วันที่เหลือ 74 “มีหูมีตา…ขายาว”

นายยางสน..คนบางขวาง
18 กันยายน 2552

มีหูมีตา..ขายาว
มีหูมีตา..ขายาว

17 กันยายน 2552

อาทิตย์สุดท้ายตามตารางสอนกำลังจะผ่านพ้นไป เหลียวมองตารางชีวิตยังมีอะไรอีกยุ่บยั่บให้แกะเกาะเจาะติดกันอีกหลายเรื่อง ทั้งที่เป็นหน้าที่อันปฏิเสธเสียไม่ได้ อีกที่ไล่ตามความต้องการดื้อรั้นเป็นส่วนตัว จะมากลัววันรุ่งของพรุ่งนี้ว่าจะเป็นอย่างไรเล่าก็เก่าเกิน เพราะที่เดินผ่านมาไกลไม่ใช่น้อย ที่เป็นเส้นทางคอยอยู่ก็อีกมาก

จะลำบากหรือไรนั่นไม่ยั่นร้อกกกก..

บ่ายโมงกว่า หลังจากลากตู้เลื่อนโต๊ะจัดข้าวของพอได้เหงื่อ ก็พอดีเวลานัดกับสองสาว ตอง ทราย เพื่อเป็นเพื่อนร่วมทางต่างจุดหมายยัง แหล่งอารยะธรรมคนกรุงสยามพารากอน

ทราย สาวอารมด์ดีกรีดอกเตอร์อะไรซักอย่าง เห็นหน้าตาตี่มาตั้งแต่กางขิมก่อกแก่กแขกบรเทศ จวบจนในวันที่หันเห มาแบกกล้องมอบใจเป็นแฟนคลับนักร้องดูโอร่างระหงส์ กอล์ฟ ไมค์ หวังใจไปเก็บภาพบุคคลทั้งสองบนเวทีกลางแจ้ง ณ ห้างหรูแห่งนี้

ตอง สาวร่างบางอารมณ์ดีเช่นกันแต่แสดงออกมากกว่า (หลายเท่า) ..!!!!!! สาวปริญญาโท ศิษย์สามสายสนทนา ศาสตราจารย์อุดม อรุณรัตน์ วางซอมาร่ำเรียนบริหารการจัดการวัฒนธรรม ขอตามมาชมการแสดงขำๆของกอไผ่กับเขาด้วย

แท็กซี่ เจ็ดสิบหนึ่งบาท แลกกับความวุ่นวายในการหาที่จอกรถ

ทราย ขอตัวไปรับบัตรเข้าชมการแสดง ที่คงต้องยื้อแย่งกับสาวกสาวน้อยสาวใหญ่มากมายที่มาหย่นก้นบนพื้นเย็นๆบนชั้นห้ามาหลายชั่วโมงก่อนหน้านี้ เพื่อที่จะลงมาบริหารเสียงกรี๊ดสนั่นกันบนเวทีกลางแจ้งเบื้องล่าง

ฟิชเบอร์เกอร์ต่อเติมพลังได้อีกหลายขีด อ๊อย สาวที่สามตามมาสมทบกับผมทรงแม่พลอยสดใส หลังสงบศึกกับวิทยานิพนธ์ขนหัวลุกเมื่อไม่กี่ชั่ววันที่ผ่านมา บทสนายังวนเวียนอยู่กับเรื่อง การศึกษาเล่าเรียน และการอุทิศตนเป็นแฟนคลับนักร้องร่างกุ้งสะดิ้งมะนาว สลับการวิพากษ์ชาดำเย็นเบื้องหน้าที่จืดปร่าไม่ได้รส

ครูเอ้ครับ ผมมาถึงแล้ว กำลังโหลดของขึ้นไปหลังเวทีครับ

เสียง นายตรี ศิลปินกุลีนักดนตรีอเนกประสงค์แจ้งความมาตามสาย

ก่อนที่จะเคลื่อนย้ายกันขึ้นไปรวมพลขนเครื่อง ปล่อยให้ไซรัปน้ำเชื่อม ที่ลืมใส่ลงไปในแก้วชาดำเย็น ซึ่งได้กลายเป็นผู้ต้องหา กลิ้งหลุนอยู่บนโต๊ะเป็นคำตอบ

………………………………

บนชั้นห้าหน้า รอยัลพารากอน ฮอลล์

ป้ายงานขนาดใหญ่ไร้ภาษาแม่ แจ้งความประกาศให้คนหัวดำทั้งหลายเดาเอาเองว่าในรายละเอียดของงาน มหกรรมอุตสาหกรรมบันเทิงไทย 2552

ระบุกิจกรรมหลากหลายทั้งสนทนาวิสาสะและศิลปะการแสดงมายมาย หากแต่สุดท้ายก็ดูกะจิดริดนักเมื่อเทียบกับแผ่นป้ายอลังการของภาพยนตร์แห่งสยามประเทศสองเรื่องเบื้องหลัง

