ปลายฝนต้นหนาว น้ำค้างพราวดาวพราย ในค่ำคืนเดียวดายที่วัดป่าฯ

ปลายฝนต้นหนาว น้ำค้างพราวดาวพราย

ในค่ำคืนเดียวดายที่วัดป่าฯ

นายยางสน..คนบางขวาง

15 พฤศจิกายน 2547

11 พฤศจิกายน 2547

กล้องดิจิตอลคู่ใจถูกพับเก็บยัดใส่กระเป๋าเป้ใบเดิม ที่ได้เติมเต็มชีวิตด้วยการร่วมเดินทางร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำมาด้วยกัน บอกให้รู้ว่าภาระกิจบันทึกภาพปกวารสารดนตรีฉบับหนึ่งได้เสร็จสิ้นลง พร้อมๆกับแสงตะวันสุดท้ายที่ค่อยคล้อยเคลื่อนลับหาย

จากทุ่งศาลายา มุ่งหน้าสู่สถานีรถไฟสามเสน

ทางเลือกมีไม่มากนัก จักทางรถยนต์ หรือรถไฟ

สุดท้าย..ที่หมายเดียวกัน

เรา (ส่วนหนึ่ง) บึ่งรถทะยานลิ่วปลิวฟ้าผ่าผ่านการจราจรจราจลบนทางด่วนพิเศษ

ชีวิตนี้ใครหนอเป็นผู้ขีดเขียนไว้

ทำไม ใครต้องเป็นใคร ใครต้องการใคร ใครต้องการอะไร อะไรที่ใครต้องการ

…เราสามารถเลือกได้หรือไม่ และสุดท้ายปลายทางนั้นเล่า คือ สิ่งเดียวกันหรือไม่ .

บางครั้ง คำถาม นั้นอาจจะสำคัญกว่า คำตอบ

.

รำพึงอึงมี่อยู่ในใจเงียบๆสักพัก สัญลักษณ์ปักหลั่นก็ประจันอยู่ตรงหน้า วงเวียนสระแก้ว หรือ วงเวียนศรีสุริโยทัย ตระหง่านง้ำ เงาดำ คชสีย์ ทึมทาบพาดพราง พญานาคพ่นน้ำ น่าเกรงขาม

จากศาลพระกาฬ ผ่านเลาะเกาะเลียบทางรางเหล็กที่เคียงคู่ทอดยาว กระทั่งเห็นราวไฟหลากสีแขวนคล้องส่องสว่างกระจ่างตาเป็นที่รู้ว่า วัดนี้มีงาน

เป็นที่หมายรู้อยู่ในแวดวงพงษ์ปี่พาทย์นาฎศิลป์ถิ่นพระนารายณ์อีกใกล้เคียง ที่จะมาร่วมสักการะบูชาคุณครู ณ วัดป่าธรรมโสภณ มณฑลจังหวัดลพบุรี ในพิธีไหว้ครูประจำปีของชมรมดนตรีไทยและนาฏศิลป์ ที่ได้จัดงานต่อเนื่องเลื่องลือ ถือเป็นงานใหญ่ไม่ต่ำต้อยน้อยหน้าคราจัดที่วัดพระพิเรนทร์ ในพระนครทีเดียว

..

เทียบรถเข้าท่าหน้าร้านก๋วยเตี๋ยวเจ้าเก่า

บนโต๊ะเหล็กสีสนิม เหล้ายา ปลาแห้งนอนแถกเหงือกตากลม ระงมเสียงนักฟัง นักเล่น ซึ่งล้วนเป็นลูกหลานพ่อแก่ ที่แห่แหนกันมาเชียร์ชมกันคับคั่ง

บนศาลาการเปรียญสังเวียนดนตรี มีเครื่องปี่พาทย์วางเรียงเคียงถัดจัดไว้สองชุด เบื้องหลังบนสุดตั้งตั่งเทิดเศียรครูบูชา เบื้องหน้าคลาคล่ำไปด้วยมิตรรักแฟนเพลง บ้างครื้นเครงตั้งวงก๊งยา บ้างก็มาบันทึกเสียง นั่งเรียงเคียงกันประชิดติดขอบเวที ส่วนที่รายรอบขอบศาลาก็ยกพื้นลอยระดับหลับสบาย ไม่ก็ใช้เป็นที่วางขายไม้ระนาด ผืนระนาด เข้ากับบรรยากาศประหลาดยิ่งนัก

เสียงโฆษกตลกลิเก ที่เร่มาจากนครสวรรค์ ลุงเรียบร้อย เรืองมณี ผู้มีเงาเสียงละม้ายคล้าย ประจวบ จำปาทอง ประคองมือถือไมค์ไฟส่องหน้าประกาศว่า มีการถ่ายทอดเสียงทางวิทยุชุมชนคนละโว้ คลื่น FM 97.75 Mh.Z ของนายสถานีโฆษกเสียงเอก อเนก พันธุรัตน์ ซึ่งได้เข้ามาผลัดจัดแทน พ.อ.สุทัศน์ สุวรรณวิบูลย์ และลุงประยูร กั้นเขตต์ แต่จะด้วยเหตุใดนั้นยังไม่กระจ่าง

จับความว่ามีวงดนตรีมาบรรเลง 3 คู่

แต่เดี๋ยวก่อน !!!

