วันที่เหลือ 78 “เพลงว่างเปล่า”

วันที่เหลือ 78

เพลงว่างเปล่า

นายยางสน..คนบางขวาง

21 กุมภาพันธ์ 2553

สองเดือนผ่านไปจากบันทึกปากคำครั้งสุดท้ายที่บ่นบ้า

นั่งไทยโชว์โอ่เรื่องราววงดนตรีไทย กอไผ่ ที่ใครหนอพ่วงต่อสร้อยคำน่าเบื่อว่าร่วมสมัย ได้สักเพลาหนึ่ง ช่วงเวลาซึ่งว่างเปล่าน่าเบื่อก็คืบคลาน ผ่านพ้นเทอมการศึกษาที่แสนเหน็ดเหนื่อยทั้งใจกาย ใครบ้างหนอพอจะรู้ว่าลากเลือดสักแค่ไหน งานหนักไม่เคยหวั่น แต่ที่บั่นทอนพลังไม่น้อยก็มากมี ขออโหสิปล่อยวางห่างสมองเสียบ้าง อยากสอน อยากสอน เวลาเหลืออีกเท่าไหร่หนอ

เรื่องราวมากมายทั้งที่ควรระลึกและลืมลบ ทั้งส่วนตัวและส่วนรวม มากมายเกินจะเจียนระนัย จึงจดไว้เป็นรหัสรับ รอใครคนที่เกี่ยวข้องมาไขความ รับรู้ รู้สึกกันเอาเองตามยถา

9 มกราคม 2553

ดนตรียังมีคุณต่อผู้คนทุกระดับ จะเวทีใหญ่น้อยห้อยท้ายเกียรติยศสักเท่าใด สุดท้ายก็เข้าทางหูรับรู้ทางใจอยู่เช่นนั้น

งานวันเด็ก สถานีดาวเทียมลาดกระบัง บนเวทีเล็กๆที่วางอยู่บนขั้นบรรไดหน้าอาคาร ชีวิตน้อยๆสลับขึ้นแสดงความสามารถหลากหลาย ทั้งชายหญิง ดนตรีไทย ลูกทุ่ง มายากล

แดดระอุ เผาผิวให้ต้องหลบเข้าเต้นท์บังแดด

สี่ห้าเพลง ขิม กลอง ก้องอยู่มิเพียงที่หยุดบรรเลง

ก่อนหันหน้าสู่บุรพาทิศ ชีวิตต้องก้าวต่อไป..ด้วยกัน

17 มกราคม 2553

เยาวชนดนตรี แห่งประเทศไทย รอบชิงชนะเลิศ

อีกหนึ่งที่ก้าวผ่าน รอยเท้าข้างหลังหวังเป็นประสบการณ์ให้เรียนรู้ ย้ำชัดให้หนักแน่น หรือผ่อนปล่อยไม่ซ้ำรอย

ก้าวต่อไป….

18 มกราคม 2553

พบตัวเองอีกครั้งหนึ่งหน้าห้องบรรยาย วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ ทบทวนเรื่องราวที่คาดว่าจะออกข้อสอบละเอียดยิบ ก่อนจะฝากฝังให้กำลังใจ ก่อนกลับรับกระดาษปึกใหญ่ที่บันทึกถ้อยคำเปี่ยมด้วยมิตรภาพ เป็นฉากของการร่ำลา

19 มกราคม 2553

มาประชุมตามเทียบเชิญของสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ในเตรียมการจัดทำยุทธศาสตร์การส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย สาขาคีตศิลป์ ในห้องอุดอู้ ณ ชั้นสิบเจ็ดกระทรวงวัฒนธรรม ให้น้อยใจในอาคารบรรยากาศของหน่วยงานภาครัฐในเรื่องที่เกี่ยวกันนี้ของหลายๆประเทศที่โอ่อ่าสมเกียรติและเห็นสำคัญถึงภาระรับผิดชอบ

รศ.ดร.ณรงค์ฤทธิ์ ธรรมบุตร อีก ณรงค์ฤทธิ์ ขุนอิน พี่ต๋อง เทวัญ ทรัพย์แสนยากร พี่จุ้ย ศุ บุญ เลี้ยง คุณวิทยา BSO นรเศรษฐ หมัดคง นัดจัดรายการวิจารณ์ฝีปากกล้า อ.บรูซ แกสตัน แลกความคิดติดๆขัดๆ ด้วยคงเพราะเป็นการเริ่มต้นบนหนทางที่ยาวไกลเหลือเกิน มิใช่ไม่มีอะไรพูด แต่มันมากเกินที่จะเรียบเรียงบอกเล่าในเวลาและสถาณการณ์จำกัด..ว่าไป

