วันอัศจรรย์ 14 “หมึกซึม ไม้โปรฯ และแท่งศักดิ์สิทธิ์”

ปอห้าเพื่อนกัน กับวันอัศจรรย์ของผม 1

หมึกซึม ไม้โปรฯ และ แท่งศักดิ์สิทธิ์

28 เมษายน 2548

ห่างเหินปฏิบัติการฟื้นความหลังไปเสียสองเดือน ด้วยเหตุผลที่มิตรรักคงน่าจะให้อภัยกันได้อยู่ ด้วย เวลา อารมณ์ อากาศ ที่แปรปรวน อีกขาดแคลนข้อมูลหลักฐานที่ปรากฏเห็นชัดเป็นรูปธรรม อีกความทรงจำที่ตกหล่น จึงขอข้ามลัดตัดปีปอสี่ไปเสียก่อน มิฉะนั้นคงต้องรอกันเหงือกแห้งแดงแจ๋ไม่ได้อ่านได้อำกันเป็นแน่

ผมอยู่ ป.5/2 รู้สึกว่าเป็นปีแรกที่มีอาจารย์ประจำชั้นสองท่าน เป็นหญิงหนึ่ง ชายหนึ่ง ซึ่งก็ทำให้โต๊ะเรียนและพฤติกรรมของผมไม่อาจเร้นหลบไปจากสายตาของท่านไปได้ ความซนที่ต้องใช้เสียงจึงเสมือนเพียงสิ่งต้องห้าม

ความรู้สึกแตกต่างอีกประการที่ทำให้ผมรู้สึกเป็นหนุ่มขึ้น นอกจากทางด้านร่างกายแล้ว (..เอ่อ..จิ๊บ กับ แอน กรุณาอย่าคิดมากเกินกว่าที่จำเป็นนะครับ..) อุปกรณ์ในมือที่ใช้ขีดเขียนก็ทำให้รู้สึกว่าการเป็นผู้ใหญ่นั้นต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้น

จากดินสอ ยางลบ ปากกาหมึกซึมและขวดหมึกสีน้ำเงิน กลายเป็นของเล่นชิ้นใหม่สำหรับผม

การลากเส้น ขึ้น เบา ลง หนัก ยามที่บรรจงเต็มบรรทัดเป็นตัวเขียนภาษาอังกฤษ เป็นสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับผม ซึ่งก็อาจจะมากไปกว่าความหมายที่ได้จากการที่เขียนประโยคนั้นเสร็จสิ้นแล้ว

เมื่อมีอุปกรณ์การเขียน ก็ต้องมีอุปกรณ์เพื่อการลบ แท่งสารสังเคราะห์เล็กๆสีขาว ได้ช่วยให้ความชุ่ยของผมดูลดน้อยลง ซึ่งมิได้หมายถึงเฉพาะบนกระดาษที่เขียนส่งอาจารย์เท่านั้น ยังหมายถึงการประยุกต์ใช้ทำความสะอาดเสื้อนักเรียนที่มักจะโดนฝากรอยรักสีน้ำเงินอยู่เป็นประจำ ทำให้ผมต้องสะสมเจ้า แท่งศักสิทธิ์ นี้ไว้พร้อมอยู่เสมอ

นอกจากปากกาแล้ว ผมยังมีไม้บรรทัดอันใหม่ที่เล็กสั้นลงแต่ว่ากว้างขึ้น

ระลึกถึงเมื่อครั้งยังอยู่โรงเรียนเล็ก ยังสำนึกถึงบุญคุณของไม้บรรทัดไม่หาย ที่ได้บรรจุตารางสูตรคูณ เกื้อกูลอำนวยความสะดวกในการสอบให้ตลอดรอดฝั่ง

ไม้บรรทัดของผมอันใหม่มีชื่อย่อๆว่า ไม้โปรฯ ทำจากพลาสติกขุ่นหลากสี ราคาประมาณ 5 บาท จารึกอัขระโบราณแจกแจงแจ้งค่าระบุ มุม องศา วุ่นวาย น่าเวียนหัว

ผมจำไม่ได้ว่าในช่วงระยะเวลาหนึ่งเทอม ผมได้อุดหนุนห้องขายของไปเป็นเงินจำนวนเท่าไหร่ เพื่อแลกกับเศษไม้พลาสติคเล็กๆอันนี้

จำได้แต่เพียง มันเป็น ของเล่น ที่ผมจะได้ใกล้ชิดกับสาวน้อยคนคุ้นเคยที่นั่งติดกับผมมากกว่า

คงไม่ต้องบอกว่าใครคือเธอคนนั้น….

โต๊ะของผมทำจากไม้อัด มีช่องว่างใส่ของอยู่ข้างใต้ ต่างจากสมัยเมื่อครั้งอยู่โรงเรียนเล็ก ซึ่งความเปลี่ยนแปลงนี้เองก็ทำให้เพื่อนๆของผมอีกไม่ใช่น้อยเกิดปัญหาในการปรับตัวจัดระเบียบ รวมถึงใช้ให้ถูกประโยชน์ใช้สอย

ผมมักจะใช้เวลาในยามว่าง เอา ไม้โปรฯ เสียบไว้ระหว่างรอยต่อโต๊ะของผมกับของเธอ เพราะรู้ว่า ในความน่ารักของเธอนั้น มันแฝงไปด้วยความร้ายกาจต้องการเอาชนะไม่ยอมใคร

จากนั้น สงครามหนีบไม้โปรฯ ก็ระอุขึ้น ถ้าใครเป็นคนเสียบ อีกคนก็ต้องหนีบ เสียบๆ หนีบๆ อยู่เช่นนั้นไม่ให้ คู่ต่อสู้ดึงไม้โปรฯออกมาใช้งานได้

สงครามดำเนินไปเงียบๆ อย่างน้อยก็ทำให้ชั่วโมงเรียนที่น่าเบื่อได้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว….

….วันนั้นก็เช่นกัน ที่สงครามยังคงคุกรุ่นหอมหวาน…

ท่ามกลางความเงียบง่วง…

….เคล้ง….. เสียงวัตถุลึกลับดังขึ้นกระตุกหนังตาใครหลายคนให้เบิกกว้าง

ขวดหมึกสีน้ำเงินร่วงหล่นจาก ช่องเก็บของอเนกประสงค์ กระทบพื้นหินขัด กระจัดกระจาย สายหมึกสีน้ำเงินเข้มกระเด็นสาดพรมพื้นเปรอะเปียก

……………………………………..

เย็นวันนั้นผมไม่อาจที่จะลงไปเตะฟุตบอลกีฬาโปรดกับเพื่อนๆ เช่นที่เป็นมา….

…แต่การที่ต้องก้มๆเงยๆ ใช้ แท่งศักสิทธิ์ ขีดเขียนลบรอยเลอะบนพื้นใต้โต๊ะของ เรา ก็ทำให้วันเก่าๆของผมยังสดใส ชัดเจน และน่าจดจำเสียจริงๆ…..

Posted: ตุลาคม 21st, 2009
Categories: วันอัศจรรย์
Tags:
Comments: No Comments