วันอัศจรรย์ 19 “แมนเกินร้อย ม่อ(หม้อ) ไม้ ไฟฟ้า”

มอหนึ่งเพื่อนกัน กับวันอัศจรรย์ของผม 2

แมนเกินร้อย

ม่อ (หม้อ) ไม้ ไฟฟ้า

6 เมษายน 2550

สิ่งแปลกใหม่อีกประการหนึ่งซึ่งสัมพัทสัมพันธ์กับการใช้เวลาในรั้วตาข่ายปีนง่ายของโรงเรียนใหญ่แห่งนี้คือการที่ผมสามารถเล่นกีฬากลางแจ้งได้ทั้ง เช้า สาย บ่าย เย็น หรือเวลาอื่นที่เห็นเป็นช่วงว่าง โดยสามารถนำบัตรประจำตัวนักเรียนไปแลกยืมอุปกรณ์กีฬาตามสมัครใจ

ฟุตบอล เป็นกีฬาที่ผมโปรดปราน แต่ก็นั่นแหละกับการที่เป็นสมาชิกใหม่ตัวกระเปี๊ยกของที่นี่ จึงยังไม่บังอาจลงไปลุยแข้งกับพวกพี่โตๆ ที่อวดโชว์ฝีเท้าจับจองสนามหญ้าหรอมแหรมกับพวกเขาได้

ผมพบกับเพื่อนกลุ่มใหม่ ที่แน่นนอนว่าเป็นพวกแหกขี้ตามาโรงเรียนแต่ก่อนไก่โห่ ทั้งที่เคยคบหาสามาคมกันมาบ้าง และที่เพิ่งมาประมือถือยื้อลูกยางโยนห่วงกันทุกเช้า

ลานซีเมนต์กว้างขวางริมรั้ว ถูกแบ่งออกเป็นสองกิจกรรมกีฬา ด้านที่ติดรั้วนั้นลากสีตีเส้นเป็นคอร์ทเทนนิส มีเสาเหล็กขึงตาข่ายเหี่ยวหมดเรี่ยวแรงไว้ตรงกลาง ที่นั่นมักจะมีนักกีฬาวีไอพี มาจับจองต๊อกแต๊กกันอยู่ไม่กี่คน ผิดกับอีกข้างหนึ่ง ซึ่งที่ปลายสุดของทั้งสองด้าน ตั้งโครงเหล็กติดล้อ ชูคอหน้าแป้น แขวนห่วงไว้ให้ประลองความแม่นยำ ซึ่งทั้งขาประจำขาจรวิ่งว่อนสลับสับหลีกกันให้ยั้วเยี้ย

เช้าตรู่หลังจากโยนกระเป๋าเข้าห้องเรียนเป็นที่เรียบร้อย (กาลต่อมา ไม่ต้องเข้าห้อง เอากระเป๋ามากองซะตรงสนามให้สิ้นเรื่อง) ก็ต้องซอยขาลงมาชั้นล่างยังอาคารชั้นเดียวคลุมหลังคาสูงสลับโด่เด่คล้ายพลับพลาศาลาวัด เราเรียกอาคารนี้ว่า ตึกพละ

ห้องด้านซ้ายสุดของอาคาร วางฟูกนุ่มหุ้มผ้าสีขาวตุ่นฝุ่นเพียบ รอการย่างเหยียบตีลังกา บริเวณมุมห้อง มีแท่งไม้วางขนานบนเสาสูงพอประมาณให้หนุมานได้ปีนป่าย

จะเรียนว่าห้องยิม ห้องยืดหยุ่นหรืออะไรก็ตามแต่ ที่แน่ๆ ห้องนี้หลบมานอนได้สบายชมัด

