เพลงดนตรี “หกรอบฉลอง สองครูดนตรีไทย”

คัดย่อลงวารสารเพลงดนตรี ฉบับเดือน กันยายน 2546 ,หน้า 8

หกรอบฉลอง สองครูดนตรีไทย

นายยางสน..คนบางขวาง

25 สิงหาคม 2546

จากเย็นย่ำจวบค่ำคืนวันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม 2546 ที่ผ่านมา ลูกศิษย์ลูกหาญาติสนิท อีกมิตรรักแฟนเพลงพันธุ์แท้ทั้งขาจริงและขาจร ของรายการศูนย์สังคีตศิลป์ เวทีของปุถุชนคนเดินดิน ซึ่งยังสัญจรร่อนเร่หาทำเลที่จัดงานไปเรื่อยๆ นับได้เป็นครั้งที่ 8 เข้าให้แล้ว ต่างมารวมตัวกันโดยพร้อมพรักสมัครใจ ณ โรงละครเล็ก โรงละครแห่งชาติ เพื่อร่วมงาน หกรอบฉลอง สองครูดนตรีไทย

ครูหนึ่งชื่อ พินิจ ฉายสุวรรณ นักปี่พาทย์ คนระนาดมือฉมัง คลังเพลงกรุงเก่า อีกทั้งหมู่เหล่านักฟังทั่วไปยอมรับว่า เพลงที่ครูพินิจคิดนั้น สนิทสนมกลมกล่อมยิ่งนัก

อีกหนึ่งครูชื่อ สงัด ภูเขาทอง นักวิชาการดนตรีที่มีสไตล์เฉพาะตน บุคคลจุดชนวนก่อกวนความคิดสะกิดปัญญาเพื่อพัฒนาการศึกษาดนตรีไทย

ครูทั้งสองท่านได้ทุ่มอุทิศกายใจเพาะบ่มเมล็ดพันธุ์คนดนตรีน้อยๆนับร้อยพันให้เติบใหญ่ ขยายกิ่งก้านสาขา เป็นกำลังในการสืบสานและพัฒนาการดนตรีตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา

เพลงตระพระศิวะประทานพร กระหึ่มขึ้น เป็นหมายแห่งการมงคล ด้วยเสียงระนาดเอก ของครูสำราญ เกิดผล ครูปี่พาทย์คนสำคัญอดีตคู่ประชันของนักระนาดเจ้าของงาน ประสานเสียงตะโพนของครูกาหลง พึ่งทองคำ อีก อ.ธำนุ คงอิ่ม ที่รับหน้าที่อาสาตีเครื่องหนัง พร้อมพรั่งด้วยวงมโหรีของเหล่าศิษย์วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระคนขับรับร้องอีกสองเพลง คือโหมโรงราโค และเพลงบรรทมไพร เป็นที่ไพเราะจับใจถ้วนทั่วมหาสมาคม

จากนั้นเป็นการเสวนา ประวัติ และผลงาน ของครูทั้งสองท่าน โดยมีลูกศิษย์ชิดใกล้มาให้ปากคำ นำโดย รศ.ดร.สุกรี เจริญสุข ,ดร.สุดารัตน์ ชาญเลขา จากสถาบันราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา,อ.นิรันด์ แจ่มอรุณ และ ดร.ปัญญา รุ่งเรือง ที่ได้นำบทร้อยกรองบูชาครู มาถ่ายทอดด้วยเสียงขับเสภาของ ผศ.กาญจนา อินทรสุนทรานนท์ ส่วนคนหน้าเดิม อ.อานันท์ นาคคง ก็รับหน้าที่ดำเนินรายการตามระเบียบ

ช่วงเวลาเล็กน้อย ที่ได้แลกถ้อยคำลำดับความประทับใจที่มีต่อครูทั้งสอง เป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งใน 72 ปี ของชีวิต ที่ถูกลิขิตขึ้นเพื่อเป็น ผู้ให้ แม้มิได้แถลงไขให้ครบถ้วน แต่ก็น่าจะชวนให้มิตรรักแฟนเพลงรุ่นหลังได้ศึกษาหาความรู้ ประติดประต่อเรื่องราวให้ชัดเจนขึ้น

การเฉลิมฉลอง ยังคงดำเนินต่อไป เรียงไล่จาก วงมโหรีโบราณ จากสถาบันราชภัฏบ้านสมเด็จฯ บรรเลงเพลง บุหลันลอยเลื่อน ก่อนจะเขยื้อนลูกคองอหายสบายองค์ กับเพลงทรงเครื่อง เรื่อง ขุนช้างขุนแผน ( ไม่รอด ถูก..แบนแน่ / กระทรวงวัฒนธรรม..) จากศิษย์ครูสงัด ที่งัดมุขหวาดมาเสียวเจี๊ยวจ๊าวกันบนเวที

ต่อกันที่ผลงานของครูพินิจ จากหมู่ศิษย์ กทม. นำนาฏศิลป์สี่ภาค หลากชนระคนเพลง ตามรอยพระบาท โดยอาสาสมัครงานดนตรีไทย สำนักสวัสดิการสังคม กรุงเทพมหานคร ก่อนถึงวงปี่พาทย์ไม้แข็ง ในเพลงพม่าชมเดือน เถา ตามด้วยเงาเสียงเดี่ยวระนาดเพลงนกขมิ้น ยินเสียงฝีมือ คุณดนัย มุ่งเยียวยา ที่ขันอาสาบูชาครู

ปิดท้ายรายการ ของขวัญพิเศษจากกัลยาณมิตรร่วมรุ่น ศ.อุดม อรุณรัตน์ นำซอสามสายคู่พระหัตถ์ ทูนกระหม่อมบริพัตร มาบรรเลงเพลงสำคัญทางของพระประดิษฐไพเราะ

ทยอยเดี่ยว เกี่ยวสะกดทุกชีวิตในโรงละครให้หยุดนิ่งได้อย่างน่าพิศวง ทุกคันชักที่วาดวง ลงนิ้ว ยังเพราะพริ้งพริ้วพรมเหมาะสมนัก ก่อนที่มิตรรักแฟนเพลงจะมอบเสียงปรบมือกึกก้องยาวนาน

งาน หกรอบฉลอง สองครูดนตรีไทย จบลงด้วยความชื่นมื่น ปิติยินดีกันถ้วนหน้า แม้ว่าตลอดช่วงเวลาแห่งการแสดง สองครูที่นั่งคู่กันบนเก้าอี้นวมเก่าคร่ำคร่าของโรงละครแห่งชาติ จะดูนิ่งเฉยสงบเงียบเรียบร้อย มีเพียงรอยยิ้มอิ่มใจที่ซ่อนอยู่ในแววตา ด้วยเหตุว่าครูไม่ประสงค์จะแสดงตนเป็นคนสำคัญ ที่จะเรียกร้องคำสรรเสริญเยินยอใดๆ

72 ปี แม้จะดูยาวนาน แต่ใครๆก็รู้ว่า ยังมีอะไรๆอีกมากมายที่ท่านปรารถนาจะทำเพื่อดนตรีไทยที่ท่านรัก

Posted: ตุลาคม 22nd, 2009
Categories: เพลงดนตรี
Tags:
Comments: No Comments