วันอัศจรรย์ 8 “ผีเสื้อกับดอกไม้ (โรแมนติคล้วน ไม่ชวนหัว)”

ปอสองเพื่อนกัน กับวันอัศจรรย์ของผม 3

ผีเสื้อ กับ ดอกไม้

(โรแมนติคล้วน ไม่ชวนหัว)

16 กุมภาพันธ์ 2548

ผมเคยเอ่ยปากในข้อสงสัยถามคุณพ่อคุณแม่ว่า ทำไมผมถึงชื่อ เอ้

คำตอบที่ได้รับคือ …ก็ไปเปิดดูในปทานุกรมสิลูก.. แป่ว..ม่ายช่าย..ม่ายช่าย.(ตอนเด็กๆยังไม่บังอาจใช้พจนานุกรม)

ท่านบอกว่า ชื่อผมหมายถึง ความเป็นหนึ่ง เป็นพี่เบิ้ม เป็นลูกเบ่งอะไรทำนองนั้น แต่ที่สำคัญคือ ผมเป็นคนตั้งชื่อตัวเองซะอีกด้วยซ้ำ…แน่ะ แววกวีจับเสียตั้งแต่ยังไม่หย่าสายสะดือ

ตอนเด็กๆผมร้องไห้จับคำฟังได้ว่า ..เอ้…เอ้…. ครับ

ซึ่งก็คงเป็นโชคดีของผมอย่างที่สุด ที่ผมไม่สามารถออกเสียงพยัญชนะตัวอื่นๆได้….!

ชีวิตในวัยเยาว์ของผมนั้นถูกแวดล้อมด้วยสตรีเพศ จะด้วยเหตุที่มีนารีอุปถัมภ์ หรือจะไปอุปถัมภ์นารี ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์

ใครจะเชื่อว่าครั้งนึ่งผมเคยนอนเปลือยมีเพียงผ้าบางห่อห่มท่ามกลางสาวๆในอาภรณ์คล้ายกันนับสิบรุมล้อม…………..

…………………………………………………………………………………………………………..

……………………………..ที่ห้องอนุบาลเด็กแรกเกิดโรงพยาบาลหญิง(ราชวิถี)

ก่อนที่จะมีพี่เลี้ยงสาวๆประจำตัวอีก 4 คน จนกระทั่งผมเข้าโรงเรียนอนุบาล และประถมที่สาธิตจุฬาฯ สถานการณ์ก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง แม้กาลเวลาจะเปลี่ยนไป

บนชั้นสองของอาคารเรียน ซึ่งมีป้ายพลาสติคสีเขียวขุ่นฝุ่นจับ ประดับอยู่เหนือปากประตู อ่านได้ว่า ประถมศึกษาปี่ที่ 2/4 ผมใช้ชีวิตปีสุดท้ายในโรงเรียนเล็กที่นั่น

ผมเริ่มมีความสุขในห้องเรียนมากกว่าเดิม แม้ว่า เธอ คนนั้นได้จากไป แต่นั่นก็หาใช่ความสุขที่มาจากการเรียนไม่

นอกจากการ แถ ที่ผมใช้แทนวิธีการ เดิน สไลด์ลื่นไปบนผืนไม้เรียบมันอย่างคล่องแคล่วเปี่ยมสุขแล้ว ในห้องนี้ ผมก็ได้พบกับ เธอ อีกคนหนึ่งที่ทำให้ชีวิตมีความสุขอย่างประหลาด…

บนชั้นหนังสือที่นอนยาวอยู่ริมห้อง มีหนังสือมากมายซึ่งส่วนหนึ่งเป็นหนังสือเรียนของรุ่นพี่ที่ทิ้งไว้ให้เราใช้ พวกเรามักจะพยายามหาหนังสือเล่มที่ใหม่ที่สุดมาครอบครอง

ผมก็เช่นกันที่ชอบค้นคุ้ยหาหนังสือเหล่านี้ แต่ก็เพียงเพื่อจะได้ดูภาพประกอบสวยๆ

แล้ววันหนึ่งผมก็พบหนังสือเล่มนั้น……ช็อคสองเด้ง …!

