วันอัศจรรย์ 21 “เพื่อน เฮง…ซวย”

มอสองเพื่อนกัน กับวันอัศจรรย์ของผม 2

เพื่อน เฮง….ซวย

20 เมษายน 2550

กิจกรรมการเรียนนอกห้องในรั้วสาธิตจุฬานั้น จะว่าไปแล้วก็อาจจะมีมากกว่าโรงเรียนอื่น ทั้งกลางแจ้งในร่ม ที่ผมยังระลึกนึกอยู่ได้นั้น คงเป็นบรรยากาศเย็นสบายที่ได้แหงนหน้าตาพริ้มไม่รู้เรื่องจินตนาการถึงกลุ่มดาวหมีใหญ่ อีกกระบักกระบวย อยู่ในท้องฟ้าจำลอง หรือการที่ได้ท่องเที่ยวทัศนศึกษาต่างจังหวัดครั้งแรกที่พระนครศรีอยุธยา แวะชมหมู่บ้านตุ๊กตาชาววัง ปีนป่ายปราสามราชมณเฑียร ซึ่งก็เป็นโอกาสได้เรียนรู้ดูมุมถ่ายรูปเพื่อนๆเป็นปฐมตั้งแต่ประถม 5

โรงภาพยนตร์ ก็เป็นอีกสถานที่หนึ่งซึ่งเป็นทางเลือกในการเรียน โรงหนังที่ใกล้สุดน่าจะเป็นสามย่านรามาประมาณนี้ ซึ่งคงไม่มีหนังที่ๆเหมาะสมสำหรับผมและเพื่องพ้องที่โรงเรียนจะจับจองมาให้ชมได้

ออกนอกรั้วโรงเรียนไปสักนิด สยามแสคว์ ลิโด สกาลา ตั้งตระหง่าน ในย่านจับจ่ายวัยรุ่น หมุนตีนมาอีกสักระยะปะทะแมคแคนนาด้านขวามือ (ขอผ่านซอยซ้ายมือข้างโรงแรมเอเซียไปก่อน..) ก่อนที่จะผ่านแยกราชเทวี ที่ขวามือเช่นกัน คือ เอเธนส์

ไม่ทราบได้ว่าแฟชั่นการใช้ชื่อมหานครใหญ่มาเรียกขานสถานบันเทิงในเมืองไทยนั้นนิยมกันแต่เมื่อไหร่ ไม่ว่าจะเป็น ปารีส นิวยอร์ค ฮอลิวู๊ด นิวเดลลี กัลกัตตา ก็ว่ากันไปตามรสนิยมและกลุ่มเป้าหมาย

ที่ โรงหนังเอเธนส์นี้ ฉายหนังไทยคุณภาพทราบมาว่าในเครือของไฟว์สตาร์

และก็เป็นที่นี่เองที่พวกเราได้พบกับไอดอลใหม่ของวัยรุ่นในยุคนั้น

อำพน ลำพูน ในวันที่ยังสามารถใช้แขนทั้งสองข้างอย่างสมดุลย์ (ภายหลังแขนซ้ายเสีย…!!!) กับบทบาทของเด็กมีปัญหาครอบครัว ในวัยวันบนทางแยกของชีวิตวัยรุ่นที่ชื่อ

น้ำพุ

รองเท้าผ้าใบ เสื้อพ่อ กางเกงน้อง ปลดกระดุมเสื้อ สร้อยคอ อาจจะเห็นเป็นภายนอกที่แปลกแยกของเด็กหนุ่มที่อ่อนไหว….

หนังสนุกได้ใจ สะเทือนใจ เสียน้ำตา

…………………………..

