ศิลปวัฒนธรรม “ชัยภัค ซอสิบทิศ”

ศิลปวัฒนธรรม ปีที่ 24 ฉบับเดือน . 2545 ,หน้า ..

ชัยภัค ซอสิบทิศ

ทิศไหนก็ได้ หรือไม่รู้ว่าทิศไหนดี

นายยางสน..คนบางขวาง

เมษายน 2544

ชัยภัค ภัทรจินดา ชื่อนี้คงผ่านหูนักฟังเพลงไทยรุ่นใหม่บ้างไม่มากก็น้อย หรือไม่ก็ต้องเคยได้ยินผลงานของเขามาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นผลงานเพลงไทย เพลงร่วมสมัย ลูกทุ่ง เพลงทดลอง เพลงประกอบสารคดี ภาพยนตร์ โฆษณา ละครโทรทัศน์ ละครเวที หรือแม้แต่การแสดงสดบนเวทีเรียกร้องสิทธิเสรีภาพในวาระต่างๆอยู่เนืองๆ โดยไม่รู้ว่าเป็นฝีมือของวิศวกรหนุ่มผู้นี้

ผมเกิดที่จังหวัดราชบุรี ปี 2510 มีพี่น้องสี่คน ผมเป็นคนที่ 2 ไม่มีใครเป็นดนตรีเลย

ชัยภัค ค่อยๆย้อนภาพในอดีตของเขาให้ฟัง

พออายุ 10 เดือน ก็ย้ายมาอยู่กับป้าที่สงขลา อยู่ที่นั่นจนอายุ 14 ปี .เรียนอนุบาลที่อนุบาลสงขลา ถึง ป.4 พอขึ้น ป.5 เข้ามาเรียนที่โรงเรียนวิเชียรชม ที่นี่เองที่ผมได้สัมผัสกับเครื่องดนตรี

ผมรักดนตรีอยู่แล้ว เคยประกวดร้องเพลงตอนเด็กๆ แต่ไม่รู้ว่าดนตรีไทย ดนตรีสากลเป็นยังไง ตอนเรียน ป.5 ก็เดินตามเสียงดนตรีไปที่ตึก บังเอิญที่เสียงที่ได้ยินเป็นเสียงดนตรีไทย ผมก็เลยเข้าไปหัด ก็หยิบซอด้วงก่อน

และนับแต่นั้นเขาก็ไม่เคยอยู่ห่างจากดนตรีอีกเลย

ชัยภัค เรียนดนตรีกับครูเจริญ ธารณามัย อาจารย์ประจำที่โรงเรียนวิเชียรชม โดยเริ่มหัดซอด้วง เพราะมีเพื่อนเล่นด้วยกันเยอะ ซอก็หาซื้อได้ง่าย ราคาถูก พอโรงเรียนเลิกแล้ว กลับบ้าน ก็ได้ขิมเก่าตัวหนึ่ง ซึ่งเป็นมรดกสมบัติของปู่จินดา ภัทรจินดา นักดนตรีสมัครเล่นพื้นเพสงขลา เป็นที่สร้างเสียงดนตรีตามประสาเด็กซน เขาสังเกตลักษณะของขิมแล้วลองเทียบเสียงเองตามความเข้าใจ โดยเทียบเสียงจากเพลงที่คุ้นเคย เช่นเพลงชาติ สรรเสริญพระบารมี และก็เริ่มเป็นแฟนเพลงขาประจำของวิทยุประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์

สมัยนั้นเทปดนตรีไทยมีน้อย ต้องซื้อจากกรุงเทพฯ ก็ได้วิทยุนี่แหละเป็นครู เพลงไหนยังไม่ได้ก็แกะโน้ตสดๆขณะนั้นเลย ผมเรียนโน้ตกับครูเจริญเป็นระบบตัวเลข เลยทำให้จดจากการฟังเสียงได้เร็ว ส่วนเพลงไหนที่ได้แล้วก็เป็นคู่ซ้อมของเราไป