ถ้าอยู่เชียร์ชมกันถึงสว่าง เราจะแถมวงพิเศษให้อีก 1 วง

.

2 ทุ่มกว่าๆ ดนตรีกรีฑาจึงเริ่มประโคม

เบิกโรงด้วย วงวิจิตรศิลป์ ท้องถิ่นตลาดปะตง อ.สอยดาว จันทบุรี ที่นำผลงานทางเพลงครูเฉลิม บัวทั่ง สะกดให้นั่งฟังกันเป็นทิว พริ้วผ่านเสียงระนาดของจารุวัฒน์ สุขอาภรณ์ ที่แว่วว่าจะจากจรวางมือไปถือจอบทำไร่ถั่วที่เชียงใหม่ หวานไหวระเริงไม้ในเพลง โหมโรงประสานเนรมิตร เหราเล่นน้ำ ทยอยเขมร ประเคนใส่ วงพยุงศิลป์ อ.บางซ้าย อยุธยา ที่ป้าทุเรียน ธีระพันธุ์ คนสำคัญของบ้านมานั่งม้วนจากหมากเปรอะคุมเชิงอยู่ไม่ห่าง โดยวางเพลงให้นายเกษม งามลักษณ์ นักระนาดผู้เพิ่งเสียขาจากอุบัติเหตุรถชน ขนเพลงนำทัพมารับมือ คือโหมโรงแขกมอญ สี่บท เชิดจีน

ฟังปี่พาทย์กราดเกรี้ยวตะโกนเสียงได้ซักพัก จึงได้ลงมาทักทายมิตรสหายและใครๆที่นับถือ

นายแจ๊ว ช่างแกะฆ้องบ้านปิ่นแก้ว ก็ขอให้แคล้วคลาดปลอดภัย

หนุ่มร่างใหญ่ นายสุ นักวิชาการย่านประสานมิตร

พี่รักชาติ นายทหารประจำการลพบุรี ผู้มีสไตล์การเชียร์เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งจักขอฟังเสียงจริงได้ใน md ทุกแผ่น

..นักระนาดรุ่นใหญ่ จากบ้านใหม่หางกระเบน ครูวิเชียร เกิดผล อีกคนกันเองอีกมากมาย

เข็มนาฬิกาหมุนเคลื่อนเลื่อนเลยเลขสิบเอ็ด การบรรเลงคู่แรกจึงเสร็จสิ้น

ตัดสินใจผินกายผายร่างยังเบื้องล่าง เพื่อหาอากาศบริสุทธิ์ฉุดพลังขึ้นสักสองสามขีด ก่อนจะกรีดธนบัตรมัดบางแลกไส้กรอกข้าว อีกน้ำบ๊วยพอช่วยประทังชีวิต

พลันเหลือบเห็นป้ายปิดติดรถจดความน่าสนใจ แถลงไว้ว่า..

ชมรมดนตรีและนาฏศิลป์ลพบุรี ขอเชิญชม สุดยอดลิเกไทย

9 พ.ย. รุ่งนิรันดร์ อัญชลี

เอกลักษณ์ ลูกธนบุรี ฑูรย์ใจ บางระจัน

10 พ.ย. กังสดาล เมืองละโว้

ณัฐ ชัยอนันต์ ขวัญใจ มาลัยนาค

ณ วัดป่าธรรมโสภณ .ชมการแสดงโต้รุ่ง สะใจ .

คู่ที่สอง ผองพรรคเสื้อแดง ศิษย์ชัยยุทธ ชุดยังเติร์ก เบิกโรงด้วย พม่าเห่ เพลงเก่ง เปล่งเสียงระนาดโดย นายต้น กิตติศักดิ์ ปานงาม ตามด้วย แขกลพบุรี ทางวังบางคอแหลม แถมหางเครื่องยาวเหยียด เบียดบดเสียงเชียร์ผองเผ่าเหล่าอัศวพักตร์เจ้าถิ่น วงนิดหน่อยแสงอรุณ ที่ลุยลุ้นให้ นายภูษิต สะกิดสะกดระนาดวาดเสียงในเพลง ทยอยญวน และเทพรัญจวน เถา เข้าต่อตี

..เสียงปี่พาทย์ยังแผดสลับรับอารมณ์หลากหลายของชายหญิง ณ มหาสมาคม ข่มแข่งเสียงม้าเหล็กกรีดล้อเบียดทางยาวราวไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

แข่งกันเร็ว แข่งกันดัง..