….ไม่นานนัก เหมือนก๊อกที่เริ่มหมุน น้ำพุเล็กๆก็พุ่งขึ้นกระทบแดด

……………………………

หม่อมหลวงอาร์ท ชายอาร์ท ไอ้อาร์ท ไอ้เอี้ยอาร์ท หรือจะเรียกขานอย่างไรก็ตามแต่ ซึ่งคงดีกว่าแน่ที่เจ้าตัวจะให้เรียกว่า ไอ้ชิต

ผมเคยเห็นเพื่อนตัวเล็กซนๆคนนี้มาบ้างตั้งแต่ชั้นปอหก ซึ่งผมอยู่ห้องสอง อาร์ท อยู่ห้องสาม

อาร์ท เป็นทั้งเพื่อน เฮง ที่สามารถสร้างความสนุกให้ผู้ใกล้ชิดไกด้ตลอดเวลา แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถเป็น เพื่อน ซวย ที่นำความวายป่วงมาให้ได้ในพริบตา

เราอยู่ร่วมก๊วนกันในห้องมอสองขอ อาร์ทเป็นตัวตั้งตัวตีในการสร้างกรอบแก๊งก๊วน เริ่มจาก สหบูตู ก็ไม่รู้ว่าคืออะไร จนคลี่คลายมาเป็น ข้าวเหนียวชาโดวว์ อันประกอบไปด้วยสมาชิกเหลวล้วน ได้แก่ อาร์ท ผม น้าหมัน สุขเจริญ โป้ง (วัชรพล จอมพิสูจน์กลิ่น) ศุภวาร สรายุทธ เอกนาถ เป็นอาทิ กิจกรรมหลักคือ แบ่งข้างเตะบอลแข่งกับ ทามากอน ทุกกลางวันหลังพักทานข้าว และมีสัญลักษณ์ทักทายโดยการยกมือขวาขึ้นและกระดกนิ้วกลางลง

ข้าวเหนียวฯ สามารถสร้างวีรกรรมเป็นแชมป์ฟุตบอลโกล์รูหนูได้อย่างเต็มภาคภูมิ

เรานั่นตุ๊กๆยัดกันไปข้างสนามศุภชลาศัย ได้เสื้อแข่งสีน้ำเงินขลิบขาวพะยี่ห้อ แอดมิรัล มาเป็นเสื้อทีม ซึ่งแน่นอนว่าต้องเป็น ผ้ามัน อันเป็นนวตกรรมใหม่ในวงการตัดเย็บแต่ครั้งนั้น

เราได้แชมป์ครับ จากการยิงประตูของ เด็กชาย เอกนาถ

………………………………………

อาร์ท เป็นผู้นำ (ออกนอกเรื่อง) อยู่อย่างสม่ำเสมอ

อาร์ท เคยผ่าตัดเล็กๆ แต่ทำให้เรารู้สึกว่าเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งนั่นก็ทำให้อาร์ทเข้าห้องน้ำไม่สะดวกไปเป็นอาทิตย์

อาร์ทนำสรรพนามแทนตนเองและคู่สนทนาใหม่ๆมาใ ช้ แทน คุณ ผม เราไม่เรียก กู มึง แต่เรียก แก ข้า

อาร์ท เคยมีฉายาว่า จิ้งจก ซึ่งก็คงต้องหาที่มากันเอาเอง

…………………………………….

ที่บ้านของอาร์ทย่านสุขุมวิท นับเป็นเซฟเฮาส์ของพวกเราอยู่หลายปี ทั้งที่ห้องหับก็ไม่ได้ใหญ่โตพอที่จะยัดเยียดพวกเรานับสิบอย่างสบายเท่าใดนัก หากแต่กลับเป็น หัวใจของชายหนุ่ย แม่อี๊ด และน้องน้อยหน่ามากกว่า ทีกว้างขวางทนทานกับความซนของเราได้ ในวีรกรรมน่าจดจำหลายครั้งทั้งเศร้าสุขเกินกว่าจะบรรยาย