ก้าวกระโดดครั้งสำคัญบนเส้นทางดนตรีของชัยภัคคือเมื่อเข้าเรียนมัธยมที่โรงเรียนมหาวชิราวุธ พร้อมกับการเกิดขึ้นของการประกวดดนตรีไทยภาคใต้ ครั้งแรก(พ.ศ.2523) โดย มศว.สงขลา เป็นแม่งาน

ตอนนั้นผมอยู่ ม.2 ม.3 ได้เรียนดนตรีกับ อ.สาย จันทรพัฒน์ ได้มีโอกาสตามท่านร่วมออกงานบ่อยๆเพราะท่านเป็นสมาชิกวงเครื่องสายประสมออร์แกน(ชื่อวงทักษิณสามัคคี)ของ อ.ภิญโญ วัฒนายากร ก็เรียนโดยอาศัยโน้ตที่ได้จากกรุงเทพฯบ้าง ตอนประกวดดนตรี มีครูดนตรีจากกรุงเทพฯลงไปเป็นกรรมการ มี ครูเมธา หมู่เย็น,ครูจำเนียร ศรีไทยพันธุ์,ครูสุดจิตต์ ดุริยประณีต,ครูยมโดย เพ็งพงศา วงที่ประกวดตอนนั้นที่เก่งๆ ก็มี โรงเรียนปากพนัง นครศรีธรรมราช โรงเรียนศรียาภัย จังหวัดชุมพร..

ในการประกวดครั้งนั้นทำให้ชัยภัค ได้เห็นภาพครูเล่นดนตรีจริงๆ อย่างเต็มตา ซึ่งทำให้เสียงดนตรีที่เขาเคยแกะทางวิทยุแบบลองผิด ลองถูกตามความเข้าใจมีความชัดเจนในวิธีการบรรเลงที่ถูกต้องมากยิ่งขึ้น ประกอบกับเป็นคนที่กล้าคิด กล้าถาม ทำให้ชัยภัคได้รับความรู้จากกรรมการกลุ่มนี้มาก ในการประกวดครั้งที่ 2 มีพิธีไหว้ครูดนตรีไทย โดยครูจำเนียร ศรีไทยพันธุ์เป็นพิธีกร หลังเสร็จพิธีครูหลายท่านก็ผลัดกันเดี่ยวเครื่องดนตรีต่างเพื่อให้นักเรียนเห็นเป็นบุญตา โดยสลับกันขึ้นบรรเลงหลายเครื่องมือ คงจะมีเพียงคนฉิ่งเด็กน้อยชัยภัคจากโรงเรียนมหาวชิราวุธคนนี้เท่านั้นที่นั่งตีอย่างสมภาคภูมิ ไม่ยอมให้ใครมาเปลี่ยน นับเป็นประสบการณ์ที่ได้ร่วมวงกับครูที่มีชื่อเสียงเป็นครั้งแรก

ชื่อเสียงของชัยภัค เริ่มเป็นที่รู้จักครั้นคร้ามในแวดวงการประกวดดนตรีภาคใต้ แต่เหตุการณ์ที่ทำให้ ชื่อ และ เสียง ของเขา เป็นที่รู้จักแก่สาธารณชนก็คือ การที่ อ.สาย พาเด็กน้อยคนที่ไปออกรายการวิทยุ

เป็นรายการเกี่ยวกับดนตรีไทยครับ ออกอากาศวิทยุประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ พี่ดี เจ ประจำรายการในขณะนั้นคือ คุณประทิน สังข์ศิลป์เลิศ ก็สัมภาษณ์ผม แล้วก็ให้แสดงความสามารถโดยการเดี่ยวเครื่องดนตรีไทยต่างๆ เช่น ขิม ซอ ขลุ่ย เล่นคนเดียวครับ ทั้ง 2 ชั่วโมงเลย

