วันที่เหลือ 71 ” 27…28…29….”

นายยางสน..คนบางขวาง
30 สิงหาคม 2552

27 สิงหาคม 2552

อาการป่วยยังคงสะกิดเตือนเป็นระยะ หมายว่าจะเรียกร้องให้เห็นความเป็นธรรมที่จะมีแก่ร่างกายบ้าง อย่างไรเสียลูกค้ารายใหญ่ผู้ที่จะเติบโตไปเป็นชาวสวน ศิลปิน ที่สร้างสรรค์จรรโลงใจด้วยดอกไม้ดนตรีในอนาคตยังเป็นภาระหน้าที่สำคัญที่จะละเลยเสียมิได้

อาจมิใช่กรอบเกณฑ์หลักสูตรในห้องเรียน หากหมายถึงก้าวย่างวันเวลาที่เผชิญอยู่ภ่ายในโลกยุ่งเหยิงน่ารักน่าชังใบนี้ กับการส่งต่อแผนที่ คู่มือจากประสบการณ์ของผู้ที่เดินมาก่อนให้ไว้ ประคับประคองต่อไปจนกว่า จะถึงซึ่งหนทางที่เลือกได้เอง

บ่ายชรา หลังจากลากสังขารมาสอนหนังสือเป็นที่เรียบร้อย ก็ค่อยเคลื่นกายยังจุดหมายที่วัดมกุฏกษัตริย์ ฯตามที่ได้นัดหมายไว้กับนายอั้ม ทำหน้าที่โต้โผในงานนี้

สายฝนสาดกระหน่ำเป็นม่านน้ำฉ่ำชื่น ยังความเปียกปอนแก่ร่างกายของใครคนที่อยู่ใต้ฟ้า หลังจากสะลึมสะลือขับรถมาก็ถึงที่หมาย

ศาลาอะไรไม่แน่ชัด พวงหรีดร้อยเรียงขนัดแน่นศาลา นั่งลงตรงหน้าขิมตัวคุ้นเคย ไม่นานเท่าไหร่ เครื่องสายคีย์บอร์ดก็พลอดพร่ำเป็นทำนองหวานไหวอาลัยลา เป็นการรำลึกแด่ผู้ที่ถึงจุดหมายในชีวิต อย่างน้อยก็ในความคิดที่เข้าใจได้เป็นรูปธรรม ทิ้งเรื่องราวให้จดจำนำทางแก่ชีวิตต่อๆไป

คืนค่ำย่ำต๊อกถึงบ้าน งานการคั่งค้างมากมาย…

สุดท้าย เน็ต ก็ป่วย…

เมื่อผูก ก็จะเกาะเกี่ยว

เมื่อพราก ความโดดเดี่ยวก็กอดกุม

ช่างเป็นบททดสอบที่ไม่เลือกปฏิบัติกับผู้ใด…

หากแต่มนุษย์ก็ยังเลือก เต็มใจที่จะ ผูกพัน …

28 สิงหาคม 2552

เช้าวันศุกร์ที่แตกต่าง ที่วางไว้เป็นวันว่างจากการสอน ให้เป็นช่วงเวลาเพื่อสาธารณะ ได้ปะทะสังสรรค์ในกิจกรรมต่างๆ

หมดเวลาไปสองชั่วโมงกับการซ้อมการแสดงชุดอาหนู ที่ศาลายา สำหรับผู้เล่นหวังว่าคงเอาตัวรอด เก็บเกี่ยวเป็นประสบการณ์ สำหรับผู้ผ่านมาชม ก็หวังเป็นอะไรที่สร้างความประทับใจในคืนวันที่จะมาถึงได้บ้าง

รีบกลับบ้าน ด้วยมีนัดกับ พี่ต้อม ประชา สามเสน มือระนาดหนุ่มใหญ่ที่ได้ไหว้วานให้ช่วยคัดสำเนาโองการไหว้ครูไว้ให้ เพื่อนำไปบูชาประกอบพิธีกรรมกันต่อไป มีที่ฝากให้ครูอุทัย แก้วละเอียด ครูเทิม สมานมิตร รวมเป็นสามชุด ก่อนที่จะขุดเรื่องราวเกร็ดเก่าทั้งที่เล่าได้ลึกลับมาคุยกันมากมายก่อนแยกย้ายไปตามภารกิจของตน

ได้ฤกษ์เปิดวงสนทนาปรึกษาหารือกับน้องๆที่นัดหมายกันไว้ เพื่อเตรียมการจัดทำเอกสาร เตรียมสถานที่ เพื่อต้อนรับคณะนักศึกษาจากวิทยาลัยนาฏศิลป์กาฬสินธุ์สี่สิบชีวิตที่จะเข้ามาเยี่ยมชมเรือนบรรเลงในวันพุธนี้

อีกค่ำคืนกำลังผ่านไป เน็ต กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ปลดภาระหน้าที่ตัวตนที่ถูกคาดหวังหล่นหายไป กลับมาเป็นนายธรรมดาที่เกลือกก่ายอยู่หน้าจอสี่เหลี่ยมเล็กๆท่องไปในโลกกว้างใหญ่ แล้ววกกลับเข้าไปในหัวใจตนเอง….

