วันที่เหลือ 80 “ทางฝัน…ทางฉัน…”

วันที่เหลือ 80

ทางฝัน…ทางฉัน…

นายยางสน..คนบางขวาง

23 มิถุนายน 2553

เพล้งงงงง… เสียงกระจกบานใหญ่ร่วงกราวด้วยแรงกระแทก แตกกระจายทั่วพื้นตื่นตระหนก เสียงดนตรี ปี๊ดป๊าดอึกทึก สะดุดหยุดลง ทิ้งให้โถงห้องซ้อมดนตรีบนชั้นสามอาคารทันสมัยสงัดงัน

ไม่ทันที่จะมีเสียงกรีดร้อง หยดน้ำสีแดงเข้มไหลอาบทาบพื้น เป็นร่อยรองของการสืบท้าวก้าวเดิน ของหนุ่มน้อยวัยมันส์ชั้นเรียน หก ทับสอง ประคองหัวกุมแขนตัวเองไปยังห้องพยาบาลด้านล่าง

นายรุ่ง มือระนาดทุ้ม หน้าเข้มที่เพิ่งจะมานั่งเรียนในคลาสเครื่องสายไทยในเช้าวันนี้ มีอันที่จะต้องนอนเปลให้คนหามลงลิฟท์ไปโรงพยาบาลทันด่วน เหตุการณ์ตอนต่อไปจะเป็นอย่างไรให้ชวนสงสัย ไม่ต่างไปจากความไม่แน่นอนของชีวิตที่พร้อมจะเกิดขึ้นกับผู้ที่ดำรงตนด้วยความประมาทและ….

ซวย อย่างไร้เหตุผล

นึกถึงภาพเคลื่อนไหวในโรงภาพยนตร์ ในวันที่ 6 กุมภา 2546 ที่นายเปี๊ยกแบกข้าวสารเดินตกบันไดลงมาแขนหัก (แสดงโดย พี่ลูกปู บุญสร้าง เรืองนนท์)

หมอบอกว่า คงต้องรักษาตัวสักพัก แต่ไม่แน่ใจว่าจะหายใช้งานได้เป็นปกติครับ ท่านครู

ก่อนที่ฉากสะเทือนใจจะตามติดมา….

คงไม่ถึงขนาดนั้น หากบางครั้งเส้นทางที่วาดฝันก็กลับตีบตันโดยมิทันให้ตั้งตัว

สัปดาห์ที่สามของการเปิดภาคเรียน เจียนจะขาดใจกับตารางสอนที่อัดแน่น และสภาพร่างกาย จิตใจที่ไม่เต็มร้อย เด็กน้อย ม.สี่ หน้าใส ลูกค้ารายใหม่บนเส้นทางการศึกษาดนตรี ปรี่เข้ามาทักทาย ทำให้นึกถึงภาพเก่าศิษย์เก่า บัณฑิตใหม่ที่ได้ที่แยกย้ายหายต๋อม พับเก็บความฝัน ความตั้งใจสวยงามแต่เริ่มแรก โดยที่ไม่อาจแทรกพื้นที่ให้การลงทุนศึกษาดนตรีไทยเป็นวิชาชีพดำรงชีวิตได้เมื่อจบการศึกษาเป็นจำนวนไม่น้อย

ข้าราชการ เซลส์แมน ขายประกัน สจ๊วต แอร์โฮสเตส ธุรกิจค้าขาย ลอยชายไปมา กับใบประกอบวิชาชีพที่ข้างฝา บ่นบ้าไปเช่นนั้น มันจะแปลกอะไรหือ ทีไอ้หนุ่มนักรัฐศาสตร์ ยังดันมาลุกเหินเดินนั่งจัดกิจกรรมดนตรีวัฒนธรรม จิ้มนิ้วบรรเลงเรื่องอยู่ในขณะนี้ได้

ใช่ว่าที่สำเร็จสมประสงค์ตรงสายดนตรีจะไม่มี แต่ที่อ่อนล้า ช้าเฉยปล่อยคืนวันให้ผ่านไปรอแต่การปลุกป้อนหย่อนอาหาร นั้นกลับเห็นเด่นชัดกว่า