เส้นทางชีวิตของชัยภัค ถึงคราวต้องชีพจรลงเท้าอีกครั้งหนึ่ง จากถิ่นเกิดราชบุรี เติบโตในโลกดนตรีที่สงขลา ครานี้ถึงคราวแสวงหาวิชาในกรุงเทพเมืองฟ้าอมร

ผมเข้ากรุงเทพฯบ่อยครับ แต่โดยมากจะเป็นช่วงปิดเทอม ขึ้นมาซื้อโน้ต ซื้อเทปเพลง ครั้งหนึ่งผมเคยไปที่ร้านพัฒนศิลป์ของอาจารย์ดร.อุทิศ นาคสวัสดิ์ โชคดีได้มีโอกาสเจอท่าน ดร. และได้สีซอด้วงเดี่ยวเพลงพญาโศกให้ท่านฟัง ท่านก็แนะนำเรื่องการใช้คันชักซอให้ ซึ่งในปี พ.ศ.2525 ต้องขึ้นมาอยู่จริงๆก็เพราะเข้ามาเรียนต่อที่โรงเรียนเตรียมอุดม เรียนแผนกวิทยาศาสตร์ ที่นั่นก็มีครูดนตรีหลายท่าน เช่น ครูแสวง วิเศษสุด ครูบุญชู ทองเชื้อ ครูประสงค์ พิณพาทย์ ฯลฯ แต่ก็ไม่ได้มีเวลาร่ำเรียนมากมายนักเนื่องด้วยเป็นแค่ช่วงขั่วโมงกิจกรรมสันทนาการ และที่นี่ต้องใช่เวลาเรียนภาคปกติค่อนข้างหนักหน่วง คงได้จากการสังเกตมากกว่า เรียกว่าได้ใช้วิชาครูพักลักจำอย่างเต็มที่ อะไรที่เคยสงสัยก็ได้รู้มากยิ่งขึ้นที่กรุงเทพ และที่สำคัญคือ ได้มีโอกาสเข้าไปเป็นสมาชิกชมรมดนตรีไทยมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะ ได้รับคำแนะนำในเรื่องดนตรีและต่อเพลงทางเดี่ยวเพิ่มเติมกับครูบรรเลง สาคริก อาจารย์ชนก สาคริก แล้วก็ได้พบเพื่อนที่เล่นดนตรีถูกมือถูกใจกัน ก็เลยชักชวนกันประกวดดนตรีไทยเพื่อความมั่นคงครั้งที่ 2 (พ.ศ.2526) ในนามวงกอไผ่ ชนะเลิศประเภทวงเครื่องสายมัธยมและก็ประเภทเครื่องดนตรีต่างๆด้วย หลังจากนั้นก็ไม่เคยเข้าประกวดอีกเลย..

ส่วนด้านดนตรีสากลมีพื้นฐานเรื่องโน้ตมาบ้างสมัยที่อยู่สงขลา เพลงที่เป็นครูของผมในการหัดฟังหัดสังเกตการประสานเสียงแบบสากลก็คือเพลงที่ประกอบหนังจีนโทรทัศน์ในสมัยนั้น เช่น มังกรหยก กระบี่ไร้เทียมทาน ผมฟังต่างจากคนอื่น คนอื่นเขาฟังเนื้อร้อง แต่ผมฟังว่า ทำไมเครื่องดนตรีต่างๆถึงมีทางการบรรเลงแตกต่างกัน เช่น เบสเล่นอย่างหนึ่ง เครื่องสีเล่นไปอย่าง เครื่องเป่าเล่นอีกอย่างหนึ่ง ไม่เหมือนลักษณะการประสานเสียงของเครื่องดนตรีไทยชิ้นต่างๆในวง ที่คุ้นเคย จึงพิจารณาโดยใช้พื้นฐานของดนตรีไทยเปรียบเทียบกับดนตรีสากล จนกระทั่งเห็นหลักและแนวทางที่แตกต่างกัน ส่วนที่ได้มีโอกาสศึกษาและเรียนรู้จริงจังก็ตอนที่เรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ มีเพื่อนที่เล่นดนตรีสากล เราก็ร่วมวงกับเขา ได้ฟังเพลงในแนวหลากหลายยิ่งขึ้น ทั้ง ร็อค ป็อป หรือแนวอื่นๆ เคยรวมวงกับเพื่อนๆประกวดโฟล์คซองของสยามกลการ ก็คงโชคดีครับได้รางวัลชนะเลิศ ประกวดแต่งเพลงของสถาบันได้รับรางวัลดีเด่น