23 มกราคม 2553

กอไผ่ V.I.P ในงานแต่งงานของรุ่นพี่ธรรมศาสตร์ ท่ามกลางบรรยากาศหรูในรั้วโรงแรมสุโขทัย เพลงใหม่สารพัด ทั้ง ลาวคำหอมที่ซ้อมอย่างเล่นอีกอย่าง ต่อด้วย บังใบ เชิดจีน ร่วมสมัยสนุกมือ

28 มกราคม 2553

มาชลบุรี ปรากฏกายที่ ม.บูรพาอีกครั้ง หลังจากขอตัวไม่มาเป็นกรรมการตัดสินดนตรีเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

งานอะไรสักอย่าง ขออภัยจำไม่ได้ บนสนามกว้างลานธรรม การแสดงมากมาย จากโรงเรียนต่างๆ ทั้งเล่นดนตรี ฟ้อนรำ ละครนอก รำมวย จากกำหนดการคงดึกดื่นค่อนคืนจึงขอเจรจาสับหลีกทำให้การบรรเลงกอไผ่ V.I.P. (วิปริต) จบลงตามเวลาอันสมควร ก่อนนั่งใจลอยเรื่อยเปื่อยนั่งบิดคิดถึงบางกอกที่รัก

1 กุมภาพันธ์ 2553

หลังจากเหนื่อยกาย เหนื่อยใจ ทดสอบความหนักแน่นหลายเริ่องมายาวนาน เสียงแรกก็ดังขึ้น

ศาลารัก คอนเสิร์ตของภาควิชาดนตรีไทยและตะวันออก วิทยาลัยดุริยางคศิลป์

ชมแสงจันทร์ แผ่วผ่านบอกการเริ่มต้น

ป่วยการณ์ที่จะพร่ำเพ้อ เธอ หรือ ฉัน ใคร คนไหน คนนั้น ก็ย่อมมีประสบการณ์ เรื่องราวที่แตกต่าง

ขอเพียงคนที่รู้ เข้าใจ ไม่ต้องเอื้อนเอ่ยให้ฟูมฟาย

อย่างไรเสียอีกบทบันทึกก็เกิดขึ้นแล้ว

6 กุมภาพันธ์ 2553

เจ็ดโมงเช้า มายืนตากแดดตัวไหม้อยู่หน้าเรือนไทย มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา บันทึกเทปโทรทัศน์ รายการไทยโชว์ ตอน มีอะไรในกอไผ่ จัดเพลงไว้หนึ่งสำรับ ลำตัดดนตรี ญี่ปุ่นรำพึง ค้างคาวกินกล้วย ชวเดากอง แถมบทสัมภาษณ์ดำเนินรายการโดยนาย สมสันต์ เป็นอันเสร็จงาน

บ่ายสี่โมง ขนเครื่องไปบรรเลงงานแต่งงานพี่สาว คุณเต้ กัลยาณมิตรมดงานตัวเล็กพลังสูง บนดาดฟ้าชั้นหก อาคารอมตะ ถนนเพชรบุรี ตามที่ซ้อมผ่อนคลายไปอีกหนึ่งงาน

14 กุมภาพันธ์ 2553

ตรุษจีน แห่งความรัก ……ว่ากันไป

19 กุมภาพันธ์ 2553

ห้าโมงครึ่ง หน้าหอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

ผู้คนมากมายขวักไขว่ทั้งหนุ่มสาว ที่กระเตงลูกเด็กเล็กแดงแต่งหน้าทรงเครื่องเตรียมพร้อมสำหรับการแสดงดนตรี ของโรงเรียน สามไตร ซึ่งขออภัยอีกครั้งที่จำชื่องานมิได้

กอไผ่ ได้รับเชิญ จาก ครูสุวิทย์ (นามสกุลจำไม่ได้ในขณะนี้ ขออภัย อีกที) รุ่นน้องดนตรีที่รู้จักกันเมื่อครั้งนั่งเล่นเครื่องดนตรีซุกซนสารพัดที่ ม.เกษตร มาแสดงเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กๆ

โหมรัก โหมโรง ปี่พาทย์ไม้แข็งดังขึ้นอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่เคยเป็นเสียงของสังคมมาช่วงระยะเวลาสั้นๆหลายปีก่อนหน้านี้

พูดคุย ซักถามตามสมควร อีกค่ำคืนก็กำลังจะจบลง

ปล่อยชีวิตให้ดำเนินไป

อดทน รอคอย อธิษฐาน ปล่อยให้ความว่างเปล่าเข้าบรรเลง…

ก่อนถึงวันนั้น…

Posted: กุมภาพันธ์ 21st, 2010
Categories: วันที่เหลือ
Tags:
Comments: 1 Comment
Comments
Comment from ตั๋งโต๊ะ - 20/05/2010 at 12:20

แต่งเพลงให้เพลงนึงสิ ชื่อ ?เพลงว่างเปล่า?

อดทน รอคอย อธิษฐาน