ยังจะมีใครบ้างหนอที่พอจะได้ยินเสียงที่ไร้การบรรเลง

มุมหนึ่งในลานจอดรถ..

ฟ้าจรดฟ้า ดารามากมายกระจายพริบลิบไกล

ลมหนาวมาเยือนแล้ว

แว่วเสียงปี่พาทย์คู่ที่สามคำรามขึ้น

ที่มุมแดงแฝงกายภายในเสื้อทีมปืนใหญ่ อาร์เซนอล

วงสายัณย์ สาคร ร่อนเสียงระนาดมาดพระเอกโดยนาย ธรรมศักดิ์ชัย สุขดี มีเพลง เขมรใหญ่ ต่อท้ายด้วยทยอยญวน ชวนประเชิงหนุ่มเสื้อเหลือง อานนท์ กาญจนโพธิ์ ระนาดเสียงโตจากอ่างทอง ที่ต้องมานั่งอยู่ใน วงสระบัว รัวไม้ในเพลง แขกมอญ ทางชัยยุทธ ก่อนที่จะปล่อยสุดๆในเพลงโอ้ลาว

ราวตีสามจึงเก็บฉาก จากนั้นคงเหลือการบรรเลงของวงสุดท้าย นายป๋อม ระนาดก๊อด ชัยยุทธ โตสง่า ที่อาสามาบรรเลงถวายครู

ว่าแล้วจึงเยื้องย่างร่างลีบรีบขึ้นยังศาลามาเป็นกำลังใจให้กัลยาณมิตร

การบรรเลง เริ่มด้วย โหมโรงสะบัดสบิ้ง เถา ช้างประสานงา เถา ออกหางเครื่องมอญร้องไห้ ทยอยญวน เถา ออกหางเครื่องเกี่ยวข้าว เดี่ยวปี่ใน เพลงพญาโศก โดย สมนึก แสงอรุณ เดี่ยวฆ้องวงเล็ก เพลงสารถี โดยประดิษฐ แสงไกร เดี่ยวฆ้องวงใหญ่ เพลงกราวใน โดย พี่แล จำลอง ม่วงท้วม เดี่ยวระนาดทุ้ม เพลงอาเฮีย โดยทรงศักดิ์ เสณีพงษ์ เดี่ยวระนาดเอก เพลงจีนแสปริศนาโดยชัยยุทธ โตสง่า

แถมท้ายให้หายอยาก นายป๋อม เลยฝากเสียงระนาดก๊อดให้ฝังไว้ในอ้อมกอดตลอดไป ในเพลงลาวแพน เล่นเอาแฟนคลับกรี๊ดกร๊าดขาดสติ

ตีห้ากว่าๆ ราชรถเลื่อนเคลื่อนฉิวฝ่าฝูงสิบล้อห้อระห่ำ

เสียงปี่พาทย์ ระนาดฆ้อง สงบจบลงแล้ว .

ชีวิตยังคงดำเนินต่อไป ไม่นานแสงทองของวันใหม่ก็จะส่องสว่าง

สำหรับบางสิ่ง

แม้ว่าจะฟังด้วยหู ดูด้วยตา หากแต่ต้องสัมผัสรับรู้ด้วยใจ

การรอคอยทำให้ชีวิตมีความหวัง

ยังรอคอยว่าใครบางคน จะได้ยินเสียงที่ไม่ได้ยิน .

————————————————————————————————————————–

บันทึกไว้เป็นหมายเหตุ

วงวิจิตรศิลป์
1. โหมโรงประสานเนรมิตร
2. เหราเล่นน้ำ เถา ทางครูเฉลิม บัวทั่ง
3. ทยอยเขมร เถา
ปี่ใน – กาญจนสิทธิ์ ผูกเพทาย
ระนาดเอก – จารุวัฒน์ สุขอาภรณ์
ระนาดทุ้ม – ชลิต สมบูรณ์
ฆ้องวงใหญ่ – อลงกรณ์ สมบูรณ์
ฆ้องวงเล็ก – ชุมพล ทองคุ้ม
สองหน้า – ดุสิต เหมือนแย้ม
กลองแขก – ขจรศักดิ์ หมื่นเดช, พิเชษฐ์ ศรีเจริญ
ฉิ่ง – ระเบียบ สุขอาภรณ์
ร้อง – พัลลพ สถิตโชติ