ในวันที่ความรื่นเริงกลับกลายเป็นสินค้าซื้อง่าย จ่ายคล่อง ใครคนที่ลองได้ถูกจัดฉากอุปโลกไปอยู่ในโลกใบมายานั้น ก็ดูจะสำคัญกว่าเรื่องราวเป็นจริงของชีวิตอื่นๆที่ตรากตรำทำมากว่ามากมายนัก

ดนตรีไทยกลายเป็นประเด็นหนึ่งในการที่จะเป็นทางเลือกของทั้งผู้ซื้อและผู้ผลิตที่จะสงวนจุดต่างแสวงจุดร่วมให้ดำเนินเกื้อกูลกันไปได้ในโลกปัจจุบัน

พี่หน่อง อานันท์ ถูกเกี้ยวมาสาธยาย จึงชักชวนยกวงย้ายวิกมาบรรเลงประกอบพอให้ไม่อ้างว้างวังเวง

พี่ๆ อยู่กันตรงไหนเนี่ย ผมกับอัลมอนด์เข้ามาหลังเวทีแล้ว มีระนาดไม่ค่อยคุ้นอยู่ข้างบน ด้านหลังไม่เห็นมีใครเลย

เสียงมาสเตอร์นุ่ม มือกลองหูทิพย์ พ่นคำถามกระหืดกระหอบ

สงสัยอยู่ที่ทำไมใครชอบโทรมาหาเมื่อประสบปัญหากันอยู่ร่ำไป

สุดท้ายสรุปความ ได้ว่ามุดไปผิวเวที เกือบต้องขึ้นไปเป็นหางเครื่องศิลปินเกาหลีอีก กอล์ฟ ไมค์ ให้สาวกรี๊ดเสียงไปอย่างเฉียดฉิว ส่วนระนาดแปลกตารางนั้นคงรอเวลากระเพื่อมไหวจากปลายไม้ของ เพื่อนป๋อม ชัยยุทธ เป็นรายการสุดท้ายของการแสดงในค่ำคืนนั้น

………………………………

ญี่ปุ่นรำพึง ที่ไร้เสียงซากูฮาชิ ในวันนี้ นายบ๊อบ เจ้าของเสียงคนเดิมเดินทางมาสังสรรค์ร่ำลาก่อนที่จะเดินตามหาความฝันลัดฟ้าไปล่าปริญญาเอกยังเกาะบริเตนใหญ่ในช่วงต้นเดือนหน้า กระหึ่มขึ้น

ส่วนอีกชีวิตที่บอกลาโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง ร่กลับวมเสียงร่วมวงตรงที่ๆเคยยืน พร้อมหอบหิ้ว แอคคอร์เดียน ขลุ่ยเพียงออ มารอแต่หัววันนั้น ก็ลงแรงปลูกต้นฝัน ปลุกปั้นเวปไซด์ดนตรีจิปาถะ ซึ่งคงจะเปิดบริการเป็นสนามอารมณ์ แลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์ทางดนตรีในอีกไม่นานช้า ซางคงต้องขอขอบคุณ คุณคีตะ ที่จะมาช่วยบริหารระบบให้เป็นรูปธรรมในเร็ววันนี้

เพลงเดียวยังไม่พอขี้หูกระเด็น ตามมาเป็นลาวดวงเดือนทางใหม่ที่ใช้เป็นการเช็คเสียงในเวลาเร่งรีบน้อยนิด ซึ่งก็ไม่เห็นว่าจะชัดเจนไพเราะขึ้นสักแค่ไหน สุดท้ายก็คงตัวใครตัวมันหวังพึ่งกันไม่ได้ตามที่ซ้อมอยู่ดี

………………………….

หนึ่งสาวกะโปรงสั้นขายาว กับหนึ่งหนุ่มหน้าขาวกระจ่างใส เปิดรายการเชิญอาจารย์หน่องขึ้นสู่ยอดเสา

เรื่องเล่ากลั่นจากประสบการณ์บริหารเวลาตามสไตล์ แล้วจีนตอกไม้ก็ไหววืดเป็นการโหมโรง พร้อมกับการคะเนสถาณการณ์ที่คงต้องล้มเลิกสิ่งที่เตรียมมา เพื่อผจญภัยกันสิ่งที่อยู่ตรงหน้าจะเข้าท่ากว่า

ค้างคาวกินกล้วย หนึ่งท่อน ถูกหยุดลงด้วย สาวน้อยหลายสิบที่สปีดเท้าวิ่งเข้าหาเวทีเพื่อตอบคำถามชิงรางวัล รับบัตรเข้าชมศิลปินข้ามชาติที่จะเปิดการแสดงเบื้องล่างในไม่อีกกี่ชั่วโมงต่อจากนี้

ค้างคาวกินกล้วยค่ะ สาวหนึ่งแสดงภูมิ

ลิงกะเสือค่ะ อีกสาวที่ดูมีปัญญามากกว่าอีกหนึ่งขีด

ค้างคาวกินกล้วย คร่า กินกล้วยน้ำว้าด้วย สาวที่สามสวนหมัดเกทับ ด้วยความมั่นใจ

ผู้สมหวังก็ลิงโลด ผู้พลาดหวังก็หลั่งน้ำตา

………………………….

