มนตราแห่งดนตรี ครูมนตรี ตราโมท

คุยทางไกล เวปไซด์ ไทยคิดส์

มนตราแห่งดนตรี ครูมนตรี ตราโมท

นายยางสน..คนบางขวาง

9 มีนาคม 2546

เสียงมโหรี ปี่พาทย์ขานขับลัดลอดหมู่ไม้ร่มครึ้มสุดซอยพานิชชยนันท์ 2 หรือที่เรียกกันในอีกชื่อหนึ่งว่าซอย โสมส่องแสง เป็นที่หมายรู้ว่าเป็นที่ตั้งของเรือนไม้สองชั้นที่ยืนสงบนิ่งผ่านช่วงเวลาและเหตุการณ์สำคัญแห่งยุคสมัยต่างๆมาเนิ่นนาน ครั้งหนึ่งที่นี่เคยเป็นที่สร้างงานดนตรี และกวีนิพนธ์อันทรงคุณค่า และขณะเดียวกันก็ได้จารึกความเป็นไปแห่งชีวิตของดุริยางศิลปิน 5 แผ่นดิน นาม ครูมนตรี ตราโมท ไว้อย่างน่าศึกษาเรียนรู้

ครูมนตรี ตราโมท เกิดเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2443 ที่ตำบลท่าพี่เลี้ยง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี เริ่มเรียนดนตรี โดยหัดฆ้องวงใหญ่กับครูสมบุญ นักฆ้องที่วงปี่พาทย์วัดสุวรรณภูมิ จากนั้นไปเรียนปี่พาทย์และปี่คลาริเนตกับครูสมบุญ สมสุวรรณ ที่จังหวัดสมุทรสงคราม

ครั้นล่วงเข้าหนุ่มอายุราว 17 ปี ฝีมือดนตรีเริ่มจัดจ้าน จึงสมัครเข้ารับราชการกรมพิณพาทย์หลวง กรมมหรสพมหาดเล็ก และที่นั่นเอง ครูมนตรีได้รับการประสิทธิประสาทวิชาการดนตรีจากครูผู้ใหญ่หลายท่านที่ได้ชื่อว่าถึงพร้อมด้วยฝีมือและภูมิรู้เป็นเอกแห่งยุค อาทิ พระยาประสานดุริยศัพท์ (แปลก ประสานศัพท์) หลวงบำรุงจิตรเจริญ (ธูป สาตรวิลัย) พระพิณบรรเลงราช (แย้ม ประสานศัพท์) พระพาทย์บรรเลงรมย์ (พิมพ์ วาทิน) หลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) เป็นต้น

ค่าที่ครูมนตรีเป็นผู้ที่มีความฉลาดเฉลียว พากเพียรอดทน และใฝ่ศึกษาเรียนรู้ ส่งผลให้ครูมนตรีมีความแตกฉานทั้งด้านดนตรีและอักษร ผลงานการประพันธ์เพลงกว่า 200 เพลงของท่านล้วนมีความเรียบง่ายแต่ไพเราะลึกซึ้ง สุภาพนุ่มนวล มีเอกลักษณ์เฉพาะตน เสมือนดังจริยวัตรที่ท่านประพฤติเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ผู้พบเห็นเสมอมา

งานเพลงของท่านเป็นที่นิยมมีมากมาย เช่น โสมส่องแสง เขมรปี่แก้วทางสักวา จรเข้หางยาวสักวา ขอมเงิน ตลอดจนยังได้รับการยกย่องให้เป็น เจ้าแห่งเพลงระบำ จากผลงานที่เป็นอมตะ เช่น อัศวลีลา นกเขามะราปี เพลงชุดโบราณคดี ระบำนพรัตน์ หรือแม้กระทั่งบทเพลงที่มีส่วนในการปลุกกระแสรักชาติในยุคสมัยหนึ่ง เช่น รำวงงามแสงเดือน รำมาซิมารำ ดวงจันทร์วันเพ็ญ และเพลงประกอบละครของหลวงวิจิตรวาทการไว้อีกจำนวนมิใช่น้อย นอกจากนั้นครูมนตรียังได้รับเกียรติจากหน่วยงานต่างๆให้ประพันธ์เพลงสำคัญในวาระที่เป็นประวัติศาสตร์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เช่น โหมโรงมหาราช โหมโรงสมโภชรัตนโกสินทร์ 200 ปี อีกด้วย

