วันอัศจรรย์ 12 “จินตนาการสุดขอบฟ้า”

ปอสามเพื่อนกัน กับวันอัศจรรย์ของผม 4

จินตนาการสุดขอบฟ้า

28 กุมภาพันธ์ 2548

…….วันนี้แค่นี้นะคะ เอาล่ะไปดื่มน้ำ ปัสสาวะได้…. เสียงทรงอำนาจจากสตรีร่างเล็กดังขึ้น ปลดปล่อยวิญญาณอิสระชน ที่เข็มพลังชีวิตค่อยๆกระดิกตกจนถึงขีดอันตราย

……ขอบคุณครับ(ค่ะ)อาจารย์…… เสียงประสานยานคางขรมรับเป็นพิธี

สิ้นบทสนทนาว่าด้วยกฎกติกามารยาทยามเมื่อหมดชั่วโมงเรียน ฝูงผึ้งก็แตกรัง ทะยานบินออกนอกห้อง ป.3/4 ประดุจหมายพุ่งทะลุควันคลุ้งรมรัง สู่ฟากฟ้ากว้างอวลอากาศบริสุทธิ์สดชื่น

ใช่ว่าผมจะออกไปปฏิบัติกิจตามที่อาจารย์ได้แนะนำไว้อย่างเถรตรงทุกประการ ด้วยวุฒิภาวะในครานั้นยังเพียงพอตระหนักรู้ดีอยู่ว่า การไป ดื่มน้ำ ปัสสาวะ นั้น เป็นกริยาที่ต้องแยกกระทำโดยสิ้นเชิง

แรกเริ่มเดิมทีนั้น พวกเรายังต้องอาศัยดื่มน้ำจากกระติกน้ำแข็งหลังห้อง ซึ่งภายหลังเมื่อความเจริญคืบคลานเข้ามา ตู้น้ำเย็นก็ดูจะเป็นเฟอร์นิเจอร์หรูหราที่มีประโยชน์มิใช่น้อย ในขณะเดียวกัน วิธีดื่มน้ำโดยใช้มือรองจากก๊อกน้ำสเตนเลสเย็นเฉียบแทนที่การใช้แก้วน้ำ ก็ยิ่งเพิ่มรสชาติให้น้ำบริสุทธ์อร่อยขึ้นเป็นไหนๆ

ห้องเรียนที่ผมอยู่จะถูกขนาบด้วยระเบียงทั้งด้านหน้าและหลัง ด้านหน้านั้นจะหันสู่สนาม 2 ซึ่งเราจะต้องมาเข้าแถวเคารพธงชาติกันเป็นประจำ ส่วนระเบียงหลังห้องนั้น จะเป็นที่เก็บของ วางตู้ปลา สนามกระโดดยาง และนานากิจกรรมที่สามารถปรับใช้ได้ตามสถานการณ์ ซึ่งก็แตกต่างจากระเบียงหลังของห้องอื่นๆที่จะเป็น สุขา ให้ได้ใช้บริการ

สุขา อันหมายถึงห้องน้ำหรือส้วม ที่ใกล้ที่สุดนั้นก็เพียงเดินเลยโถงบันไดไปเล็กน้อยสู่ระเบียงหลังห้องข้างๆ

ภายในห้องน้ำวางอ่างล้างหน้าอยู่ใต้กระจกขนาดกะทัดรัด 2 บานทางขวามือของห้อง มองเลยตรงไปข้างในซึ่งก็ไม่กว้างไกลไปกว่าสนามตั้งเต ประตูไม้สีน้ำตาลเข้มสองบานแสดงสิทธิสภาพความเป็นส่วนตัว ปิดบังสุขภัณฑ์สีขาวนวลนั่งนิ่งอ้าปากรอปฏิบัติหน้าที่อย่างซื่อสัตย์

และนั่นคืออุปกรณ์ทั้งหมดเท่าที่มี ที่จะรองรับการใช้บริการของเด็กห้อง ป.3/6 ทั้งชายหญิง กว่า 30 คน…..!!!

ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้กำหนดให้เด็กผู้ชายได้สิทธิในการใช้ห้องน้ำด้านซ้ายมือ ส่วนผู้หญิงใช้ห้องทางด้านขวา หากแต่เมื่ออุปสงค์มากกว่าอุปทาน เด็กน้อยชายหญิงก็จำที่จะต้องต่อแถวรอคิวอยู่หน้าประตูเป็นแถวยาว เคียงคู่กันในห้องเล็กๆนั้น

เรื่องเสียงพอจะใช้วิทยายุทธขมิบงำอำพรางได้ ส่วนกลิ่นพฤกษาหอมชื่นใจก็ต้องต้องปล่อยไปตามธรรมชาติของสัตว์โลก…..

หากแต่ภาพในวันนั้นยังชัดเจนจนวันนี้

…………………………………………………………..

….ผลั๊วะ…..!.. ประตูไม้สีน้ำตาลเข้มถูกกระชากอย่างรวดเร็วโดยมือที่มองไม่เห็นภายใน

เผยภาพ เด็กผู้หญิงสองคน หนึ่งผิวขาวหน้ากลม อีกหนึ่งนั้นผิวเข้มประดับไฝบนใบหน้า ทำหน้าทะเล้นระคนเสียงหัวเราะเผยฟันแท้คู่โตสะดุดตา

เหนือถุงเท้าสีขาวพับสั้น ที่ยืนปักหลักจังก้าของเด็กผู้หญิงผิวคล้ำ ปรากฏผ้าสีนวลผืนเล็กๆม้วนรัดรอบโอบน่องเนื้อแน่นเป็นที่พิศวง

ชั่วพริบตา ประตูบานนั้นก็ถูกปิดลงไร้คำอธิบาย ปล่อยให้หนุ่มน้อยร้อยรักนิ่งอึ้ง……..

…….. เสียงหัวเราะดังขึ้นเป็นทวีคูณ………

ไม่ทันที่สมองเด็กไร้เดียงสาเช่นผมจะประมวลผลสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ประตูบานเดิมก็ถูกเปิดขึ้นอย่างรวดเร็วไม่ต่างจากที่เกิดขึ้นในครั้งแรก….

เหนือถุงเท้าสีขาวพับสั้น ที่ยืนปักหลักจังก้า หากในครานี้กลายเป็นของเด็กผู้หญิงผิวขาว ปรากฏผ้าสีชมพูผืนเล็กๆม้วนรัดรอบโอบน่องเนื้อนวลเป็นที่พิศวงยิ่งกว่าภาพแรกที่เห็น…..

…………………………………………………………….

ภาพจริง เสียงจริง ซึ่งเป็นปริศนาลับในที่มาที่ไปของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องน้ำด้านขวาในวันนั้น นับเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ในชีวิตของผม แต่อย่างไรเสียก็คงป่วยการที่ผมจะต้องลงทุน สืบจากส้วม เพื่อหาคำตอบ

ปล่อยให้เป็น จินตนาการสุดขอบฟ้า อยู่จนทุกวันนี้สนุกกว่าเป็นไหนๆ

หรือ หน่อย มีอะไรจะแก้ตัวฮึ…!

Posted: ตุลาคม 21st, 2009
Categories: วันอัศจรรย์
Tags:
Comments: No Comments