วันอัศจรรย์ 7 “เรียนเด่น เล่นดี”

ปอสองเพื่อนกัน กับวันอัศจรรย์ของผม 2

เรียนเด่น เล่นดี

15 กุมภาพันธ์ 2548

ผมจำเหตุการณ์ในช่วงที่เรียนชั้น ป.2 ได้ไม่ชัดเจนนัก ยิ่งหนังสือของสมาคมผู้ปกครองที่ทำพวกให้เราจะต้องมาทาแป้งถ่ายรูปกัน ของปีนี้ (พ.ศ.2519) ยังหาไม่พบ ก็คงต้องว่ากันสดๆแบบเบลอๆไปพลางๆก่อน

..เรียนเด่น เล่นดี มีน้ำใจ ไชโย.. เสียงของเด็กชายหญิงกว่าสามสิบชีวิตดังขึ้นท้ายชั่วโมง หมายถึงช่วงเวลาที่จะใช้ชีวิตอย่างอิสระของผมก็จบสิ้นลง

ทุกๆชั่วโมงพละ พวกเราทุกคนจะต้องเปลี่ยนเสื้อ จากเสื้อเชิ้ตสีขาว(นวล) เป็นเสื้อยืดคอกลมสีขาว ขลิบสีน้ำเงินที่คอและแขน ตรงกลางอกมีตราสัญลักษณ์ พระเกี้ยว ตัวบั่กอึ๊บ เต็มพุง

ส่วนพวกเราที่เหลือบางคน ซึ่งไม่ใช่ผม จะต้องเปลี่ยนกางเกงด้วย

วิธีก็ง่ายๆ สวมกันไปทั้งยังมีกะโปรงอยู่ดูเซ็กซี่มิใช่เล่น

โรงเรียนของเรานั้นดูจะเป็นพวกอนุรักษ์ นิยมอยู่มิใช่น้อย สังเกตได้จากกางเกงสุ่มสีดำผ้าตุ่นๆตัวที่ว่านี้ จับจีบสวยงาม เป็นโจงกระเบนสำเร็จรูป ช่างดูแฉล้มแช่มช้อย

ผมจำภาพอาจารย์พละได้สองท่าน คือ อ.จรินทร์ และอ.ฉัตรชัย แน่นอนที่อาจารย์ไม่ได้ใส่กางเกงสุ่ม หากแต่เป็นกางเกงวอร์มขายาว ซึ่งก็ทำให้ผมสงสัยยิ่งนักว่า เรียวขาของอาจารย์คงจะผิดปกติแน่จึงไม่เคยเผยเนื้อหนังให้เห็นบ้างเลย

หลายๆครั้ง เด็กผู้ชาย และผู้หญิงจะเรียนพละด้วยกัน โดยเฉพาะในกิจกรรมที่จะต้องอาศัยคนจำนวนมาก เช่น กีฬาฟุตบอล เป็นต้น

ผมมีเพื่อนใหม่คนหนึ่งชื่อ สการ เป็นชื่อที่เท่ห์มาก ฟังดูคล้ายๆกับ สตีฟ สตีเฟ่น อะไรเทือกนั้น อินเตอร์มากมาก

สการ เป็นหนึ่งในกองบรรณาธิการของผม ยังจำ ไดอารีย์เล่มแดง ของขวัญปีใหม่จากหนุ่มเนื้อหอมเย็น นนทวัฒน์ คนนั้นได้รึเปล่า

ผมกับ สการ ใช้เวลาที่ว่างเว้นจากการ(สนใจ)เรียน นั่งขีดเขียน รวมรวม คำถาม ปัญหา ถามตอบ นานาสารพันจากหนังสือหลายๆเล่ม มาจดรวมกันไว้ร่วมพันข้อ (ทำไมวะ) ทั้งยังพยายาม

ทำวารสารให้เพื่อนๆได้อ่านกัน โดยใช้กระดาษปอนด์วาดเขียนมาพับเย็บเล่มเข้าด้วยกัน นับว่า…แก่แดด ยิ่งนัก

สการ มีความรู้เรื่องฟุตบอลมาก เขาจะเอาหนังสือ มารู้จักนักเตะดังกันเถอะ พ๊อคเกตบุ๊ค เล่มแรกในชีวิตของผม มานั่งสาธยายความเก่งกาจของทีมฟุตบอลอังกฤษทีมหนึ่งให้เราฟัง และโดยดุษณี พวกเราก็สถาปนาให้เราเป็นทีมๆนั้น โดยใช้ชื่อของนักฟุตบอลแทนตัวเอง

ลิเวอร์พูล หงส์แดง ตะแคงฟ้า ภาคภาษาไทย ห้อง ป.2/4

อั๋น เมทะนี แสดงเป็น สตีฟ ไฮเวย์,ย้อย ลำไย แสดงเป็น เอมลิน ฮิวจ์,ย้วย ยูน แสดงเป็น ฟิล บอสมาร์,ขวัญ นิลวรรณ แสดงเป็น เควิน คีแกน,เอ้ สาคริก แสดงเป็น จอหน โตแช๊ด…

