วันที่เหลือ 79 ” เริ่มต้น..(อีกครั้ง)”

วันที่เหลือ 79

เริ่มต้น…(อีกครั้ง)

นายยางสน..คนบางขวาง
21 มิถุนายน 2553

กลับไปอ่านบันทึกสุดท้ายในหน้ากระดาษอิเลคโทรนิคสาธารณะ กว่าสี่เดือนที่เว้นว่าง ภาระหน้าที่ยังคงดำเนินต่อไป ช้านิดเร็วหน่อยก็ตามกำลังกาย กำลังใจ กำลังทรัพย์ กับบทบันทึกที่มิได้เร้นหาย อีก 97 ตอนที่นับได้และยังเพิ่มจำนวนต่อ คงต้องรอวันที่จะเผยแพร่ หรือให้เผาไหม้ไปกับกองกายที่มลายไปกับวันเวลา ค้นหาเอา สักวันคงจะเจอ ขอเพียงแต่ให้รักษารอวันนั้นให้ดี

กิจกรรมดนตรี วัฒนธรรม ยังเคลื่อนไหวไม่หยุดพัก อยู่ที่จะตระหนัก รับรู้ บันทึกไว้ให้เป็นเรื่องราว หรือ ปล่อยผ่านไปกับลมหายใจของปัจจุบัน ก่อนที่จะเลือนหายไปเป็นอดีต

20 มิถุนายน 2553

ก่อนเที่ยง ตั้งเข็มเวลา ตั้งเป้าทิศทางของชีวิตใหม่ หลายอย่างที่คิดว่า นับ หนึ่ง สอง สาม สี่ มาได้ใกล้ขวบปี ก็คงต้องย้อนกลับ รับผลของการกระทำ จริงใจ แก้ไข แก้ไข ก้าวต่อไป….

บ่ายนิดๆแวะทานก๋วยเตี๋ยวแห้ง เจ้าอร่อยที่ราชวัตร อาเฮีย จัดอาหารชุดพร้อมบริโภคมาพรั่งพร้อมเพียงแค่ประสานสายตา มาพร้อมหนังปลาหนึ่งถุง จัดการเสร็จเรียบร้อยค่อยมุ่งหน้ากลับบ้าน สะสางข้าวของหนังสือเก่า เอกสารสำคัญมากมายที่นอนเกลื่อนอยู่เป็นกองสุดท้ายให้แล้วเสร็จ

หนังสือมากมาย ลายมือ บทบันทึก โน้ตเพลงต้นฉบับ เอกสารอ้างอิง ครูอาจารย์ ศิลปินน้อยใหญ่ ซ้อนไว้รอเข้าแฟ้ม ไม่นานนัก ศิษย์สหายนักดนตรีที่นัดหมายมาซ้อมเพลงการ เริ่มทยอยมาถึง วางเครื่องดนตรีรีจัดแจงปีนป่าย ช่วยจัดของโดยมิได้เอ่ยปาก อยากจะฝากความหวังไว้ให้ช่วยดูแลกันต่อ ทั้ง พ่อหนอน ต่อ กอล์ฟ ปู ยา ถิง ปุ๋ย ที่มาลุยกันในวันนี้ อีกทั้งที่ติดภาระกิจไม่อาจมาร่วมสังฆกรรมกันได้ ช่วยกันถือ ช่วยกันพยุง มันคงไม่หนักเกินกำลัง ก่อนที่จะส่งผ่านให้คนข้างหลังอื่นต่อ

แดดร่ม ลมตก พี่พร น้าพร อาจารย์สุพร หรืออะไรก็ตามแต่ที่ผู้มีพันธะเกี่ยวข้องจะเรียกขาน คือผู้ใหญ่ที่นับถือ มือออกแบบ เขียนลายชั้นครู ดูได้จากโบสถ์ใหญ่ แถวสีคิ้ว และอีกมากมายที่ได้ตระหวัดฝากไว้ ใม่แพ้เสียงซอสามสายทางบุราณกรุณาแบกมา ร่วมเล่นเล่าขานตำนานเก่ากับเด็กๆในวันนี้ พร้อมทั้งหนีบนายบาส และใครคนซอจากศิลปกรรมมาทำเพลงสนุกสนาน

หลายเพลงตามที่ซ้อมจบไป ก่อนส่งท้ายด้วย เชิดนอก ซอสามสาย ของชายผมสีดอกเลาคนนั้น เป็นอันปิดท้ายร่ำลา

ท้องว่าง พักผ่อนน้อย งานเยอะ บ้าพลัง เคร่งเครียด เบียดอาการโยนร่างกายให้ไหววูบ ก่อนจะกระหน่ำ ผลไม้ น้ำหวาน ข้าวอีกหนึ่งจาน ให้คืนสภาพ…

อีกค่ำคืนกำลังจะผ่าน ไป…อดทน รอคอย อธิษฐาน…. พรุ่งนี้ต้องดีขึ้น….

