วันอัศจรรย์ 16 “พี่ ปอหก”

ปอหกเพื่อนกัน กับวันอัศจรรย์ของผม 1

พี่ ปอ หก

28 มีนาคม 2550

ไม่น่าเชื่อว่าเวลา 20 ปี ซึ่งเนิ่นนานเกินกว่าเวลาครึ่งหนึ่งของลมหายใจแรกที่เริ่มต้น มิอาจลบความทรงจำทีงดงามให้เลือนหายไปได้

ร่องรอยของความรู้สึกได้ถูกปัดเป่าฝุ่นผงลงลึกมองเห็นเป็นภาพเรื่องราวที่ชัดเจน เสียงที่คุ้นเคย กรุ่นกลิ่นลมรำเพยที่เคยรู้สัมผัส

ขอบคุณสำหรับจดหมายไฟฟ้าจากใครคนนั้นที่ทำให้ต้องมาหลับตานึกถึงวันเวลาที่สวยงามอีกครั้ง

……………………………….

ขวบปีสุดท้ายในโรงเรียนใหญ่ ไม่ได้ทำให้ผมตระหนักถึงวิถีชีวิต ที่ต้องระหกระเหินเดินข้ามถนนไปสู่อีกโรงเรียนที่ใหญ่กว่า วันเวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการเล่นซนเป็นหลัก เหนื่อยนักก็พักไปเรียนหนังสือถือเป็นคติประจำใจอยู่เช่นนั้น

โลกเล็กๆใบใหม่ของผมในห้อง ปอหก ทบ สองนั้น ช่างเย้ายวนชวนให้นักผจญภัยเช่นผมยิ่งนัก

ผมมีอาจารย์ประจำชั้นสองท่าน ที่ดูเหมือนจะยืนอยู่คนละด้านของปลายเชือก

อ.ลัดดา ภู่เกียรติ สาวร่างบางผิวขาวซีด ท่านจะสอนคณิตศาตร์หรือวิทยาศาสตร์ อย่างไรยังเลอะเลือนอยู่ แต่ที่แน่คือเสียงแหบแห้งแผ่วเบาที่แฝงไว้ด้วยความน่าเกรงขามนั้นยังแว่วอยู่มิรู้คลาย

……………………………….

….ฮาว ดู ยู ดู๋ อาสซาดา วฟูด… เสียงสำเนียงนมเนย ของหญิงร่างใหญ่ใบหน้าเข้มด้วยสันโค้ง โครงคิ้ว หล่นคำโตทักทาย

…หอมมากครับ… ในใจอยากจะหล่นคำตอบไปด้วยกลิ่นน้ำหอมที่โชยมากระทบจมูก

อ.ม.ล.ไพจิตร ปุราคำ ทำหน้าที่ประจำชั้น และสอนภาษาอังกฤษ ซึ่งก็เป็นภาษาอังกฤษในรูปแบบที่ผมไม่เคยสัมผัสมาก่อน

ด้วยอานิสงฆ์ของการได้เรียนภาษาอังกฤษในสไตล์ของท่านนี้เอง ได้ทำให้ผมได้สัมผัสกับมือนุ่มๆเย็นๆของสาวน้อยด้วยความยินยอมพร้อมใจถูกต้องตามกฏมณเฑียนบาลเป็นครั้งแรก

อ.ไพจิตร นั้นชอบชื่นชมความงามของดอกไม้ ชอบเสียงเพลง ร้องเล่นเต้นรำ และชอบย้ำให้ผมใส่ที่ดัดฟันอยู่เสมอ ซึ่งก็ทำให้ผมได้ขนชันที่รู้ว่า ผู้ปกครองนั้นสามารถโทรศัพท์มาตรวจสอบความซนอีกสารทุกข์สุขดิบอื่นๆของลูกๆกับอาจารย์ประจำชั้นได้

……………………….