ในด้านงานเขียนครูมนตรีได้ประพันธ์บทกวีเพื่อโอกาสต่างๆไว้จำนวนมาก เขียนตำราวิชาการคำอธิบายศัพท์ในสารานุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน เขียนคำอธิบายเพลงประกอบโน้ตสากล ในวารสารศิลปากร และดุริยสาส์นในรูปแบบจดหมายอาถึงหลานในวารสารกระดึงทอง

ครูมนตรีเป็นผู้ก่อตั้งและเป็นเจ้าของคณะตรีศิลป์อันเลื่องชื่อ ผลิตรายการวิทยุและนิทานสังคีต ไม่ต่ำกว่า 30 เรื่อง โดยท่านเป็นผู้เขียนบท บรรจุเพลง แม้กระทั่งเล่นดนตรีประกอบ นอกจากนั้นยังจัด เขียนคำบรรยาย และดำเนินรายการวิทยุเพื่อการศึกษา ด้านนาฏดุริยางค์ศิลป์อีกหลายรายการติดต่อกันหลายปี

กล่าวได้ว่าครูมนตรีเป็นผู้ที่ทรงภูมิรู้ด้านดุริยางคศิลป์ คีตศิลป์ วรรณศิลป์ ประวัติศาสตร์และอักษรศาสตร์ อย่างลึกซึ้ง ได้ใช้ความรู้ปฏิบัติราชการเป็นศักดิ์และศรีแก่กรมศิลปากรนับเนื่องกว่าครึ่งศตวรรษ

ด้วยคุณูปการที่มีต่อแผ่นดิน เหล่าสานุศิษย์จึงได้ตั้ง มูลนิธิมนตรี ตราโมท ขึ้นเพื่อเผยแพร่ผลงานของครูมนตรี สนับสนุนให้ทุนการศึกษาทางวิชาดนตรีแก่เยาวชน รวมทั้งปรับปรุง บ้านโสมส่องแสง ให้เป็นพิพิธภัณฑ์ทางมานุษยวิทยา และเป็นแหล่งข้อมูลในการสืบค้นข้อมูลวิชาการทางศิลปวัฒนธรรม โดยได้จัดงาน เปิดบ้านครูมนตรี ตราโมท นับเนื่องมาแต่ พ.ศ.2543

ในปี พ.ศ.2546 นี้ มูลนิธิมนตรี ตราโมท ได้จัดงานเปิดบ้านครูมนตรี ตราโมท ครั้งที่ 4 ขึ้นระหว่างวันที่ 1-2 มีนาคม 2546 ณ บ้านโสมส่องแสง เพื่อเทิดพระเกียรติ ในวโรกาสที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุครบ 4 รอบ

งานเริ่มขึ้นด้วยพิธีไหว้ครู ซึ่งจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ ส่วนการแสดงมีขึ้นในช่วงเย็นของวันที่ 1 และ 2 มีนาคม เป็นต้นไป โดยมีวงดนตรีจากหลายสถาบันสลับสับเปลี่ยนขึ้นบรรเลงผลงานของครูมนตรีเพื่อเป็นดอกไม้บูชาครูในวาระสำคัญครั้งนี้

เริ่มด้วย วงกรมศิลปากรบรรเลงเพลงโหมโรงเทิด ส.ธ. ซึ่งเป็นเพลงที่ครูมนตรีแต่งขยายขึ้นจากเพลงตระนิมิตร โดยนำเพลงสังข์น้อยจากเพลงเรื่องทำขวัญหรือเวียนเทียนมาขยายขึ้นแล้วนำมาบรรเลงต่อท้าย และเรียบเรียงให้ถูกต้องตามแบบแผนเพลงโหมโรงเสภา ในวาระ สมเด็จพระเทพฯทรงเจริญพระชนมายุครบ 3 รอบ ในปี พ.ศ. 2534