21 มิถุนายน 2553

หลังจากทำการบ้าน หาเส้นทางไปสู่ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์ และ จัดการโยกย้าย้ายเวลาเรียน ที่มีภาระหน้าที่สอนอิรุงตุงนังเรียบร้อย ก็ถึงเวลาปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้ถูกรับเชิญมา

การประกวดดนตรีไทยนักเรียน จังหวัดนนทบุรี จัดโดยศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซ่า รัตนาธิเบศร์ ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัด นนทบุรี เทิดพระเกียรติ 55 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ฯ ที่ได้เลื่อนการประกวดมาหลายเดือน

เดิมทีได้รับการติดต่อให้เป็นกรรมการตัดสิน ก็เงียบหาย แต่เข้าใจได้ในเหตุการบ้านเมืองที่ต้องอยู่ในภาวะกระชับฟื้น ขอพื้นที่คืนที่เพื่อความมั่นใจอย่างที่เคยรู้สึกมาก่อน

มาคราวนี้ได้รับการทาบทามทางโทรศัพท์ พยายามที่จะขอรายละเอีด กำหนดการเพื่อจะได้เข้าร่วมอย่างไม่เป็นภาระแต่ผู้ใด ทวงถามหลายครั้ง เงียบหาย สุดท้ายเสี่ยงดวงไปรอห้างเปิดทำการ ก้าวผ่านผู้คนมากมายทั้งที่คุ้นหน้าเขา และที่เขาคุ้นหน้าเรา ประนมมือระดับอกรับไหว้กันตลอดทาง

ชั้นสามของห้าง ที่วางไว้เป็นศูนย์อาหารขนาดมหึมา ร้านอาหารชื่อดัง โรงหนังพลังเสียงวูวูเซล่า (เครื่องเป่าทะลวงหูอย่างเป็นทางการ เวิร์ลดคัพ 2010) เวทีใหญ่พื้นฉากสีม่วง ตั้งตระหง่าน เด็กผู้ใหญ่ ข้าราชการในเครื่องแบบแออัด รอเวลา

สับขาไปที่โต๊ะลงทะเบียน แจ้งประสงค์ทุกอย่างมี ว่าได้รับติดต่อมาเป็นกรรมการ จะให้ลุกเหินเดินนั่งเยี่ยงไรช่วยวานบอก หรือมีเอกสารอันใดที่จะทำให้กลมกลืนทำงานกันได้ครับพี่

ที่ได้คำตอบคือ ไม่มี ไม่ทราบ “ลงชื่อเป็นแขกร่วมงานไว้ก่อนนะครับ”

เหลือบไปเห็นกระดาษยู่ยี่เดียวที่แปะอยู่ แจ้งลำดับ พิธีการเปิด ไว้ยาวเหยียด กระทั่งที่เจียดไว้บรรทัดสุดท้าย อ่านได้ว่า เริ่มการประกวด 13.30 น. แค่นั้น..

รับทราบครับพี่น้อง ทอดน่องรอเวลา ที่เลยเวลามาพอสมควรด้วยท่านประธานยังมาไม่ถึง ฟังอังกะลุงเสียงไทยบรรเลงแล้วบรรเลงอีก ทั้งลาวดวงเดือน สร้อยลำปาง ทางเสียง ญี่ปุ่น พอให้ตระนักถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันของทุกชาติพันธุ์ภาษา จึงปลีกตัวมาหาอะไรใส่ท้อง เพื่อป้องกันอาการวูบที่เริ่มมาเตือนร่างกายบ่อยครั้ง

นึกถึงบรรยากาศประชันปี่พาทย์ครั้งอดีต ที่อยู่กับบริบท การกิน ร้องเล่น พนันขันต่อ ในวันที่ ศิลปะดนตรีเกี่ยวข้องกับสามเหลี่ยมพิศวง บ้าน วัด วัง ที่ได้ฟัง อาจารย์หมอ พูนพิศ สะกิดไว้ จนในวันนี้ที่อ่อนล้าโรยแรง กลายเป็นสถานศึกษา ห้างสรรพสินค้า ตำแหน่งยศถาบรรดาศักดิ์ เข้ามาแทนที่

