เพลงดนตรี “คุ้ยความหลัง ฟังสุนทรเสนาะ”

เพลงดนตรี ฉบับเดือน กันยายน 2546 ,หน้า 64-66

คุ้ยความหลัง ฟังสุนทรเสนาะ

นายยางสน..คนบางขวาง

7 สิงหาคม 2546

เรื่องฮอตประเด็นร้อน ซึ่งได้หย่อนคำฮิตติดลงวงสนทนาแก่เหล่าบรรดานักวิพากษ์ปากสนุกในยุคนี้ชั่วโมงนี้เป็นที่เรียบร้อย ก็เห็นที่จะไม่พ้นเรื่อง ส่วย ด้วยเดิมทีตัวเอกที่รับบทบาทผู้ถูกกล่าว หา ไปๆ มาๆ พากลายกลับเป็นฮีโร่ โชว์บัญชีหนังสุนัข ตัดสัมพันธ์ สะบั้นรักผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ก่อนจะตระหวัดสาดน้ำหมึกออกพ๊อคเก็ตบุ๊ค ล่าสุด..นึกสนุกลุกขึ้นทอล์คโชว์ ซึ่งถ้าจะให้โก้ ครบสูตร คงต้องหาค่ายขายเสียงเสี่ยงออกเทปซักอัลบั้ม

ก็ยังหวังแต่ให้ครูเข้าประทับ เผื่อจะได้จับซอ จับระนาด มาโอ้อวดอาละวาด ให้สังคมดนตรีไทยฮือฮากันบ้าง ไม่ต้องอ้างว้างเล่นกันเอง ดูกันเอง ครื้นเครงเฉพาะชาวเราอยู่อย่างนี้

เช่นที่นี่…

7 สิงหาคม 2546 สุดถนนรัชดาภิเษก แหล่งรวมสถานธนาคารอารมณ์อาศรมเสียวของเสี่ยพันล้านข้างต้น…

แท่งตึกทึมเทายืนเหงาเงียบท่ามกลางเสียงแผดก้องของเครื่องจักรชักยนต์ ที่ผู้คนล้วนห้อตะบึง ทะลึ่งผ่านม่านหมอกควันพิษ

ที่นั่น กลุ่มคนเล็กๆหากคิดการใหญ่ หลั่งไหลเนืองแน่นหอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรม แห่งประเทศไทย เพื่อร่วมชมร่วมเชียร์ (เบียร์ช้างไม่เกี่ยว ) การประกวดดนตรีไทย ราชภัฏวัฒนธรรมสังคีต ครั้งที่ 3 ชิงโล่พระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ สังกัดกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงใหม่เอี่ยมเปี่ยมปริ่มอุดมการณ์ เป็นโต้โผจัดงานในวันที่ 5-7 ส.ค.2546 ซึ่งเป็นการประกวดรอบชิงชนะเลิศ โดยผู้ที่ได้ผ่านการคัดเลือกล้วนเป็นนักศึกษาจากสถาบันราชภัฎต่างๆ 11 แห่ง ที่ได้ส่งเทปให้กรรมการกลั่นกรองมาแล้วขั้นตอนหนึ่ง

จึงขอจรดจดไว้เป็นหมายเหตุพอสังเขปว่า มีการประกวดอวดฝีมืออะไรกันบ้าง

เริ่มจากวันที่ 5 สิงหาฤกษ์ผานาทีพิธีเปิด มี ม.ร.ว.จักรรถ จิตรพงษ์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมเป็นประธาน จากนั้นก็ต่อด้วย การประกวดขิมสาย การขับร้อง ชาย-หญิง และวงเครื่องสายไทย

วันที่ 6 สิงหาคม เป็นการประกวดเดี่ยวเครื่องดนตรีต่างๆ ถึง 9 เครื่องมือ

วันที่ 7 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันสุดท้าย เป็นคิวของ เครื่องสายประสมขิม เครื่องสายประสมปี่พาทย์ และปี่พาทย์ไม้แข็ง