ผมจะเอายังไงดีครับ เริ่มไม่แน่ใจ ว่า จะเรียน ป.ตรีอะไรดี หนุ่มร่างโย่งหัวหน้านักเรียน ม.หก พกเสียงกระเส่ามากระชุ่นถาม หลังจากใช้ชีวิตเพลิดเพลินมาสามปีกับดนตรีที่เขารัก จนกระทั่งใกล้วันที่ต้องเลือกทางสำหรับอนาคต

คำถามยังลอยอวลรอคำตอบอยู่ในอากาศ มีเพียงคำแนะนำที่ให้ได้

สุดท้ายคือ หัวใจและตีนตัวเองที่ต้องก้าวเดิน

………………

หลายเดือนมาแล้วกับวันแรกที่ต้องไปยืนต่อหน้า สาวน้อยอนาคตพยาบาลกองทัพเรือในเงื่อนไขรายวิชาสุนทรียศาสตร์

หัวหน้านักเรียนตะเบ็งเสียงเคร่งครัดทะมัดทะแมง แจ้งยอดนักเรียนทั้งหมด พร้อมตะโกนสั่ง

แถววววววว ตร๊งงงงงงงง

ในทันใดสาวน้อยในเครื่องแบบทหารพรึ่บพรั่บเรียงหน้ากระดานประดุจเป็นสถาณการณ์ฉุกเฉินเฉพาะกิจ ทำเอาไอ้ทิดที่ยืนชายเดียวหน้าห้องต้องปรับแผน

ช้าก่อนดรุณีทั้งหลาย..

…เอ้า นักเรียนนนนนนน แถววววววววววว……เละ…..!!!!!.

ก็เละสิท่าน แล้วความเป็นปัจเจกจึงบังเกิด

เฮ้อ..ค่อยมีสุนทรีย์ขึ้นมาหน่อย

นักเรียนพยาบาลทั้งหลาย ถามหน่อย ที่เข้ามาเรียนที่นี่ ใครอยากเป็นพยาบาลบ้าง

คำถามแรกๆเป็นโยนหินถามทางถึงที่มาที่ไปความตั้งใจของหกสิบชีวิตตรงหน้า

…………………

เงียบสงบ จบข่าว คือความจริงวันนี้ที่ไม่ต้องรอการพิสูจน์จากคณกรรมการกลางใดๆ

………………………………

ทำไมหนูถึงอยากสอบเข้าที่นี่

หนูชอบดนตรี หนูอยากเล่นดนตรีคร่า หนู เอ๊ย ผมเห็นในหนัง รักแห่งสยาม เอ๊ย ซีซั่นเชนจ์ แล้วสวยดี น่าเรียนฮ่ะ หนูไม่ชอบครูที่โรงเรียนเก่าค่ะ แฟน เอ๊ยย รุ่นพี่ ชวนมาค่ะ ผมอยากจะอุทิศตัวอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมประจำชาติครับ หนูรักทุกคนค่ะ …

เหตุผล และหนทาง วิถีทาง และการบริหารเวลา ทักษะ และความรู้ ตัวกู และหมู่มวล

เวลาผ่านไปเรื่อยๆ หลอมไหลใจกายให้เป็นไปถอยห่างจากเป้าหมายไม่ทันตั้งตัว

…………………………………….

…จะเรียนที่นี่ต่อดีมั๊ย หรือไปที่อื่น เห็นเค้าบอกที่นั่นดี หรือเรียนอะไรคู่ไปด้วยอีกปริญญานึงอ่ะ…

เสียงใสๆของใครบางคนบ่นรำพึง ปะทะความรักและห่วงใย….

……………………………..

เสียงระนาดไม้แข็งยังไหวรัวอยู่เช่นนั้นชั่วนาตาปี ปี่ ซอ จะเข้ ขิม ยังฉวัดเฉวียนเวียนวนในวันเก่าเงาอดีตอีกเวทีประกวดประชัน

สายลมของปัจจุบันที่วูบผ่านจะทำให้ใครคนผู้ใดหนอ ได้ รับรู้เท่าทันหัวใจตัวเอง นำสิ่งที่ได้เรียนรู้สั่งสมสู่การ ประยุกต์ ประสาน ประนีประนอม อย่างมีสติ เพื่อเปิดประตูสู่เส้นทางหลากหลายของชีวิต ที่เราเลือกลิขิตได้

Posted: มิถุนายน 23rd, 2010
Categories: วันที่เหลือ
Tags:
Comments: No Comments