ข้าน้อยมีครูอยู่ทั่วฟ้า

..ข้าน้อยมีครูอยู่ทั่วฟ้า..

นายยางสน..คนบางขวาง

27 สิงหาคม 2547

วันอาทิตย์แรกในเดือนสิงหาคม ของทุกปี เป็นที่หมายรู้ในหมู่เหล่านักดนตรีไทยโดยทั่วไปว่า เหล่าบรรดาลูกศิษย์ลูกหาในสายสกุลศิลปบรรเลง ที่เนื่องนับรับถ่ายทอดวิชาความรู้มาจากท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะ จะมาร่วมพิธีไหว้ครูเพื่อการสักการะบูชาบุรพาจารย์ทางดนตรี ด้วยที่เป็นวันคล้ายวันเกิดของท่านครู อีกดูเป็นช่วงเข้าพรรษางานหาห่างหาย จึงสะดวกดายแก่นักดนตรีทุกท่านที่จะมาประชุมกันเพื่อการมงคล

หลังจากสิ้นท่านครูได้ไม่นาน งานพิธีไหว้ครูก็ได้ย้ายสถานที่จัดจากบ้านบาตรมาจัด ณ บ้านศิลปบรรเลง หรือที่คนกันเองเรียกว่า บ้านพร้อมพงษ์ ตรงถนนสุขุมวิท ญาติมิตรศิษย์ดนตรีไปมาสะดวก ผนวกกับเป็นบ้านของอ.ประสิทธ์บุตรชายคนโต อันโอ่อ่าอบอุ่น

กระทั่งหลังงานมหกรรมดนตรีศรีศตวรรษ จัดฉลอง 100 ปีเกิดท่านครู (สิงหาคม พ.ศ.2524) พิธีไหว้ครูได้ย้ายมาจัดที่มูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะ ย่านสามเสน เป็นประจำต่อเนื่องทุกปี ต่อมาเมื่อมีผู้เข้าร่วมพิธีมากขึ้น จึงต้องหาสถานที่อันเหมาะสมแก่กิจ มูลนิธิหลวงประดิษฐฯจึงย้ายสถานที่จัดไหว้ครูไปอีกหลายที่ มี หอประชุมคุรุสภา มหาวิทยาลัยเกษตรฯ เขตทหารสนามเสือป่า มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมมาธิราช เป็นอาทิ

ส่วนพิธีกรประกอบพิธีนั้น ล้วนแต่เป็นคนสำคัญในสายสกุล ภายหลังคุณครูหลวงประดิษฐไพเราะ ถึงแก่กรรม ผู้ดำเนินพิธีกรรมทำต่อมีหลายท่านตั้งแต่ ครูพิม นักระนาด,คุณหญิงชิ้น ศิลปบรรเลง,อ.ประสิทธิ์ ถาวร,ครูสุบิน จันทร์แก้ว,ครูอุทัย แก้วละเอียด

เช้าตรู่ วันที่ 22 สิงหาคม 2547

หอประชุมใหญ่ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเทคนิคกรุงเทพฯ

กลิ่นธูปควันเทียนลอยอวล มวลหมู่ครูศิษย์สายดนตรีไทยไม่น้อยค่อยกระพุ่มมือวันทาสาธุการ ปี่พาทย์ระนาดฆ้องก้องเสียงเพลงหน้าพาทย์ จากฝีมือศิษย์ท่านครูรุ่นสุดท้าย ด้วยวัยกว่าหกสิบปีเป็นอย่างน้อย อาทิ ครูเสนาะ หลวงสุนทร,ครูหยด ผลเกิด,ครูฉลาก โพธิ์สามต้น,ครูน้ำว้า ร่มโพธิ์ทอง,ครูเทิม สมานมิตร เป็นต้น โดยได้รับความกรุณาจากครูอุทัย แก้วละเอียด มาเป็นพิธีกรผู้อ่านโองการ

พิธีการดำเนินมาล่วงเลยเข้าเที่ยงวัน ขันครูมากมายถูกส่งผ่านสานสายสัมพันธ์จากศิษย์สู่ครู รู้สึกระลึกได้ด้วยจิตใจ หาใช่ด้วยข้อข้องกำหนดกฏแห่งพิธีกรรมไม่

กระแจะเจิมเติมน้ำอบปรุงจรุงกลิ่น ประทับจับหน้าผากฝากไว้เป็นสิริมงคล

สมาชิกชมรมดนตรีไทยของมูลนิธิฯตัวกระจิริดประดิษฐ์บรรจงส่ง เสียงบรรเลงดนตรีเป็นเพลงยะวา โย้เย้เห่กล่อมน้อมถวายครู แม้ดูไม่เกรี้ยวกราดวาดลวดลาย แต่ล้วนยึดมั่นหมายไว้ในสักการ

ช่วงบ่าย มีรายการเสวนา ประสาคนกันเอง เริ่มจาก ท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะในความทรงจำของศิษย์ ดำเนินรายการโดย อ.อานันท์ นาคคง ชงเรื่องเชิญศิษย์ท่านครู 3 ท่าน ได้แก่ ครูไมตรี พุ่มเสนาะ ,ครูองุ่น บัวเอี่ยม,ครูอุทัย แก้วละเอียด มาเบียดไหล่ไล่เรียงความหลังกัน ส่วนอีกท่านคือทายาทท่านครู คือ อ.สนั่น ศิลปบรรเลง ร่วมเรียกน้ำตาปริ่มอิ่มเอมหัวใจกันถ้วนทั่ว

ต่อด้วย เสวนาสบายๆ ถึงสบายมากที่สุด เพราะไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดอย่างไร ในหัวข้อ เบื้องลึก เบื้องหลัง หนัง โหมโรง ผสมโรงไล่เรียงเถียงคำนำโดย บุรุษเสื้อฟ้า (ทับเสื้อยืดขาว) อิทธิสุนทร วิชัยลักษณ์,ชัยภัค ภัทรจินดา,อานันท์ นาคคง,ณรงค์ฤทธิ์ โตสง่า,อัษฎาวุธ สาคริก กระดิกไม้ระนาดวาดเสียง โดยทวีศักดิ์ อัครวงษ์ และวงกอไผ่ ในเพลงชุดโหมรักโหมโรง โยงสลับรับบรรเลงเพลงขิมหมู่ดูตื่นตาที่ อ.ชนก สาคริก ฝึกซ้อมเด็กๆมาอย่างพร้อมเพรียง ในเพลงจีนตอกไม้ อัศจรรย์ และเชิดนอก

จวบจนเย็นย่ำ

เพลงแสนคำนึง และ เพลงสรรเสริญพระบารมี ฝีมือ ขุนอิน สิ้นเสียงสงบจบลงในวาระพิธีกรรมแห่งการเคารพบูชา

พิธีกรรม สิ้นสุดลงแล้วแต่ วิถีกรรม ยังดำเนินอยู่ทุกชั่วขณะ

อย่างน้อยก็ตราบที่ร่างกายยังไม่ไร้ซึ่งลมหายใจ

ข้าน้อยมีครูอยู่ทั่วฟ้า..ขอคุณครูจงรักษา ขอให้ข้าฯอยู่เย็นเป็นสุข..

Posted: ตุลาคม 24th, 2009
Categories: ไทยคิดส์
Tags:
Comments: No Comments