ศิลปวัฒนธรรม “โหมโรง หนัง(ดนตรี)ไทย ที่คนไทยไม่ควรพลาด”

“โหมโรง หนัง(ดนตรี)ไทย

ที่คนไทยไม่ควรพลาด

นายยางสน..คนบางขวาง

20 ธันวาคม 2546

พูดถึงภาพยนตร์ไทยหรือที่เรียกง่ายๆว่า หนังไทย ในพุทธศักราชนี้ ถ้าจะการันตีว่ามีโอกาสได้รับทรัพย์นับเพลิน คงจะไม่เกินเรื่องราวกลาดเกลื่อนเวียนวนไม่พ้น ผี เซ็กส์ กะเทย ระเบิดภูเขา เผากระท่อม แต่ที่จะยอมลงทุนลงแรงนำดนตรีไทยมาใส่จอไม่กลัวเจ๊ง เช่น อิทธิสุนทร วิชัยลักษณ์ คงจักหาได้ยากถึงยากที่สุด

อิทธิสุนทร วิชัยลักษณ์ เป็นชื่อที่รู้จักกันดีในฐานะผู้สร้างงานคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นงานเขียนหนังสือ การกำกับรายการ เขียนบทละคร เกมส์โชว์ โฆษณา ทางโทรทัศน์และสื่อประชาสัมพันธ์อื่นๆ ทั้งยังเป็นเจ้าของรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ผู้กำกับยอดเยี่ยม เขียนบทยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์เรื่องลูกบ้าเทียวล่าสุด (พ.ศ.2536) กระทั่งมาหยุดอยู่ที่ รางวัลเมขลา สาขาละครดีเด่น เรื่องพระจันทร์ลายกระต่าย (พ.ศ.2542) ก่อนที่จะหายหน้าไปทำงานโฆษณา รอเวลาที่เหมาะสมในการกลับมาสร้างภาพยนต์ที่ตนรักอีกสักครั้ง

แรกเริ่มเดิมที อิทธิสุนทร ได้สร้างภาพให้ตัวเอกในบทภาพยนตร์เรื่องใหม่ของเขาเป็น ลิเก จึงได้เร่เที่ยวท่องเสาะหาข้อมูลทางด้านนาฏดนตรีอีกปี่พาทย์เพื่อความสมจริง แต่สิ่งที่ทำให้เขาต้องหยุดนิ่งทิ้งความตั้งใจเดิม และกระวีกระกวดประกาศเจตนาครั้งใหม่ให้พระเอกเป็น นักระนาด เริ่มขึ้นเมื่อหน้ากระดาษสุดท้ายของหนังสือที่ตั้งใจอ่านรวดเดียวตลอดคืนถูกปิดลง

หลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) มหาดุริยกวีลุ่มเจ้าพระยาแห่งอุษาคเนย์ คือหนังสือเล่มนั้น

โหมโรง เป็นภาพยนตร์ที่เกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันของ บริษัท ภาพยนตร์หรรษา (นนทรีย์ นิมิบุตร) บริษัท พร้อมมิตรภาพยนตร์ (มจ.ชาตรี เฉลิมยุคล) และบริษัท สหมงคลฟิล์ม (สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ) โดยมี อิทธิสุนทร วิชัยลักษณ์ รับบทหนักในการกำกับและเขียนบทภาพยนตร์ ซึ่งตนเองดัดแปลงมาจากประวัติของหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) หนุ่มน้อยจากแม่กลอง ผู้ที่ใช้สองมือถือไม้ระนาด ประกาศเสียงเขียนเพลงบรรเลงชีวิตรับใช้แผ่นดินมาถึง 5 รัชกาล เดินทางต่อสู้ผ่านยุคทองของดนตรีไทย จากวัยหนุ่มสู่ชรามีลูกศิษย์ลูกหามากมาย ก่อนจะแยกย้ายสลายวง ด้วยกฎระเบียบจากการเปลี่ยนแปลงทางการปกครอง ที่มองศิลปวัฒนธรรมเป็นเรื่องต่ำค่าล้าสมัย ซึ่งได้สร้างความปวดร้าวแก่บุคคลที่กล่อมโลกด้วยเสียงเพลงทุกผู้ รวมทั้ง ท่านครู ผู้กล้า ที่ได้ยืนหยัดคัดคานด้วยวิถีแห่งศิลปินตราบจนสิ้นลมสุดท้ายแห่งชีวิต เพื่อให้ดนตรีที่ท่านรักจักก้องกังวาลอยู่ต่อไป