อาร์ท ชอบใส่รองเท้าผ้าใบขาดๆ ถุงเท้าสั้นมีลายนิดหน่อย ใส่สร้อยข้อมือ สร้อยคอ กางเกงฟิตซีดๆพับขา เสื้อตัวใหญ่ๆเปิดอกโชว์เครื่องรางแขวนคอ ดัดฟัน สวมแว่นสลับสีที่พ่นมาเองกับมือ และเลี้ยงกุมารทอง

อาร์ทชอบอาจารย์ชูเกียรติ แต่อาร์ทไม่ชอบเข้าเรียน อาร์ทชอบตี เคาะโต๊ะนักเรียนแทนกลอง ชอบเตะบอล แต่ไม่เคยโหม่งบอล อาร์ทชอบวาดรูปแต่ไม่เคยที่จะวาดให้เสร็จเพื่อส่งอาจารย์ อาร์ทชอบเขียนกลอนแต่เกลียดวิชาภาษาไทย อาร์ทชอบทดลองแต่ไม่ชอบเรียนวิทยาศาสตร์ และอื่นๆอีกมากมายที่เป็นปฏิพากย์ซึ่งรวมกันอยู่ในร่างของเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ

อาจารย์จะรักอาร์ทหรือไม่ ไม่รู้ ……… รู้แต่ เพื่อนรัก อาร์ท

แต่ อาร์ท รัก อู้ หากยังมีสปิริตหลีกทางให้ น้าหมัน ก่อนที่จะหันไปหา โอ๋ แทน

…….คัท !!!!!!!!!!!!!!!………

……………………………………………

ตู้จดหมายเหล็กสีแดงใบเล็กๆ ที่ติดอยู่บนบอร์ดเหนือรางน้ำดื่มใกล้โรงอาหาร ปรากฏร่องรอยงัดแงะ

…….จดหมายของเด็กชายตัวเล็กๆใบหนึ่ง ซึ่งหวังจะบำเพ็ญประโยชน์ อาสาเป็นสายสืบ ตรวจตราส่งข่าว ให้ฝ่ายกิจการนักเรียน เพื่อตรวจจับนักเรียนที่แอบสูบบุหี่ในห้องน้ำโรงเรียน หายไปก่อนที่จะถึงมือ อาจารย์ผู้รับผิดชอบ…..

……………………………………………..

แดดระอุทุลุลอดหูกวางกลางพื้นซีเมนต์ข้างสนามใหญหน้าเสาธงไหวระริก

ผม และ สมาชิกข้าวเหนียวอีกสักหนึ่งชีวิตรับภารกิจกล้าตาย ยืนอยู่ข้างหลัง ไอ้อาร์ท ที่ในวันนี้มันช่างตัวลีบเล็กลงไปถนัดใจ เมื่อเทียบกับ รุ่นพี่ร่างใหญ่นับสิบที่รายล้อมอยู่เบื้องหน้า…

เพื่อน ไม่เคยทิ้งกัน โว้ย ไงเสีย ถ้าโดนกระทืบก็ว่ากันตามสบายตามใจพี่เค้าไป เดี๋ยวหามไปห้องพยาบาลให้ ในใจแว่บขึ้นเช่นนั้น เพราะคำนวนจากสรรพกำลังแล้ว คงทำได้แค่สวดมนต์

……………………………………………….

ลมอุ่นไหววูบ แล้วเลยผ่านไป

การผจญภัยของเพื่อนในวันนั้นช่างเล็กน้อย หากจะเทียบกับช่วงเวลาที่ชีวิตกำลังจะเดินไปถึง ทั้งสุข ทั้งทุกข์ ทั้งที่ร่วมชะตาอยู่ด้วยกัน หรือ เพียงได้รับข่าวที่น่าเป็นห่วงเมื่อหนีไปอยู่แดนไกล

….คิดถึงแกว่ะ ไอ้เพื่อน เฮง ซวย…

Posted: ตุลาคม 21st, 2009
Categories: วันอัศจรรย์
Tags:
Comments: No Comments