กระเถิบถัดไปอีกหนึ่งห้อง ถูกจับจองเป็นช่องหลืบ อ.สุวัตน์ กลิ่นเกษร ที่ก่อนจะไปโด่งดังในการพากษ์มวยปล้ำในทุกวันนี้ ประจำที่ประจำการปล่อยมุกสนุกสนาน เล่นเองหัวเราะเองกันเองดี ก็มีที่นั่งตั่งโต๊ะตาโหล๊ะๆอยู่ที่นี่ นอกจากนี้ยังมีอีกหลายท่านทั้งที่รู้จักมาก่อน ครั้งตอนติดทีมฟุตบอลโรงเรียน และที่ได้มาพบกันเป็นแรก

สาวท้าวก้าวต่ออีกนิด ประตูเล็กๆของห้องมหาสมบัติที่เก็บอุปกรณ์กีฬาสารพัด ถูกขวางขัดด้วยโต๊ะสูงขนาดกำลังปีน

ผมมักจะพบชายไทยร่างสันทันในชุดสีกากี ติดหนวดใต้จมูกงัวเงียมาให้บริการอยู่เสมอ นั่นคือ พี่เต๋อ เรวัฒน์ โคพุฒิ (ธินันนท์) ผู้มีหน้าที่ดูแลสารพัดในอาณาจักรเล็กๆแห่งนี้

และที่นี่เอง ที่บัตรประจำตัวนักเรียน ของใครก็ตามแต่เท่าที่จะหาแลบังคับขู่เข็ญได้ จะต้องมาฝากไว้แน่นิ่งเป็นเชลยแลกลูกบาสทุกเช้าไป

เลยไปอีกนิด เป็นห้องเปลี่ยนเสื้อผ้านักเรียนชาย ในบรรยากาศสปาหอมสดชื่น คั่นด้วย ห้องกระจกวางโต๊ะปิงปองคู่ก่อนเข้าสู่ห้องเปลี่ยนชุดพละของนักเรียนหญิง

ทุกเช้า ผมมักจะพบสมาชิกเจ้าประจำที่พอจะนึกหน้ากันได้ในสนามบาส ก็มี พวกพี่โย่ง กฤษณ์ อุบลบาน กับลีลาวิ่งเร็วแต่ช้า ดีที่ว่าความยาวได้เปรียบ จักรธร หนุ่มตาหยี สการ ทิ้งหมากรุก มาโชลีลาหมุนติ้วพริ้วตัว หมึก ปัฐมนิธิ เด็กหล่อตัวหอม รังษี ผู้พี่ใบหน้าสวยช่วยไม่ได้ (น้องก็สวยเช่นกัน) และอีกหลายท่านจำไม่หมด

หากแต่ที่เป็นดาราชูโรงโก่งตูดชู๊ตแม่นแมนเกินร้อยสำออยไม่เป็น เห็นจะเป็น เด็กชาย วรพัฒน์ ชูแสง

ผมรู้จักกับไอ้เพื่อนคนนี้มาตั้งแต่เมื่อครั้งยังอยู่ห้อง ปอ หก ทับ สอง

ความบ้าพลังของมันเริ่มมากขึ้นแปรผันตรงกลับร่างกายที่ผอมลง มันชอบตำแหน่งเซนเตอร์ ทั้งบาส และทุกๆเรื่องที่สามารถโชว์พาว ถือเป็นภารกิจที่ พ่วง มาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ของเด็กชายจากซอยลาดพร้าว 87

มันอาจจะใช้เท้าไม่เก่ง แต่มันใช้มือเป็นยอด อีกมีฝีปากเป็นเยี่ยม ทั้งในทางถากถาง เหน็บแนม ร้องรำพึง เพลงรำพัน และก็น่าจะเป็นมันอีกนั่นแหละที่บุกเบิกให้ชายแมนในรุ่นนิยมสวมใส่เสื้อพ่อ กางเกงน้อง ฟิตเปรี๊ยะพับขา อีกอื่นๆนานาเหลือจะกล่าว (บทต่อไปไม่พลาดแน่)

นอกจากเรื่องกีฬาแล้ว การเรียนทำให้เรารู้สึกแมนขึ้นได้

งานไม้ ไฟฟ้า คือทาง (วิชา) เลือก ของคนจริง….!!!!