จนเรียนปีสุดท้ายที่วิศวะก็ได้เจอรุ่นพี่คนหนึ่งที่มูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะ ชื่อคุณชัยพร จิรจิตรโกศล คุยกันถูกคอครับและก็ได้ชักชวนให้ร่วมทำงานอัลบั้มเพลงร่วมสมัย ซึ่งบทเพลงส่วนหนึ่งเป็นเพลงที่แต่งใหม่ อีกส่วนหนึ่งเป็นเพลงไทยของเก่า บรรเลงโดยนำเครื่องดนตรีสากลมาประสมกับดนตรีไทย เป็นการเข้าห้องบันทึกเสียงอย่างเป็นจริงเป็นจังงานแรก ลองผิดลองถูกหลายอย่าง ถือเป็นบทเรียนที่ให้ความรู้ และประสบการณ์ในการทำงานดนตรีที่ดีมาก

เพลงชุดดังกล่าวชื่อ แต้มสี มีเสียง ซึ่งเป็นเทปที่น้อยคนจะรู้จัก แต่เพลงต่างๆที่เป็นผลงานของชัยภัคในชุดนี้กลับถูกนำมาใช้ในสื่อวิทยุ โทรทัศน์อย่างแพร่หลายจนปัจจุบัน ส่วนคุณชัยพร ภายหลังได้เปิดห้องบันทึกเสียง (บริษัท แฮนด์แคมีย์ ซัพพลายส์ ) ผลิตผลงานเพลงไทยหลากหลายแนว เช่น วงภุมริน กอไผ่ รวมถึงเป็นที่พึ่งของเหล่ากัลยาณมิตรทางดนตรีไทยผลิตงานดนตรีเฉพาะกิจอีกมากมาย

แต้มสี มีเสียง นับเป็นก้าวแรกของชัยภัค ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตนักดนตรีไทยสมัครเล่นไปสู่คนที่ทำงานดนตรีอย่างจริงจัง และได้สร้างสรรค์เพลงในฐานะต่างๆ เช่น นักดนตรีรับจ้าง นักแต่งเพลง นักเรียบเรียงเสียงประสาน ปรากฏสู่สาธารณะอย่างต่อเนื่อง มาเป็นระยะเวลานับสิบกว่าปี โดยในด้านเพลงประกอบภาพยนตร์ นับแต่ นางนวล กาเหว่าที่บางเพลง อำแดงเหมือนและนายริด สุริโยไท ละครโทรทัศน์ เช่น รัตนโกสินทร์ ดั่งดวงหฤทัย มงกุฏดอกส้ม นางนาก ละครเวทีเรื่อง ชนะแล้วแม่จ๋า ขอขันที ฯลฯ เพลงลูกทุ่ง เช่น ทศพล หิมพานต์ ชุดพรายน้ำ 1-2 งานเพลงสารคดีอีกมากมาย เช่น สามกรุงศรี งานของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย งานของมูลนิธิเด็ก ฯลฯ งานเพลงไตเติ้ล สป็อต ประกอบรายการโทรทัศน์ต่างๆ เป็นนักดนตรีรับเชิญ วงภุมริน บันทึกเสียงชุดล่องน่าน สองคอน บุหลันลอยเลื่อน วงกอไผ่ ชุด ราตรีประดับดาว ขอมดำดิน แขกขาว ครวญหา ช้างกินใบไผ่ งานเพลงส่วนตัว เช่น แต้มสีมีเสียง ระบำลม สุดสายหมอก สะบัดไม้บนสายเสียง คำหวาน แสนคำนึง ขิมคำนึง อุบะมาลี รวมถึงเป็นนักดนตรีรับเชิญร่วมกับ วงฟองน้ำ อ.ธนิศร์ ศรีกลิ่นดี วงบางกอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า และศิลปินคนดนตรีอื่นๆที่โคจรผ่านเข้ามาในเส้นทางดนตรีอีกหลายท่าน