วงพยุงศิลป์
1. โหมโรงแขกมอญ

2. สี่บท เถา
3. เชิดจีน ออกแขกบรเทศ เถา ..
ปี่ใน – ปัญญา ดิษฐี
ระนาดเอก – เกษม งามลักษณ์
ระนาดทุ้ม – อนุกูล ฤทธิเดช
ฆ้องวงใหญ่ – จาตุรงค์ เกศสระ
ฆ้องวงเล็ก – จักรพงษ์ ธีระพันธ์
สองหน้า – จตุพร สะอาด
ฉิ่ง – ปัญญา ธีระพันธ์
ร้อง – ประพันธนิล กลิ่นมาลา

วงนิดหน่อย แสงอรุณ
1. ทยอยญวน เถา
2. เทพรัญจวน เถา
ปี่ใน – ดิเรก สิงหไพศาล
ระนาดเอก – ภูษิต แสงอรุณ
ระนาดทุ้ม – อำนาจ คงเดช
ฆ้องวงใหญ่ – สมเกียรติ สุขนุ่ม
ฆ้องวงเล็ก – บุญยัง รามวงศ์
ฉิ่ง – คำนวน ศักดี
กลองแขก – อนุพงษ์ อภิวันทน์, สิทธิพงษ์ วันชัย

วงศิษย์ชัยยุทธ โตสง่า

1.พม่าเห่า เถา (ทางชัยยุทธ)

2.แขกลพบุรี ทางวังบางคอแหลม เถา
ปี่ใน – ทวีศักดิ์ พวงพิกุล
ระนาดเอก – กิตติศักดิ์ ปานงาม
ระนาดทุ้ม – ประดิษฐ แสงไกร
ฆ้องวงใหญ่ – เรืองศักดิ์ เพ็งรัตน์
ฆ้องวงเล็ก – วราวุฒิ สุขอุดม
กลองแขก – สุพจน์ ศุขสายชล, จีรศักดิ์ วงเวียน
ฉิ่ง – จังหวะ – ยุทธภูมิ จิ๋วเจียม
ขับร้อง – นพพร เพริศแพร้ว
ควบคุมวง – ร.ต. สมนึก แสงอรุณ

วงวัดสระบัว

1.แขกมอญ เถา
2.โอ้ลาวเถา
ปี่ใน – วัชรพงศ์ กาญจนวรุฒน์
ระนาดเอก – อานนท์ กาญจนโพธิ์
ระนาดทุ้ม – คงศักดิ์ สุขอุดม
ฆ้องวงใหญ่ – พรชัย สุขอุดม
ฆ้องวงเล็ก – วรวุฒิ สุขอุดม
กลองแขก – ยุทธภูมิ จิ๋วเจียม, จีระศักดิ วงเวียน
ฉิ่ง – วรวุฒิ สุขอุดม
ตะโพนมอญ – ชัยเชษฐ์ ด้วงใหญ่
ควบคุมวง – ชัยยุทธ โตสง่า

วงสายัณย์ สาคร

1. เขมรใหญ่ เถา
2. ทยอยญวน เถา ตอน2ชั้นออกเดี่ยวทยอยเดี่ยวรอบวง
ปี่ใน – กฤษดา ชินรักษา
ระนาดเอก – ธรรมศักดิ์ชัย สุขดี
ระนาดทุ้ม – ชำนวญ สวยค้าข้าว
ฆ้องวงใหญ่ – ชาตรี งามสามเสน
ฆ้องวงเล็ก – อภิชาติ ธรรมเภรี
ฉิ่ง – สาธิต แก้วศรีพัฒน์
กลองแขก – พรพจน์ พูลทอง, ศราวุธ นวลวิลัย
ขับร้อง – ผลนิล ไตรงาม

ป๋อม ชัยยุทธ โตสง่า
1. โหมโรงสะบัดสบิ้ง เถา
2. ช้างประสานงา เถา ออกหางเครื่องมอญร้องไห้
3. ทยอยญวนเถา ออกหางเครื่องเกี่ยวข้าว
4. เดี่ยวปี่ใน พญาโศก สมนึก แสงอรุณ
5. เดี่ยวฆ้องวงเล็ก สารถี ประดิษฐ แสงไกร
6. เดี่ยวฆ้องวงใหญ่ กราวใน จำลอง ม่วงท้วม
7. เดี่ยวระนาดทุ้ม อาเฮีย ทรงศักดิ์ เสณีพงษ์
8. เดี่ยวระนาดเอก จีนแสปริศนา – ลาวแพน ชัยยุทธ โตสง่า

Posted: ตุลาคม 24th, 2009
Categories: ไทยคิดส์
Tags:
Comments: 1 Comment
Comments
Comment from กัน - 19/10/2010 at 13:08

…….