สกั๊ง (อีกชื่อหนึ่งของมัน) รับบท ผู้รักษาประตูทีมชาติอังกฤษ เรย์ คลีเมนส์ส์ส์ส์ส์

ในชั่วโมงเรียน ถ้าวันไหนต้องแบ่งข้างแข่งกัน ก็จะมีหัวหน้าทีมมา ยิ้ง ฉุบ เลือกผู้เล่นเข้าทีมของตน ซึ่งก็แน่นอนที่พวกหัวโจกย่อมต้องเป็นที่หมายปองแย่งชิงตัวกันเป็นอันดับแรก

ทุกเทอมจะมีการแข่งขันกีฬาระหว่างห้องในหลายๆประเภท ผมชอบที่จะยืนดูความเคลื่อนไหวอยู่บนระเบียงชั้นสอง สิ่งที่เห็นสอนให้ผมรู้ว่า ผมไม่อาจจะไปแหย่เด็กผู้หญิงเช่น เธอ คนนั้นได้ด้วยความปลอดภัยเสมอไป

ผมเห็นความเร็วของสาวหัวหยิก ปรียาภรณ์ อีกสาวผมทอง เมธาวี เมลานี โคลแมน ที่ไล่กวดสับขากับ ไอ้เสือร้าย (อีกตัว) สิรคุปต์ ชนิดเบียดไหล่

ผมเห็นพละกำลังเกินพิกัดในเกมส์ชักคะเย่อของ บิ๋ม หัวเปียก ศิริลักษณ์ (มีชื่อกลางด้วย เหมือนเมธาวีเลย) ที่น่าเกรงขาม

พอนึกถึง บิ๋ม แล้ว ผมก็มักจะนึกถึงเพื่อนอีกคน ที่มักจะหัวเปียกมาในตอนเช้าเหมือนๆกัน คือ ด.ช. วรินทร์

ผมจำเรื่องราวของเพื่อนคนนี้ไม่ได้มากนัก แต่ที่ฝังใจคือ มีใครบางคนพ่นใส่หูผมว่ามันคนนั้นเป็นมุสลิม ในเวลาอาหารกลางวัน จึงได้รับการเอาใจเป็นพิเศษ ได้ทานอาหารที่แตกต่างจากเพื่อนๆเสมอ และ อาหารโปรดของมันคือ หมูปิ้ง

ค่าที่เราเป็นทีมที่มีชื่อชั้นถึงแชมป์จากเมืองผู้ดี เราจึงดูเป็นทีมเต็งทีมหนึ่ง เรียกว่าด้านข้อมูลนั้นเราไม่เป็นรองใคร

จะมีที่น่าหวั่นใจอยู่บ้างคือ ลูกยิงตีนระเบิดของพี่บิ๊กห้อง 1 ที่ชื่อ อนุสนธ์

แน่นอน ที่เราได้เตรียมการไว้ทุกอย่าง โดยส่ง หญิง ที่น่าจะกล้าแกร่งเช่นเธอๆที่เราเห็นไปประกบเด็กร่างยักษ์คนนั้นไว้….

ครับ…เธอผู้นั้นชื่อ… จามรี

……………………………………………………

ในช่วงเวลานั้น ทีมของเราไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าไหร่ เนื่องจากผู้เล่นบาดเจ็บ (ไอ้ สกั๊ง ป่วย) แต่เราก็พอที่จะเอาตัวรอดมาถึงรอบตัดเชือกจนได้

พร้อมๆกับความหวังปริ่มหัวใจ ที่ สกั๊ง นายทวารทีมชาติอังกฤษของเราหายจากบาดเจ็บ จะได้กลับมาลงสนามเป็นครั้งแรกของทัวร์นาเมนท์….

……………ปรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด…..เสีงนกหวีดสุดท้ายกรี๊ดก้องรูหู……….

ประสบการณ์สอนให้รู้ว่า ความเปลี่ยนแปลงนั้นใช่ว่าจะมีกร๊าฟที่พุ่งขึ้นสูงเสมอไป

…………………………………………………………………

หลายปีให้หลัง อดีตนายทวารทีมชาติอังกฤษผู้นี้ ก็ได้ใช้มือที่เคยเก็บลูกบอลจากก้นตาข่ายจนปวดหลังนับครั้งไม่ถ้วน มาคีบโขก ขุน โคน จนมีชื่อเสียงกระเดื่องทั่วทั้งยุทธจักร ละทิ้งกลิ่นสาปลูกหนังอย่างถาวร….

…เออ….สาธุ…ไปดีแล้วเพื่อน….

Posted: ตุลาคม 21st, 2009
Categories: วันอัศจรรย์
Tags:
Comments: No Comments