รวมทุกประเภทที่คณะกรรมการต้องนั่งฟังเบ็ดเสร็จทั้งสิ้นให้ดิ้นตายถึง 110 รายการ

นั่งชม นั่งฟัง ว่าที่แม่พิมพ์พ่อพิมพ์ของชาติ ที่นั่งตัวเกร็งเล็งผลเลิศอยู่บนเวทีได้สัก 2-3 วง คิดว่าคงจะเครียดได้ที่จึงปรี่ออกมาสูดอากาศข้างนอก พลันกวาดสายตาไปปะทะนักระนาดร่างเล็กลือเสียงเดินเอียงมาแต่ไกล กระทั่งเข้าใกล้ได้ระยะพอกระพุ่มมือวันทา ท่านก็ยังคงร่างเล็กเหมือนเดิม ส่วนที่รู้เพิ่มเติมก็เห็นจะเป็นเพราะปวดเข่า เดินไม่ถนัดจึงโขยกเขยกไม่คล่องแคล่ว

ครูเหนาะ ผู้พันเสนาะ หรือ พันโท เสนาะ หลวงสุนทร นั่นเอง

วันนี้ครูรับหน้าที่เป็นกรรมการตัดสินวงปี่พาทย์ไม้แข็ง ต่อเนื่องจากการเดี่ยวระนาดเอก เมื่อวานก่อนหน้านี้

ไต่ถามสารทุกข์ สุขดิบกันตามสมควร ด้วยเพื่อนร่วมรุ่นร่วมวงชิงด่วนจากไปสบายเสียหลายท่าน จึงอดห่วงเสียมิได้ คุยไปคุยมา ด้วยสันดานประสาคนชอบฟังเรื่องเก่า ครูเลยสงเคราะห์เจาะลึกนึกถึงอดีตเล่าเรื่องของครูเมื่อครั้งยังเด็กเล็กนักยามพำนักพักพิงที่บ้านบาตรให้ฟัง

ครูเป็นลูกชายของครูบาง นักดนตรีมีชื่อ ที่มีโอกาสได้เข้าไปต่อปี่ที่บ้านบาตร ยามปี่พาทย์บ้านนี้ต้องออกงานสำคัญ เหตุเพราะบ้านนี้คนปี่ขาด ผิดกับคนระนาดที่แทบจะเดินชนกัน ครูบางจึงหอบหิ้วลูกชายหมายจะฝากตัวให้ได้ลับเขี้ยวเสริมคมเพาะบ่มชั้นเชิงระนาด มาสบโอกาสเมื่อครั้งที่คุณครูหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) พาครอบครัวลี้ภัยสงครามมาพำนักอยู่กับครูเทียน แห่งวัดท้องคุ้ง

ด้วยความเมตตา ท่านครูได้ต่อเดี่ยวระนาดเพลงนกขมิ้นให้เป็นเพลงแรกหลังจากตรวจแขนดูข้อที่บ้านครูเทียนในครั้งนั้นเลย

เมื่อพายุสงครามหาเอเซียบูรพาซาซบสงบลง ครูเสนาะในวัย 14 ปี จึงได้เข้าไปฝึกฝนดนตรี อย่างจริงจัง ณ บ้านเลขที่ 135 ถนนบริพัตร หรือที่รู้จักในชื่อ บ้านศิลปบรรเลง ซึ่งช่วงแรกนั้นก็มิได้เรียนระนาดเอกแต่อย่างใด ด้วยท่านครูเห็นว่ามือไม้ ข้อแขน ไม่สู้แข็งแรงนัก จึงให้ฝึกฆ้องวงใหญ่ไปก่อน รวมกับศิษย์ในรุ่นเดียวกัน อาทิ ประถม นักปี่,สง่า คชรัตน์ ซึ่งกลับเป็นผลดีทำให้ครูเสนาะได้มือฆ้องทำนองเพลงการต่างๆรวมทั้งเดี่ยวของท่านครูไว้มากมิใช่น้อย แต่หากเวลาออกงานก็ต้องเลื่อนไปนั่งตีฆ้องวงเล็ก โดยมี จรัล กลั่นหอม ตีระนาดเอก ,ช่อ อากาศโปร่ง ฆ้องวงใหญ่ ส่วนระนาดทุ้ม ก็เป็นหน้าที่ของสังวาล ฉายา สังวาลขาปุก

ครูเสนาะ อาศัยเรือนเครื่องของบ้านบาตร เป็นที่ กิน นอน เรียน โดยมี คุณติ๊ก (นิคม สาคริก) หลานตาของท่านครู ดูแลเอาใจใส่ ให้ความช่วยเหลือ เช้ามืดก็ปลุกให้ไล่ระนาด โดย คุณติ๊ก ได้นำ ไม้ระนาดทองแดง มรดกตกทอดจากครูสินสู่หลวงประดิษฐไพเราะ มาให้ครูเสนาะใช้ไล่มือเป็นพิเศษ ซึ่งท่านครูก็ทราบแต่มิได้หวงห้ามแต่ประการใด แต่ถ้าว่างเว้นจากการฝึกซ้อมก็มักจะชวนกันเที่ยวตามประสาหนุ่ม…