เด้งแรกเกิดขึ้นทันทีที่อ่านชื่อเจ้าของหนังสือเดิมที่เขียนไว้บนปก….

…อัษฎาพร นุชประยูร… อุแม่เจ้า !

หรือจะเป็นพี่สาวที่พลัดพราก….

เด้งที่สอง ซึ่งผมเพิ่งจะมาทบทวนความหลังเมื่อมานานนี้ และความจริงที่พบคือ หนังสือเก่าของสาวชื่อเพราะเล่มนี้ทำให้ไอ้เสือต้องหลั่งน้ำตาอย่างอิ่มสุขเมื่อหน้าสุดท้ายของ นกกางเขน ปิดลง

ผมคงไม่อาจเข้าใจในคำว่า รัก ได้อย่างดีในขณะนั้น หรือแม้แต่ในขณะนี้

เพียงแต่ผมรับรู้ถึงความสุขที่ได้ใช้เวลาหลังเลิกเรียนแทนที่จะวิ่งสนุกซุกซนอยู่กับสิรคุปต์ ณัฐพล และใครอีกหลายๆคนเช่นที่ผ่านมา

ผมกลับใช้เวลาร่วมอาทิตย์ในการวาดรูป แม่นกกางเขน ลูกนกกางเขน รังนกกางเขน ลากเส้น ระบายสีอย่างสุดฝีมือ ชนิดที่อาจารย์ดาริกาเห็นแล้วต้องเป่าปากวี๊ดวิ๊ว รูปแล้วรูปเล่า อยู่อย่างนั้น

………………………………………………………………………………………..

ในชั่วโมงเรียนผมนั่งติดกับเด็กผู้หญิงร่างสูงโปร่งคนหนึ่ง เธอเป็นคนที่เรียนหนังสือเก่ง พูดจาฉะฉาน เป็นที่เขม่นของไอ้เสือเช่นผม

ผมพยายามที่จะยกมือแย่งตอบคำถามตัดหน้าเธอทุกครั้งที่มีโอกาส แรกๆก็สร้างความกระหยิ่มใจมิใช่น้อย หากแต่นานเข้า ด้วยความเอาใจใส่ในการเรียนเหลือเกินของผมก็ทำให้เริ่มรู้สึกว่า หมากเกมส์นี้คงเพลี่ยงพล้ำ จึงจำยอมฉากหลบสงบเสงี่ยมรักษาฟอร์ม

หลังจากนั้นผมก็เริ่มมองเธอเปลี่ยนไป ด้วยความชื่นชมและชื่นบานอยู่เงียบๆ เธอคงไม่รู้หรอกว่า เธอได้ชนะใจไอ้เสือร้ายด้วยความที่เธอเป็นเธอ……

…………………………………………………………………………….

ใครเคยถามผีเสื้อบ้างว่า………….

……จริงหรือ ที่เธอสามารถลิ้มรสน้ำหวานจากดอกไม้แสนสวยถ้วนทั่วทุกดอก …..

หรือเมื่อเธออิ่มเอมแล้ว จะมีที่ใดบ้างที่เธอจะโบยบินอย่างมีความสุขมากไปกว่าทุ่งดอกไม้กว้างใหญ่…….

…………………………………………………………….

ทุกเช้าหลังจากนั้น นอกจากที่ผมจะต้องบินขึ้นบันไดด้านข้างของอาคารเพื่อผ่าน เธอ ที่ห้องหนึ่ง เป็นประจำแล้ว เธอ ข้างๆผมก็ทำให้ชีวิตในห้องเรียนสดใสชื่นบานไม่แพ้กัน

…ขอบคุณดอกไม้ แก้มบุ๋ม ของผม…

Posted: ตุลาคม 21st, 2009
Categories: วันอัศจรรย์
Tags:
Comments: No Comments