ยอยศพระลอ จากหนุ่มเสียงหล่อร่างอวบ สะกดทุกสายตาให้จ้องมอง เมื่อเพลงจบก็พบกับความจริง จากพระเอกมาดนิ่งกลายเป็นลิงติงต๊องซะงั้น

สาวใสในชุดนักเรียนแถวหน้ายังร่ำไห้ไม่เลิก คงไม่เกินความสามารถของคนที่ฉลาดน้อยที่สุดในปฐพีที่จะทราบว่า เธอคงมิได้เสียน้ำตาให้กับโศกนาฏกรรมวรรณกรรมอมตะที่เข้าหูซ้ายทะลุหูขวาไปเมื่อสักครู่เป็นแน่

………………………….

เวลาผ่านไป ไม่แน่ใจว่าจะมีใครฟังอะไรรู้เรื่องสักเท่าไหร่ ช้างแรพ ก็ถูกนำมากระตุกอารมณ์

เดิมทีที่ซ้อมมาเป็นอีกเวอร์ชั่นที่ ลุงนิค ชัยภัค ปรับปรุงใหม่ สุดท้าย ของเก่าแบบฉบับคอนเสิร์ตจุดประกายก็ยังใช้ได้กับช่วงเวลานี้

เงื่อนไขเล็กน้อย ออกมาร้อง เล่น เต้นท่าช้าง แลกกับบัตรคอนเสิร์ตอะไรที่ว่านั่น เท่านั้นแดนเซอร์ก็เกลื่อนเวที

….เอ๊า….ช้าง ช้าง ช้าง หนูรู้จักช้างรึเปล่า…อุอุอ่ะ…..

เพลงช้างคำร้องคุณหญิงชิ้น ทำนองพม่าเขว เพิ่มแรพโย่วสำนวน ลุงหน่อง

วินาทีต่อมา หนูๆผู้เรียบร้อยก็ประทับทรงวาดซ้ายขวา ทำให้ลุงๆที่อยู่บนเวทีกริ่งเกรงว่าอวัยวะชิ้นต่างๆจะหลุดกระเด็นออกมาซะก่อน พลันให้นึกถึงพัฒนาการใน ท่าทางของช้างกระมิดกระเมี้ยนที่อาจารย์ศิริกุล วรบุตร (นักดนตรี) ต้นเสียงเพลงช้างคนแรกทำให้ดูเมื่อครั้งที่เพลงนี้ถูกใช้เป็นเพลงวิทยุศึกษาเมื่อกว่าสี่สิบปีที่แล้ว

เดี่ยวระนาดจีนขิมใหญ่ ไหวร่อนจบไปเป็นเพลงสุดท้ายก่อนหน้าม้าชายหญิงจะแว๊บหายไปในพริบตา

…………………………………….

ใครคนหนึ่งรำพึงเบาๆหลังงานเลิก…..

…นี่ถ้าคุณหญิงชิ้นยังอยู่แล้วได้เห็นคงปลื้มใจ..

…ยังไงก็เตรียมยาลม ยาหอมไว้เผื่อท่านด้วย เพื่อไม่เป็นการประมาท….

ใครคนนี้รำพันเบาเสียยิ่งกว่า…

………………………………….

นึกถึงเรื่องเล่าของ พี่หน่อง วิทยากรผู้ที่ต้องด่วนร่ำลากันไปก่อน เพื่อเดินทางต่อไปปฏิบัติภารกิจที่เวียนนากับการไปเก็บข้อมูลเสียงชนเผ่ากะเหรี่ยงโปว์ที่ ด่านช้าง สุพรรณบุรี ในโครงการปรับปรุงพิพิธภัณฑ์ของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร

หลังจากที่ให้เด็กๆ ร้องเพลง เล่าเรื่องต่างๆ ที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นในภาคบังคับมาทั้งวัน

ตกเย็นหน้าสนามฟุตบอลหน้าโรงเรียน ไมค์โครโฟนถูกยื่นจ่อปากเด็กซนเหล่านั้นอีกครั้ง กับโจทย์ใหม่ว่าหนู ร้อง เพลงไทย อะไรได้บ้าง

………………………………..

…….ช้าง ช้าง ช้าง น้องเคยเห็นช้างละป่าว ช้างมันโต๊โตไม่เบา จมูกย๊าวยาวมีห้างวง สองเขี้ยวห้างวงมีห้างา มีหูมีตา ขายาว……..

คือคำตอบเจือยิ้มพิมพ์ใจ มิใยต้องเสียเวลาไปถามหา ช้างกูอยู่ไส ให้เสียเวลา

Posted: ตุลาคม 22nd, 2009
Categories: วันที่เหลือ
Tags:
Comments: No Comments