คุณติ๊กเขาขับรถนะ เราก็อยากบ้าง ก็เลยลองถือพวงมาลัย …แหมเกือบตายซะแล้ว รถงี้วิ่งเข้าหากำแพงเชียว…

ภายหลังครูเสนาะจึงได้มีโอกาสฝึกฝีมือในเชิงระนาดอย่างจริงจัง ทั้งเพลงหมู่ และเพลงเดี่ยว เช่น แขกมอญ สารถี พญาโศก ต่อยรูป นารายณ์แปลงรูป ทะแย และลาวแพน ที่ท่านครูต่อให้พร้อมๆกันเป็นหมู่ มี ประคอง วิสุทธิวงศ์ ,สุบิน จันทร์แก้ว ,สวิต วงศ์บุญลือ ส่วนเพลงกราวในนั้น ครูเสนาะเล่าว่า ต่อทำนองสามชั้นจบเรียบร้อยแล้ว ก็มีเหตุที่ต้องติดตามปรนนิบัติท่านครูไปจังหวัดนครปฐม ด้วยมีบ้านดนตรีบ้านหนึ่งได้เชิญท่านครูไปต่อเพลงอีกปรับวงให้

…ตอนกลางวันทุกคนเขาก็ไปทำงานกันหมด อยู่กับท่าน 2 คน ท่านก็เมตตาต่อกราวใน 2 ชั้น กับชั้นเดียวให้ เรียกว่าเพลงนี้ไปจบที่นครปฐม …พอกลับมาก็เลยขอให้ท่านทำเดี่ยวอื่นๆ ให้ครบเป็นเถาอีก ท่านก็ทำทะแยให้เป็นเพลงแรก…

นอกจากนั้นท่านครูยังจับนิ้วปี่มอญให้ครูเสนาะด้วย เหตุเพราะคนปี่ในวงของท่านเบี้ยวงานอยู่บ่อยครั้ง ท่านจึงเรียกมาต่อให้เพียงสองสามนิ้ว แล้วก็ยกกำพวดให้ออกงานที่วัดดวงแขเป็นงานแรกเลย โดยมิทราบว่าครูเสนาะนั้นได้ร่ำเรียนปี่ในมาจากบิดาจนแก่กล้าพอตัวแล้ว ถึงขนาดที่ในภายหลังเคยขึ้นเวทีสังคีตศาลาในนามวงมาลัยมาลย์ เดี่ยวประชัน เพลงกราวใน เถา กับคนปี่บ้านท่านครู คือ สมบัติ เดชบรรลือ ที่ในงานนั้นเป่าให้กับวงบ้านดุริยประณีต ซึ่งก็ได้สร้างแปลกใจให้ผู้คนในแวดวงดนตรีปี่พาทย์ในครั้งนั้นมิใช่น้อย

ช่วงที่ครูเสนาะเข้าสู่วัยรุ่นอายุราว 17-18 ปี ในยุคนั้น การเมือง เป็นเรื่องเฉพาะกลุ่มคนชนชั้น งานปี่พาทย์ระนาดประชัน กลายเป็นสิ่งฟุ่มเฟือยเฉื่อยเชย ครูเสนาะเลยต้องกลับบ้านที่สมุทรสงคราม ไปขึ้นน้ำตาลมะพร้าว ส่วนครูบางก็วางปี่ มีปัตตาเลี่ยนตัดผมอยู่ในมือแทน

เมื่อม่านหมอกแห่งอำนาจเริ่มคลี่คลาย ครูเสนาะจึงกลับเข้ามาบ้านบาตรอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งก็เป็นช่วงปลายชีวิตของท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะ ครูเสนาะก็ได้ทำหน้าที่สนองคุณปรนนิบัติบีบนวด ดูแลกระทั่งลมหายใจสุดท้ายของมหาดุริยกวีผู้ยิ่งใหญ่

ตอนนั้นที่ดูแล บีบนวด เทกระโถนให้คุณครู ก็มี มวล (ประมวล อรรถชีพ) อีกคน คุณครูนอนป่วยอยู่ร่วมเดือน เราก็อยู่จนท่านเสีย จำได้ว่า เรานั่งอยู่ปลายเตียง พอท่านเสียก็รีบไป ม.เกษตร รีบไปบอก อ.ประสิทธิ์ ถาวร เพราะท่านมีบ้านพักอยู่ที่นั่น เดินทางลำบากมาก โทรศัพท์ก็ยังไม่มี