กว่า 2 ปีในการเตรียมงานและถ่ายทำ ตั้งแต่ดั้นด้นค้นคว้าจากสถานที่จริงในประวัติศาสตร์ ชำระอ้างอิงจากเอกสารอีกปากคำบอกเล่า เพื่อความเข้าใจในตัวตนของหลวงประดิษฐไพเราะ การเสาะหาค้นคว้าลำดับเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่เป็นปมขัดแย้ง รวมถึงการตามล่าหานักแสดงที่เหมาะสมด้วยวัยและความสามารถในทางดนตรี อีกทั้งสถานที่ซึ่งเหมาะสมแก่ถ่ายทำ ลำดับพัฒนาการของบทเพลง ซ้ำเครื่องดนตรีที่ใช้บรรเลงก็ต้องเข้ากับยุคสมัย จึงทำให้ โหมโรง เป็นหนังที่ละเอียดละเมียดละมัยอยู่มิใช่น้อย

ด้านนักแสดง มีหลายท่านต้องทำการบ้านฝึกตีระนาดอย่างจริงจังเพื่อการนี้ เช่น อนุชิต สพันธุ์พงษ์ ( บักคาน จากภาพยนตร์เรื่อ 15 ค่ำ เดือน 11) และอดุลย์ ดุลยรัตน์ สมทบด้วย พงพัฒน์ วชิรบรรจง,ชุมพร เทพพิทักษ์,ภูวฤทธิ์ พุ่มพวง (จากภาพยนตร์เรื่อง โอเคเบตง ) และที่คงจะขาดไม่ได้คือคนปี่พาทย์ระนาดฆ้อง ตัวจริงเสียงแท้ ที่แห่แหนเข้าฉากอีกจำนวนมากเป็นประวัติการ อาทิ ลูกปู ดอกกระโดน หรือ บุญสร้าง เรืองนนท์ คนระนาดมือสำคัญสำนักหลานหลวง และ ณรงค์ฤทธิ์ โตสง่า ทายาทระนาดน้ำค้าง ที่ถูกวางให้รับบทเด่นของหนัง ทั้งนี้ยังมีอีกมากคงต้องฝากให้ไปชมไปเชียร์กันเอง ส่วนเพลงประกอบนั้นเป็นภาระของวงดนตรี กอไผ่ ในการออกแบบจัดวางและบันทึกเสียง

ไม่ว่า โหมโรง จะมีโอกาสยืนโรงต้านแฟชั่นหนังตลาดกวาดรายได้สักกี่มากน้อย ผลพลอยได้ของหนังเรื่องนี้ก็น่าจะเป็นการสร้างกระแส ให้สังคมได้แลเห็นถึงความงามและคุณค่าของดนตรีไทยได้บ้าง อย่างน้อยก็คงปลุกให้นักวิชาการดนตรี อีกนักประวัติศาสตร์หลายๆท่านได้โหมแรงแถลงการณ์วิจารณ์วิจัยกันเป็นที่สนุกปาก จึงอยากจะฝากฝังให้ช่วยกันไปชมอย่างเร่งด่วน (ลงโรงฉาย ต้นเดือน กุมภาพันธุ์ 2547) ด้วยอายุของหนังไทยในโรงภาพยนตร์นั้นสั้นนัก หรือจักให้ดีก็ควรรีบไปซื้อหาหนังสือ หลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) มหาดุริยกวีลุ่มเจ้าพระยาแห่งอุษาคเนย์ เขียนโดย อานันท์ นาคคง และ อัษฎาวุธ สาคริก กระดิกปากการ่ายคำนำเรื่อง โดยสุจิตต์ วงษ์เทศ มาอ่านเล่นเป็นการโหมโรงก็คงจะคึกครื้นไม่หยอกนะจะบอกให้

Posted: ตุลาคม 22nd, 2009
Categories: ศิลปวัฒนธรรม
Tags:
Comments: No Comments