โดยความสัจจริงแล้ว ผมนั้นไม่ประสากับวิชาทั้งสองเลย แต่ด้วยเห็นออปชั่นพิเศษว่าถ้าเลือกสองวิชานี้แล้ว เทอมหน้าสามารถเปลี่ยนเป็นอื่นได้ แต่นั่นคงไม่เป็นเหตุผลหนักแน่นชวนใจเท่ากับที่เหล่าพวกตัวแสบทั้งหลายแหล่แห่มารวมตัวกัน

ห้องงานไม้นั้นอยู่ชั้นล่างของอาคารการงาน ติดริมรั้วทางด้านสามย่าน

อ.สุมนท์ อาจารย์ที่มีเสียงเรียบเบา แต่แฝงอำนาจประหลาด ประจำการสอน ในห้องอับๆร้อน ถูกแบ่งซอยเป็นห้องเล็กๆ ให้นักเรียนทำหน้าที่เบิกยืมอุปกรณ์ ทั้งเลื่อยฉลุ เลื่อยวงเดือน กบ เขียด สิ่ว ตุ๊ดตู่ และที่ไม่รู้อีกมากมาย

ความทรงจำในการเรียนวิชานี้ไม่ชัดเจนนักเท่าไหร่ ที่จำได้คือหลายชั่วโมงที่หมดไปกับการทำความสะอาดเครื่องมือ และยืนริมรั้วถือสตางค์ตะโกนเรียกแป๊ะอีกฟากถนนซื้อไอติม

เทอมถัดมา พัฒนาขึ้นมาอีกระดับ จากชั้นล่างงานไม้ ผมได้ขึ้นมาชั้นสองเรียน งานไฟฟ้า

อ.สุมนต์ ที่ว่าเย็นเฉียบเรียบนิ่งแล้ว กับ อ.ไพบูลย์ เสือสมิง ยิ่งนิ่งกว่า

ผมไม่ได้เรียนรู้อะไรมากไปกว่า ออน คือ เปิด ออฟ คือ ปิด สักเท่าไหร่ เนื่องจากมันไม่ค่อยเข้าทางมาตั้งแต่ต้น หากแต่สิ่งที่ได้คือ ได้พบนักประดิษฐ์ชั้นยอดที่ชื่อ ซาดิสต์พร ผู้สามารถในการสร้างเครื่องเล่นสิ่งสารพันในเชิงอิเลคโทรนิค กับคนดังที่เพียงได้ยินแต่ชื่อเสียงกิตติศพท์…

เด็กชายรัฐพงษ์ จำนงค์ภูมิเวท

นับเป็นปรากฏการณ์แปลกใหม่ และเท่ห์อย่างร้ายกาจ ที่ชั้นของเรามีเพื่อนรุ่นพี่มาร่วมวงษา

หลายครั้งที่รู้สึกว่าพี่เค้า ไม่ได้แก่กว่าแค่พวกเรา แต่เหมือนกับจะแก่(วัด)กว่าอาจารย์ หรือเจ้าหน้าที่บางท่านด้วยซ้ำไป

อย่างไรเสีย ชั่วโมงการงานพื้นฐานอาชีพ ของ คนแก่ง แมนเกินร้อย ก็ผ่านไปด้วยดี

สรุปสุดท้ายสิ่งที่ได้ อาจจะเป็นประมาณว่า…..

เรื่องของเสือสมิงนั้น ยาวเกินกว่าที่เจะเล่าให้จบในชั่วโมงเสียร่ำไป

แต่ที่ยังสงสัยก็คือ เด็กชาย ต้อ วรพัฒน์ มันมีชื่อสร้อยห้อยท้ายอย่างไรกันcoj

ม่อ ต้อ หรือ ต้อ หม้อ หือ….

Posted: ตุลาคม 21st, 2009
Categories: วันอัศจรรย์
Tags:
Comments: No Comments