ครั้งหนึ่งไม่นานมานี้ ชัยภัคได้มีโอกาสไปเป็นนักดนตรีรับเชิญบรรเลงซอให้กับงานอัลบั้มของคุณจำรัส เศวตาภรณ์ ซึ่งในภายหลังคุณจำรัสได้ให้สัมภาษณ์ลงหนังสือพิมพ์รายวันฉบับหนึ่งเพื่อประชาสัมพันธ์ถึงงานชุดนั้นว่า เป็นงานที่ได้ มือ ซอสิบทิศ มาร่วมบรรเลงให้ เหตุผลของฉายาดังกล่าว คงเนื่องด้วยความหลากหลายของเสียงซอ ตลอดจนวิธีการพลิกแพลงในการบรรเลงที่เป็นแนวโดดเด่นเฉพาะตัวไม่เหมือนใครของชัยภัคนั่นเอง

งานเพลงของชัยภัค เป็นงานที่มีการเคลื่อนไหว ไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ ด้วยที่เป็นคนที่รักในการเรียนรู้ค้นคว้าเพิ่มเติมตลอดเวลา เขาสามารถนำเสียงและเครื่องดนตรีที่มีความแตกต่าง มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม มารองรับ ความคิดฝัน จินตนาการของเขา ที่อยากจะได้ยินดนตรีแบบที่เขาอยากได้ยิน เสียงดนตรีที่เขาสร้างขึ้นมีความชัดเจนเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นการเรียบเรียงเสียงประสาน หรือแม้แต่การบรรเลงดนตรีไทยชนิดต่างๆ ซึ่งเขาได้ยืนยันว่า ในอนาคตอันใกล้นี้ จะได้มีโอกาสทำงานเพื่อนำเสนอความคิดสร้างสรรค์ โดยเฉพาะแนวทางการตีความแบบใหม่ๆในอันที่จะนำเสนอเพลงไทย ดนตรีไทย ซึ่งคิดว่ายังมีหนทางที่จะคิดอ่านสร้างสรรค์ได้อีกกว้างไกลออกมาเพื่อเป็นทางเลือกของยุคสมัย

ชัยภัค ซอสิบทิศ นักดนตรีเล็กๆคนหนึ่งซึ่งเลือกที่นำเพลงไทย ดนตรีไทย มาสื่อสารนำเสนอ ต่อโลกสมัยปัจจุบัน ด้วย แนวความคิด วิธีการแบบต่างๆของเขา ซึ่งประสานเทคโนโลยีสมัยใหม่ของโลกดนตรี กับ เสียงและบรรยากาศเพลงไทยในอดีตเข้าด้วยกัน ท่ามกลางการยอมรับชื่นชม และการเย้ยหยันจากทั้งนักดนตรีไทยเอง หรือนักดนตรีสากล อย่างไรก็แล้วแต่ งานเพลงของเขายังมีชีวิต น่าติดตาม แต่จะเป็นทิศไหน คงต้องดูกัน

Posted: ตุลาคม 22nd, 2009
Categories: ศิลปวัฒนธรรม
Tags:
Comments: 2 Comments
Comments
Comment from pop - 05/04/2011 at 21:53

ชอบฟังเสียงซออาจารย์ทั้งผมและพ่อเลยคร็าฟ

Comment from Satish - 02/01/2014 at 15:52

My hat is off to your astute command over this torci-bpavo!