ร่างของท่านครูได้ตั้งไว้ในโถงกลางของบ้านบาตร เป็นเวลาแรมปีเพื่อเป็นที่เคารพสักการะ และประกอบพิธีสงฆ์อย่างต่อเนื่องทุกวันเสาร์ ซึ่งเป็นวันเกิดของท่าน นอกจากลูกหลานที่ต้องคอยดูแลแล้ว ก็มีครูเสนาะ ที่หอบเสื่อหอบหมอนจากเรือนเครื่องมานอนเฝ้าท่านครูอยู่มิห่าง นอกจากนั้นยังทำหน้าที่เป็นคนระนาดประจำบ้าน รับส่งพระตลอดปีแห่งการบำเพ็ญกุศลนั้นด้วย

พอคุณครูเสีย คุณยาย (นางโชติ ศิลปบรรเลง) ก็เรียกไปพบ..นี่เจ้าเหนาะ เงิน 100 บาท ที่กำนลท่านครูไว้ ชั้นคืนให้ เอาไปไว้ต่อกับเผือดก็แล้วกัน..

เงิน 100 บาท นั้นคือเงินกำนลที่ครูเสนาะ ขอต่อเดี่ยวเพลงทยอยเดี่ยวกับท่านครูไว้ แต่ท่านสิ้นบุญเสียก่อน ครูเสนาะจึงต้องไปต่อเพลงนี้กับครูเผือด นักระนาด ศิษย์ผู้พี่ร่วมสำนักแทน

เวลาของการสนทนาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เรื่องราวชีวิตของครูได้บรรยายความเป็นไปของสังคมดนตรี ที่ยังคงไว้ซึ่งมนต์เสน่ห์ บ้างก็เปิดเผยเป็นตัวหนังสือได้ ไม่ก็เป็นแค่เพียงลมปาก ฝากคำจำต่ออีกมายมายหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์เดี่ยวระนาดเอกกราวในเถา ฝีมือนักระนาดหนุ่มแห่ง บ้านบางลำภู ในงานไหว้ครูที่บ้านศิลปบรรเลง ,ชุมนุมนักระนาดบ้านบาตรงานประชันที่วัดบางปลา,การตามหาตัวครูบุญยงค์ เกตุคง ถึงตรอกบำเพ็ญบุญ เพื่อให้เข้าไปต่อ กราวใน ทางฝัน กับท่านครู หรือเรื่องเบาๆเล่าเกร็ดชีวิตไลฟ์สไตล์ช่วงปลายชีวิตของท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะ รวมทั้งจังหวะชีวิตที่ต้องหักเหเข้ารับราชการทหารจนกระทั่งได้เป็น พันโทนักระนาด เช่นทุกวันนี้

การประกวดปี่พาทย์ไม้แข็งเริ่มขึ้น เสียงทำนองลูกบทหางเครื่อง ดังเกรียวเกรี้ยวกราดอาละวาดเสียตั้งแต่ต้นเพลง สอดสลับสับประสานเสียงเป่าปาก โห่ฮาของกองเชียร์ผู้มีวัฒนธรรม

ครูเสนาะ หันหน้าโปรยยิ้มเย็นๆที่แฝงด้วยความหมายให้เพื่อนปี่พาทย์รุ่นราวคราวเดียวกัน ที่นั่งถัดออกไป

ดีใจที่ได้ฟังและเขียนเรื่องของครู หวังว่าครูจะได้อ่าน จะผิดจะถูกอย่างไรก็จะน้อมรับคำติติงเพื่อเล่าแจ้งแถลงความกันให้ชัดเจนกันต่อไป

เพราะเรื่องที่ผ่านๆมา ครูไม่เคยอยู่รออ่านเลย

Posted: ตุลาคม 24th, 2009
Categories: เพลงดนตรี
Tags:
Comments: 2 Comments
Comments
Comment from salinee - 03/10/2010 at 14:18

คุณพ่อได้อ่านแล้วค่ะ
คุณพ่อฝากขอบคุณที่ท่านได้เขียนประวัติของท่าน
ได้ดีมากละเอียดมากค่ะ

Comment from http://www.hongkongtravel.in.th - 19/10/2014 at 23:32

Thanks for the auspicious writeup. It in fact was once
a entertainment account it. Look advanced to far introduced agreeable from you!
However, how could we be in contact?