วันอัศจรรย์ 11 “ซ่อมได้”

ปอสามเพื่อนกัน กับวันอัศจรรย์ของผม 3

ซ่อมได้

27 กุมภาพันธ์ 2548

ความเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นสัจจะนิรันด์ที่สัตว์โลกทุกชีวิตล้วนเผชิญผจญ ซึ่งจะอธิบายด้วยเป็นผลของบาปทำกรรมแต่ง หรือบุญพาวาสนาส่งโชคชะตาดวงดาราลิขิต ก็แล้วแต่จะยึดมั่น เชื่อถือ หากแต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ เราจะดูแล ปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลงนั้นให้เป็นอย่างไร

จากอ.จุรีย์ เรื่อยมาถึง อ.อุษณีย์ ผลของการครองตนเป็นนักเรียนที่ว่านอนสอนง่ายเช่นผมในสองขวบปีที่ผ่านมา คงส่งผลให้ผมได้พบกับเพื่อนที่ดีนอกเหนือจาก เธอ คนนั้นอีกวาระ รวมถึงพัฒนาการทางการเรียนที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากชั้นหนึ่งกระทั่งปัจจุบันระเห็จขึ้นมาอยู่บนชั้นสาม สูงสุดของอาคารเรียน

วันแรกของการเรียน ความเปลี่ยนแปลงก็เริ่มเข้ามาท้าทายตัวผม เริ่มจากชื่อของอาจารย์ประจำชั้น ที่จะต้องใช้เมมโมรี่มากพอสมควรในการจดจำนามสกุลของท่าน

อ.เสริมศรี หอธิมาวรกุล เป็นอาจารย์รูปร่างเล็ก และด้วยรูปร่างเช่นนั้นก็พอจะทำให้ผมสรุปได้ในเวลาต่อมาว่า มหาอำนาจของโลกไม่ว่าจะเป็น นโปเลียน ฮิตเลอร์ พณฯบรรหาญ มาราโดน่า หรือแม้แต่ อ.มนูญ..! ล้วนแต่มีความน่าเกรงขามเป็นปฏิพากย์กับรูปลักษณ์

อ.มนูญ เป็น ชายวัยกลางคน รูปร่างสันทัด ผิวขาวตาตี่ เสียงแหบแห้ง ที่มักจะพบท่านอยู่ในชุดลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่จับกลีบเรียบเนี๊ยบสุดๆ ภาพในความทรงจำชัดเจน มือขวาถือไมโครโฟน มือซ้ายถือไม้เรียว เป็นที่น่าหวาดเสียวยิ่งนัก

ในเวลาเคารพธงชาติ สิ่งที่แตกต่างจากโรงเรียนเล็ก คือ ที่โรงเรียนใหญ่แห่งนี้ จะมีผู้นำนักเรียนมานำร้องเพลงชาติ รวมถึงนำสวดมนต์ ซึ่งแตกต่างซับซ้อนจากบทที่ผมเคยบริกรรมคาถามาแต่เดิม ที่เพียงแค่ท่อง นโม 3 จบ แม้จะเป็นภาษาที่ไม่เข้าใจแต่ก็ง่ายในการจดจำ

ในครานี้พวกเราต้องท่องจำบทสวดมนต์ที่ยาวขึ้น มีบทแปลเป็นภาษาไทย ตบท้ายด้วยขอให้ผลแก่การกระทำความดีนี้ส่งผลแก่ผู้ปฏิบัติอย่างปัจจุบันทันด่วน

ผมเป็นเด็กที่เรียนรู้เร็ว เรียกว่าค่อนข้างที่จะเป็น นักเรียน ที่ใฝ่รู้ รักที่จะเรียนรู้ในสิ่งใหม่อยู่เสมอ โดยมีหมายเหตุว่า เฉพาะในสิ่งที่ผมสนใจ และไม่น้อยที่ก็เป็นพียงแค่ชั่วสายลมพัดผ่าน

ผมค่อนข้างบกพร่องในคุณสมบัติในการเป็น นักศึกษาที่ดี ที่จะต้องลงทุนลงแรงจดจ่อในสิ่งที่ต้องกระทำอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะด้วยความสนใจหรือด้วยหน้าที่ก็ตาม เพื่อให้บรรลุถึงความเข้าใจสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างถ่องแท้

