย

โครงการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ ซึ่งจัดโดย สถาบันไทยคดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา และบริษัท ซี.พี. เซเว่นอีเลเว่น จำกัด (มหาชน) นัดรวมพลกันที่ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ตลิ่งชัน ในวันศุกร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ.2547

พระยาเสนาะดุริยางค์ (แช่ม สุนทรวาทิน) เป็นบุตรคนโตของครูช้อย และนางไผ่ บันทึกไว้ว่าเกิดที่

ตำบลสวนมะลิใกล้วัดเทพศิรินทร์ (สิงหาคม พ.ศ. 2409) เริ่มเรียนดนตรีกับบิดา ก่อนเข้ามารับราชการในวงปี่พาทย์มหาดเล็กในรัชกาลที่ 5 ทำปี่พาทย์โขนละครในวังเทเวศร์ ของเจ้าพระยาเทเวศร์วงศ์วิวัฒน์ (ม.ร.ว.หลาน กุญชร) จึงมีโอกาสได้ศึกษาเรียนรู้กับครูสำคัญแห่งยุคสมัยอีกหลายท่าน เช่น พระเสนาะดุริยาง (ขุนเณร สุอังควาทิน) พระประดิษฐไพเราะ (ตาด ตาตะวาทิต) หลวงเสนาะดุริยางค์ (ทองดี ทองวิรุฬ) จนเป็นที่ครั่นคร้ามระบือนามว่าสามารถบรรเลงได้ดีเยี่ยมทุกเครื่องมือ แต่ที่ถือเป็นยอดนั้นคือกระบวนปี่ อีกระนาดเอก

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระยาเสนาะดุริยางค์ได้รับราชการในกรมมหรสพหลวง ทำหน้าที่สอนดนตรีปี่พาทย์ร้องลำทำถวายเจ้านายฝ่ายใน ควบคุมวงดนตรีของ เจ้าพระยาธรรมากรณาธิบดี (ม.ร.ว.ปุ้ม มาลากุล) สั่งสอนศิษย์จนมีชื่อเสียงมากมายหลายท่าน เช่น ครูเทียบ คงลายทอง,ครูพริ้ง ดนตรีรส ครูสอน วงฆ้อง,ครูมิ ทรัพย์เย็น,ครูแสวง โสภา,ครูผิว ใบไม้,ครูเชื้อ นักร้อง,ครูคงศักดิ์ คำศิริ เป็นอาทิ รวมถึงนักดนตรีในสายสกุลดุริยประณีตและดุริยพันธุ์อีกด้วย

พระยาเสนาะดุริยางค์นั้นไม่ใคร่จะประพันธ์เพลงไว้มากนัก ด้วยเห็นว่าของเดิมแต่โบราณนั้นยังมีอยู่เป็นจำนวนมาก หากผลงานที่ฝากไว้จนปัจจุบันให้ได้ระลึกถึงในอัจฉริยะภาพของท่าน คือทางร้อง และทางปี่ ที่ละเมียดละมัยหาผู้ใดเสมอด้วยมิได้ ซึ่งลูกหลานดนตรีไทยในวันนี้ก็ยังคง ได้เรียน ได้รู้ ได้ดู ได้เล่น เช่นครูอยู่อย่างกว้างขวางแพร่หลาย

นอกจากนั้นท่านยังได้บรรจุเพลงสำหรับบทพระราชนิพนธ์เงาะป่า ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ทั้งนี้ บริษัท ซี.พี.ฯ ร่วมกับ สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ สลากกินแบ่งรัฐบาล ได้บันทึกเสียงบทละครเงาะป่าอย่างสมบูรณ์เสร็จสิ้นแล้วรวม 26 แผ่น อีกทั้งบันทึกเสียงเสภาทรงเครื่องเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้าง อย่างครบถ้วนสมบูรณ์) เป็นหัวหน้าควบคุมวงมโหรีหญิง ซึ่งมีนางพระกำนัลเป็นนักดนตรี ต่อเนื่องถึงแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว อีกผลงานบันทึกเสียงระนาดในเพลงการะเวก ที่ยังก้องกังวาลผ่านเวลา จารึกว่าเป็นบุคคลแรกในแผ่นดินสยามที่ได้รับเกียรตินั้น

ด้วยสัจธรรมที่ไม่มีข้อยกเว้นเห็นแก่ผู้ใด พระยาเสนาะดุริยางค์ (แช่ม สุรทรวาทิน) ครูดนตรีผู้ยิ่งใหญ่ได้ถึงอนิจกรรมอย่างสงบในวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2492 ณ บ้านเลขที่ 1561 หน้าโรงเรียนบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ธนบุรี สิริอายุรวม 83 ปี

พาหนะสัญชาติญี่ปุ่นหมุนล้อห้อตะบึงด้วยความเร็วมาตรฐานเพื่อการประหยัดพลังงาน(พลังเงิน) แทรกผ่านมวลหมู่ป้ายหลายหากที่ฝากคำหวานหวังให้ชาวบางกอกยอมรับสนับสนุน บ้างก็อุ้มเด็ก บ้างก็เก๊กหน้าเข้ม เต็มตลอดสองข้างทาง กระทั่งเลี้ยวลัดจัดท่าเข้าเทียบอาคารโอ่อ่าที่หมาย