ส่วนอีกเพลงหนึ่งคือเพลงเทพรัตน์ เถา ซึ่งเป็นผลงานของครูศิลปี ตราโมท ซึ่งนำมาบรรเลงในงานนี้เป็นครั้งแรก

จากนั้นเป็นการบรรเลงจากวงของสถาบันและหน่วยงานต่างๆ เช่น คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์,วงชมรมดนตรีไทย คณะมานุษยศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์,ชุมนุมดนตรีไทย ม.ธรรมศาสตร์,วิทยาลัยนาฏศิลป์กรมศิลปากร,โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย,โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา , วงศิษย์หลวงไพเราะเสียงซอ และวงศิษย์ครูมนตรี ซึ่งเป็นการรวมคณาจารย์จากวิทยาลัยนาฏศิลป์

สลับด้วยการบรรเลงขิมหมู่จากศิษย์บ้านครูมนตรี ในเพลงนกขมิ้น และลาวแพน ก่อนที่จะได้ฟังการบรรเลงเดี่ยวเครื่องดนตรีชนิดต่างๆ จากฝีมือของนักเรียนนักศึกษาที่ได้รับทุนของมูลนิธิมนตรี ตราโมท, ศิษย์บ้านปลายเนิน และผู้ชนะเลิศประกวดประลองเพลงประเลงมโหรี หลายรายการ

ท้ายที่สุด เพลงเทพสมภพ เถา ผลงานลำดับสุดท้ายในชีวิตของครูดนตรี 5 แผ่นดิน ที่ประพันธ์ขึ้นเพื่อถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ในวโรกาสพระชนมายุครบ 3 รอบ เมื่อปี พ.ศ.2534 ดังกระหึ่มขึ้นจากการบรรเลงพร้อมกันของวงดนตรีทุกวง ตามด้วย เพลงชื่นชุมนุม-กลุ่มดนตรี บทพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่พระราชทานให้เป็นสัญลักษณ์แห่งงานดนตรีไทยอุดมศึกษาครั้งที่ 17 เมื่อปี พ.ศ.2528 โดยครูมนตรี ตราโมท ได้ประพันธ์ทำนองดนตรีขึ้นใหม่ในรูปแบบเพลงประวัติศาสตร์ได้อย่างสอดคล้องกลมกลืน

งานเปิดบ้านครูมนตรี ตราโมท ครั้งที่ 4 ผ่านพ้นไปแล้ว บ้านไม้สองชั้น น้ำพักน้ำแรงจากครั้งเกษียณอายุราชการ ของครูดนตรีไทยผู้หนึ่งที่ได้รับใช้แผ่นดินด้วยความซื่อสัตย์ตลอด 78 ปี ยังคงความอบอุ่นเป็นมิตรแก่ผู้มาเยี่ยมเยือนดังเช่นที่ผ่านมา

ตราบใดที่ยังมี ดนตรีไทย อยู่บนผืนแผ่นดินนี้ ชื่อของ ครูมนตรี ตราโมท และผลงานของท่าน คงจะถูกหยิบยกเป็นที่กล่าวขานกันต่อไปตราบเท่านาน

Posted: ตุลาคม 24th, 2009
Categories: ไทยคิดส์
Tags:
Comments: 3 Comments
Comments
Comment from Ayaz - 05/12/2014 at 04:07

Exemertly helpful article, please write more.

Comment from Weny - 08/03/2015 at 11:24

Dag nabbit good stuff you whirpersnappeps!

Comment from Tadalafil - 02/04/2015 at 00:09

Does Romney say "income" taxes or just "taxes?" If the latter and he is including state income taxes, sales tax, and ad valorem property taxes then he probably paid 0 in federal income taxes. There is some thought that he is a tax criminal who took advantage of the amnesty program for off-shore, unreported income that IRS made available in 2008 and 2009.