หลังจากพิธีเปิด เป็นธรรมดาอยู่เองที่ผู้ร่วมงานส่วนใหญ่จะคิดว่า เสร็จจบเลิกงานแล้ว จึงพร้อมเพรียงทยอยกลับพร้อมพิธีเปิด ปล่อยไปเถิดกับลูกหลานดนตรีไทย กับผู้ใหญ่ครูอาจารย์และ ผู้ปกครองกลุ่มหนึ่ง ต่อสู้กับสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะด้วยประการทั้งปวงกับการประกวดดนตรี และสนับสนุนยกย่องให้เป็นสิ่งที่ควรฟัง เคารพ ใช้สมาธิสติปัญญา

ทราบว่ามีงบประมาณนับร้อยล้านกับการซื้อเครื่องดนตรี เพียงจัดมาสักนิดหน่อยกับการสร้างวัฒนธรรมการฟัง การเรียนรู้ด้วยความเคารพ ก็น่าจะเป็นกิจกรรมที่สร้างรากฐานที่มั่นคงกว่าที่เห็นเป็นอยู่

เที่ยงครึ่งก่อนเวลาตามกำหนดการ เร่งเท้าก้าวเดินไปยังเวทีประกวดที่ได้รับหน้าที่ตัดสิน

เวทีเตี้ย กับฉากหลัง พระบรมฉายาลักษณ์ทูลกระหม่อมแก้ว ที่เบื้องหน้ามีเก้าอี้ไม่เกินสามสิบตัว ให้แย่งก้นหย่อนลง

บนเวที เด็กตัวน้อยบรรเลงขิม สู้กับเสียง โฆษณาภาพยนตร์ จากลำโพงยักษ์ และคัทเอาท์ที่ ห่างไปไม่เกินสิบเมตร

หนูมาทำอะไรจ๊ะ ช่างเป็นการต่อสู้ เป็นบททดสอบที่ยิ่งใหญ่จริงๆ

สักพัก ผู้จัดหันมาสบตา คงนึกได้ว่า กรรมการมาอีกท่านแล้ว ….

มาแล้วครับ มารอตั้งแต่ยังไม่เริ่มงาน จนเริ่มแล้วโดยมิได้บอกกล่าว นัดหมาย หรือสื่อสารให้เห็นความสำคัญ หรือหน้าที่ใดๆทั้งสิ้น

ไม่นานนักหลังจากทักทาย พี่น้อง นักดนตรีที่เติบใหญ่เป็นครูบาอาจารย์กันแล้วพอสมควร จึงค่อยๆลากลับมาเงียบๆ คงไม่ยุติธรรมพอที่จะขึ้นไปตัดสินต่อ โดยไม่ได้มีโอกาสฟัง สามคนแรกที่บรรเลงไปแล้ว

งานยังคงจัดต่อไปถึงวันที่ 25 เดือนนี้ อาจจะเป็นจุดเล็กๆที่คลาดเคลื่อน ถึงคราวซวยมาลงกับตัวเองที่ทำให้ต้องเป็นไป ยังหวังว่ากิจกรรมที่เกิดขึ้นจะส่งผลดี และเป็นกำลังใจให้คนทำงานเสมอ เพียงแต่ผ่านแล้วอย่าผ่านเลย แค่คิดทำแล้วผ่านไป ถูกที่ ถูกเวลา ถูกบุคคล และวิธีการ น่าจะดีกว่า เคร่งเครียดยัดเยียดพิธีการเสียจนล่วงเลยหัวใจสำคัญ

จบเพลงลีลากระทุ่ม หลังจากซุ่มแอบซ่อนตัว(ใหญ่ๆ) จึงค่อยๆออกมาจากงาน พร้อมเสียงวงเครื่องสาย วงอะไรจำชื่อไม่ได้ ในการควบคุมของ พี่เหม อาจารย์เหมราช ที่กำลังขึ้นเพลงพราหม์ดีดน้ำเต้า

….เศร้า เบื่อ อยู่ไม่น้อยที่ต้องปล่อยเวลาให้เสียเปล่า แทนที่จะได้เข้าไปสอน พูดคุย เรียนรู้ ซ้อม ต่อเพลง กับเด็กๆตามตารางที่วางไว้ จะเหลือวันอีกสักเท่าไหร่เชียว (อาจจะดีใจ…..จากเด็กๆ ค่ะครู)

เริ่มต้นใหม่…จะถึงหรือไม่….
แต่ก็ก้าวมาแล้ว….ด้วยกัน….

Posted: มิถุนายน 21st, 2010
Categories: วันที่เหลือ
Tags:
Comments: No Comments