สายเสียแล้ว ภายในห้องประชุมชั้นสี่ ปี่พาทย์เสภาสองวงตั้งลงตรงตระหง่านกลางเวที หนึ่งคือวงศิษย์ครูเลื่อน สุนทรวาทิน ในเสื้อสีแดงสด จดจ้องมองเขม้นมายังวงศิษย์บ้านวัดเศวตฉัตร ซึ่งอาสาจัดทัพรับมือโดยครูเรืองเดช พุ่มไสว พร้อมพรักนักดนตรีในชุดสีฟ้าสบายตา

เพลงแขกมอญ 3 ชั้นจบลงอย่างเรียบร้อย ฝูงชนมากมายทยอยออกไปรับประทานอาหารกลางวัน

สูจิบัตรเล่มบางสีน้ำเงินเข้ม ถูกยื่นเข้ามาให้ด้วยไมตรี ทั้งที่ได้แจกจ่ายหมดไปก่อนหน้านี้นานแล้ว จึงขอขอบพระคุณเจ้าหน้าที่ของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ไว้ ณ โอกาสนี้

ภายในสูจิบัตรจัดทำได้น่าสนใจ มีบทความเรื่อง พระยาเสนาะดุริยางค์ (แช่ม สุนทรวาทิน) เขียนโดย ผ.ศ.พิชิต ชัยเสรี, จากครูทั่งถึงพระยาเสนาะดุริยางค์ (แช่ม สุนทรวาทิน) โดย ผ.ศ.ถาวร สิขโกศล, การประชันปี่พาทย์ โดย อ.เดชน์ คงอิ่ม

อีกทั้งกำหนดการต่างๆ เริ่มด้วย ปาฐกถานำ เกียรติประวัติพระยาเสนาะดุริยางค์ โดย ผ.ศ.ถาวร สิกขโกศล, การบรรยาย ความรู้พื้นฐานในการดูปี่พาทย์ประชันวง โดย ผ.ศ.ถาวร สิกขโกศล อ.เดชน์ คงอิ่ม ตามด้วย สาธิตการบรรเลงปี่พาทย์ประชันวง ในเพลง โหมโรงเยี่ยมวิมาน ,โหมโรงจีนโล้จีนโล้ ,แขกมอญ เถา ก่อนเข้าสู่ภาคบ่าย ซึ่งจะได้ฟังเสียงระนาดของทวีศักษ์ อัครวงษ์ มือทรง นายศร ร่อนริดไม้ในเพลงเชิดจีน ทางพระยาเสนาะดุริยางค์

จากนั้นจึงประชันต่อ ฟังทางร้องไพเราะในเพลงแสนเสนาะ และเทพบรรทม 3 ชั้น ตามด้วย แขกลพบุรี ที่งดงามวิจิตทั้งทางของหลวงประดิษฐไพเราะ(บางวังบางคอแหลม) และทางของครูช้อย สุนทรวาทิน ,เดี่ยวรอบวงในเพลงแขกมอญ ,เดี่ยวระนาดเชิดต่อตัว โดย ไกรสันต์ แย้มทับ (วงศิษย์ครูเลื่อน) ,ประกบกับ ตี๋เซเว่น ไพเราะ ชอบสะอาด (หัวหน้าวงบริษัท ซีพี เซเวนอีเลเว่น) ร่วมด้วยมือระนาดเกียรติยศ ทวีศักดิ์ อัครวงษ์ ซึ่งได้เดี่ยวระนาดเอก รับเสียงร้องของ สมหมาย โมขศักดิ์ ในเพลงการะเวก ทาง เจ้าคุณครู ให้เป็นบุญหูอีกหนึ่งเพลง

เวลาไม่เคยคอยท่า เพลงลาจึงเริ่มบรรเลง ทั้งเพลงพระอาทิตย์ชิงดวง และเต่ากินผักบุ้ง 2 ชั้น

บ่ายแก่ตะวันคล้อย ผู้ชมยังไม่ถอยถดลดลง แต่กระนั้นครั้นได้จังหวะจึงแอบเคลื่อนกายย้ายระยาง ออกมาระหว่างที่เสียงปี่พาทย์ระนาดฆ้องยังคงก้องหู เหตุเพราะพิจารณาดูว่าภายในท้องก็ร้องระรัวตัวเอนอยู่เช่นกันจะมามัวบันเทิงทรมานกว่านี้ก็เห็นแก่สังขารที่ใช้งานมาเปลืองเต็มทน

.รับเพลงเดี่ยว เพลงเถาเพิ่มมั๊ยคะ

สาวสวยชุดเขียวส่งสำเนียงเสียงใสที่ได้โปรแกรมข้อมูลมาเป็นอย่างดี หวานแทรกแหวกอากาศปะทะหู ที่รู้สึกแตกต่างห่างไกลจากเสียงที่ได้ยินมาตลอดวันเสียนี่กระไร

.รับขนมจีบ ซาละเปาเพิ่มมั๊ยคะ

สาวสวยคนเดิม เพิ่มเสียงหนักแน่น

..อ้าว..เอ่อ..แค่นี้ดีกว่าครับ

ส่วนสำหรับผู้ที่จะรับเพิ่มก็คงต้องขอเชิญหน้าตึก ซีพีทาวเวอร์ ทุกวันศุกร์สิ้นเดือน เพื่อนๆของเธอจะไปเสนอเสียงดนตรีไทยแบบไม่ต้องเสียอัฐจัดมาให้ได้ยลยินกันเป็นประจำ

โอกาสหน้าเชิญใหม่นะคะ

Posted: ตุลาคม 22nd, 2009
Categories: เพลงดนตรี
Tags:
Comments: No Comments