ภาษาอังกฤษ เป็นสิ่งใหม่ที่ผมต้องเรียนรู้ ซึ่งก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไรถ้ามันเป็นสิ่งที่เริ่มจากความสนใจของผม และไม่มีการสอบ แต่การกลับไม่เป็นเช่นนั้น

ในครั้งนั้น(หรือครั้งไหน)ผมยังสนุกสนาน ตื่นเต้น เรียนรู้ปรับตัว กับสิ่งแวดล้อมใหม่ๆภายนอกมากกว่าในห้องเรียน

ไม่ว่าจะเป็นการท้าประลองแข่งกันดื่ม โค้กลิตร ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เข้ามาตีตลาดในช่วงนั้น ของ เด็กผู้ชายที่มี ตัวย่อนำหน้าชื่อประหลาดกว่าชาวบ้านอย่าง ม.ล.เถลิงรัชฐ์ กับ คู่ต่อกรที่สมน้ำสมเนื้อที่ชื่อ ด.ช.ศุภวาร

การกระทำตนเป็นนักสืบจำเป็นสอดส่ายทำลายล้างแก้วพลาสติก เพื่อป้องกันมิให้ร้านค้านำกลับมาใช้ใหม่

หรือแม้แต่เหตุการณ์ระทึกขวัญ ที่นักเรียนทั้งหมดต้องอพยพไปรวมตัวอยู่ที่สนาม 1 (ต้นโพธิ์) ในวาระที่ได้รับการแจ้งว่าโรงเรียนอันเป็นที่รักถูก วางระเบิด

ในเหตุการณ์นั้นก็ทำให้ผมค้นพบประตูสวรรค์ที่ซ่อนตัวอยู่ในดงเฟื่องฟ้า อันสามารถที่นำพวกเราหลายๆคนสู่โลกกว้างในกาลต่อมา นอกเหนือจากนั้นยังทำให้ผมได้พบกับตัวแสบต่างห้องอีกหลายๆคน ด.ช.สมชาย ราชาเพลงแปลง เป็นอาทิ

…………………………………………………..

ไม่ทราบเหมือนกันว่าใครเป็นผู้กำหนดการวัดผลของการศึกษาด้วยการ สอบ

ผมไม่เคยเกรงกลัวการสอบ เพราะในทุกๆวิกฤตมักจะมีโอกาสแฝงอยู่เสมอ และผลสอบวิชาภาษาอังกฤษครั้งแรกในชีวิตของผมมันก็ช่างน่าจดจำเสียจริงๆ

ลำพังคำสั้นๆ เช่น BOY GIRL CAT DOG คงไม่เกินไหวพริบปฏิภานของผมเป็นแน่

แต่เมื่อทุกสิ่งย่อมมีกฎเกณฑ์สากลบัญญัติไว้ ประกอบกับคำศัพท์สุดยากที่ท้าทายความจำของเด็กห้อง ป. 3/6 ทุกคน เช่น ….BLACKBOARD… ด้วยแล้ว

ความสามารถในการพลิกแพลงของผมคงไม่เข้าตาอาจารย์เป็นแน่…..

ปลายเทอม กระดาษแข็งสีเขียวแผ่นเล็กร่อนมาถึงมือของผม….

คะแนนสอบวิชาภาษาอังกฤษ….

คะแนนเต็ม 100 คะแนน

คะแนนสูงสุด จำไม่ได้ …..

คะแนนมัธยฐาน จำไม่ได้…..

……สองช่องที่เหลือ…..คะแนนต่ำสุด….และ….คะแนนที่ได้……..

…….เป็นเลขตัวเดียวกัน…..!!!

………………………………………………………

ครั้งแรกและครั้งเดียว ที่น้ำตาไอ้เสือต้องร่วงหล่นด้วยเหตุผลทางการเรียน….

และก็ใช่ว่าในใบคะแนนครั้งต่อไป ตัวเลขของคะแนนที่ได้จะเป็นเลขเดียวกันกับ คะแนนสูงสุด….

เพียงแต่ประสบการณ์สอนให้รู้จักการรักษาตัวรอด และทำให้รู้ว่า ….

ในวิกฤตมีโอกาสซ่อนอยู่เสมอ….และ

…อะไร อะไร ก็ ซ่อมได้….. ในโรงเรียนที่รักแห่งนี้

Posted: ตุลาคม 21st, 2009
Categories: วันอัศจรรย์
Tags:
Comments: No Comments