เวลาส่วนหนึ่งซึ่งนับว่ามากพอดู ที่หนังสือวิชาภาษาอังกฤษถูกพับเก็บคว่ำหน้าอยู่บนโต๊ะ ผมไม่ค่อยชอบการแสดงเต้นแรงเต้นกาสักเท่าไหร่ แต่การที่ได้ฟังเพลงเพราะๆ แม้จะรู้เรื่องบ้างไม่รู้บ้าง กางขาเหวี่ยงแขนสัมผัสมือคู่เต้นรำเป็นวงกลมสลับหญิงชายไปเรื่อยๆ รอจนกว่าจะถึงใครคนนั้นก็ทำให้ชั่วโมงภาษาอังกฤษมีจุดหมายไม่น้อย

ผุดเหงื่อที่เกิดขึ้นจากความเย็นเฉียบของมือนุ่มที่สัมผัสในขณะนั้น ช่างน่าตื่นเต้นประทับเสียกระไร

ฉะนั้น การคำนวนว่าผมจะต้องเริ่มต้นจากจุดไหน เพื่อให้หมุนไปเจอใครให้ทันท่วงทีก่อนที่เพลงจะจบลงจึงจำเป็นต้องอยู่ในแผนการที่ต้องตระเตรียม และแน่นอนที่เป้นหมายของผมจะต้องอยู่ที่สาวหัวเถิก (น่ารัก) คนนั้น

นอกจากการร้องเล่นเต้นรำในห้องแล้ว เพลงภาษาอังกฤษยังพาผมนอกนอกห้องเรียนอย่างถูกกฏหมาย ไม่ต้องหลบซ่อน อ.มนูญ อีกด้วย

ห้องสมาคมผู้ปกครองเปิดติดแอร์เย็นฉ่ำ สวรรค์อีกแห่งหนึ่งซึ่งผมจะชอบมากเมื่อมีกิจกรรมฉายหนัง เพราะนอกจากจะได้หลบร้อนไม่ต้องเรียนอยู่ในห้องแล้ว ผมยังมีอิสระการจับจองที่นั่นบนพื้นห้องได้อย่างเป็นอิสระว่าจะพบปะสังสรรค์สนทนากับตัวแสบคนไหน ที่มักจะถูกจับแยกแก๊งก๊วนที่นั่งในห้องเรียน

ที่ริมห้องด้านหนึ่ง ขึงม่านสีแดงเข้มกรองเสียง เบื้องหน้าวางเปียโนศักสิทธิ์ ห้ามนักเรียนแตะต้อง

แถวนักเรียนชายหญิง เรียงลำดับไหล่ลดหลั่นรอเสียงเปียโนระริกไหวตามปรายนิ้วของชายร่างบางตาเข้มคิ้วหนา

อ.นรุทธ์ สอนทั้งการยืนทั้งที่เราคิดว่าเราก็ยืนได้มาหลายปีแล้ว สอนการเก็บแขนเก็บมือ การหายใจ การเปล่งเสียง รวมไปถึงการร้องเพลงฮา ฮู ดูสับสนระคนตื่นเต้น ซึ่งแน่นอนว่างานใหญ่ที่ต้องสำแดงแสนยานุภาพในบทเพลงทั้งหมดทั้งสิ้นก็เนื่องในวาระตรุษฝรั่ง หรือคริสมาสต์ ที่วันดีคืนดี อ.องอาจ ก็จะมาติดหนวด ไว้เคราสวมชุดแดง มือดำ มาทำเซอร์ไพรซ์ให้ประทับใจ

………………………………..

ผมมีเพื่อนใหม่ชายหญิงให้เรียนรู้ดูพฤติกรรมอีกไม่น้อย ทยอยจากฝ่ายหญิงหัวแถวเสาโทรเลข ปวิดา ที่จู่ๆก็ลุกขึ้นถักผมเต็มหัวเป็นโบ ดีเร็ค ซะงั้น วรนิดา สาวสูงผู้เงียบขรึมซ่อนยิ้มในใบหน้า อรกัญญา ซ่าส์แสบหัวโต พิรมล ตุ๊กตาญี่ปุ่นกับมายากลซ่อนลูกตา ปรียาภรณ์ สาวแกร่งตีนไว ชินาลัย ใครคนนั้น อีก ดวงเดือน ใครอีกคนหนึ่ง อรอุบล คนมีแม่ชื่อซ้ำ ชนัยกานต์ ฟันกระต่าย และอีกมากมายหลายคน

ฝ่ายชายไม่ต้องพูดถึง 2523 หกทับสอง หกทับสามครองเมือง เรื่องแสบกว่าเรื่องซนเริ่มวิ่งชนเข้าทักทายชีวิต……

Posted: ตุลาคม 21st, 2009
Categories: วันอัศจรรย์
Tags:
Comments: No Comments