29 สิงหาคม 2552

วันหยุดตื่นเช้า เพราะมีงานเข้าอยู่หลายเรื่อง ลุยจัดเรือนบรรเลงและข้าวของบางส่วนบนชั้นสี่ ก่อนที่จะต้องไปปฏัติหน้าที่อีกครั้งหนึ่ง

สิบเอ็ดโมงตรงตามเวลานัดหมาย มาปรากฏกายอยู่ที่หอประชุมพ่อขุนรามคำแหง ที่ปักป้ายแจ้งความไว้ด้านหน้าว่าเป็นการประกวดดนตรีไทย เป็นครั้งที่ 6 แล้วในปีนี้

ได้รับภาพเขียนจากใครบางคนที่แบกขนมาให้เป็นกำลังใจ จึงขอส่งพลังกลับให้ข้ามผ่านอุปสรรคไปได้อย่างเรียบร้อย พลางเดินสำรวจสถานที่จัดการประกวดสักพักใหญ่ หาที่ลงไม่ได้จึงออกมาเดินเท้าเลียบถนนพลุกพล่านไปชมร้านรวงผู้คน หาอะไรรองท้องประทังชีวิตไปอีกมื้อ ก่อนกลับเข้ามหาวิทยาลัย

บนสะพานลอย ผู้คนพลุกพล่าน เบียดไหล่ ล้วนมีจุดหมายและจังหวะชีวิตที่แตกต่าง ลมร้อนหอบฝุ่นควันคละคลุ้งเห็นเป็นเงาลาง เสียงขลุ่ยแปลกปร่าลอยผ่านมาแต่ไกล ที่มุมหนึ่งชายไทยในเศษผ้าห่อห่มมิดชิดป้องแดดแผดร้อน พ่นลมรวยรินผ่านท่อนพลาสติคสีขุ่นเกรอะกรังที่ครั้งหนึ่งคงขาวนวลละออ พอฟังได้เป็นเสียงเพียงสามเสียง

ในวันที่ชีวิตต้องลำบาก กับร่างกายที่ไม่อาจขยับเยื้อนเป็นปกติได้เช่นใครอื่น…

สามนิ้ว กับลมหายใจของชีวิต ที่แลกเศษสตางค์ของผู้ที่สัญจรผ่านมา กับสิ่งที่ปรากฏ…

เส้นบางๆ ระหว่าง การที่ไม่ทำอะไรเลย กับ ทำได้ที่สุดแล้ว แต่เพียงเท่านั้น คงขีดคั่นความรู้สึกต่างกันในแต่ละใจคน…

……………………….

ไม่กี่นาทีให้หลังในห้องประชุมโอ่อ่า สบายตัวเครื่องปรับอากาศเย็นเฉียบเงียบกริบ บนเวทีใหญ่ประดับประดาดอกไม้ผ้าผวยสวยงาม

ภาพของอีกชีวิตอื่นข้างหน้า ที่พรมนิ้วพ่นลมผ่านมาเป็นเพลงสารถี ช่างแตกต่างสุดขั้วจุกอก…

ชาย หญิง หมุนเวียน สลับกันไป ทั้งที่ได้คุ้นเคยและหน้าใหม่ สร้างโอกาสในการเติบโตเรียนรู้ หวังเพียงไม่ยึดมั่นติดอยู่กับเพียงชั่วไม่กี่นาทีที่ผ่านพ้น

ชนะแล้วก็แล้วกันไป แพ้แล้วก็เริ่มใหม่ เวทีชีวิตที่ดนตรีจะสร้างสุขพาเราท่องเที่ยวไปมันกว้างใหญ่กว่านี้นัก..

…………….

เจ็ดคนผ่านไป ต่อด้วยขิมสายเพลงลาวแพน

เก้าคนกับเวลาเกือบกว่าสองชั่วโมง ที่ต้องไปนั่งชี้แนะติชม

สุดท้ายก็เป็นเอกฉันท์

รางวัลมิได้เป็นของผู้ที่ สวยที่สุด เด่นที่สุด หวือหวาปราดเปรียวที่สุด ทันสมัยอินเทรนด์ที่สุด

หากคือผู้ที่ใส่เสื้อพอดีตัว เหมาะกับกาละที่สุด…

……………..

เสียงกีตาร์ คีบอร์ด ระนาดทุ้ม กลองชุด กระหน่ำเสียง ซักซ้อมโครมครามในค่ำคืนที่แสนเหนื่อย

เตรียมความพร้อมที่จะบรรเลงกล่อมในวันสุขของใครคนหญิงชายคู่หนึ่งที่วังจักรพงษ์ในสัปดาห์หน้า

ภาพของชายไทยในมุมหนึ่งบนสะพานลอยแว่บเข้ามา…

ก่อนจะปลดหน้าที่ เปิดโน๊ตบุ๊ค หาความสงัดเสงี่ยมในความอึกทึก..

เติมพลังให้ มั่นคง อดทน

และรอคอย ต่อไป…

Posted: ตุลาคม 22nd, 2009
Categories: วันที่เหลือ
Tags:
Comments: No Comments